1ตุลาคม 2552
ตลอดเดือนกันยาและต้นเดือนตุลา ดิฉันและสามีเดินสายทำบุญเพราะใกล้ทอดกฐินค่ะ
ที่บ้านคุณหญิงสุรีย์พันธ์ มณีวัฒน์ ที่เรือนไทย ลาดพร้าว ท่านเป็นอดีตรองผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและเป็นภรรยาคุณ วิลาศ มณีวัฒน์ คุณหญิงเป็นนักเขียนด้วยค่ะ เท่าที่ทราบเขียนเรื่องแก้วตาพี่ใช้นามปากกาว่านิตยา บูรณสุนทร ท่านทำบุญมามากมายและหลวงปู่สอจากจังหวัดยโสธรจะมาพักที่เรือนไทยที่ลาดพร้าว ดิฉันเคยเห็นพระธาตุบ้านท่านสวยมากๆและมีมากมายแจกก็จะมีขึ้นมาใหม่ แต่ดิฉันจะไม่เล่าเรื่องอภินิหารนะคะเพราะเสี่ยงต่อการวิจารณ์ค่ะ
สามีดิฉันและกลุ่มคุณหญิงและผู้บริหารกฟผ.ได้สร้างพระ หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ตามเขื่อนต่างๆของการไฟฟ้าหลายเขื่อนค่ะ คุณหญิงเชื่อว่าทำให้น้ำบริบูรณ์ค่ะ
ที่บ้านคุณหญิงที่ลาดพร้าว
มีคนมาร่วมมากมายค่ะ
หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ที่นำไปสร้างไว้ตามเขื่อน
องค์นี้สร้างไว้บูชาที่เรือนไทย
บ้านคุณหญิงสุรีพันธ์ค่ะ
องค์จริงจะเล็กๆที่หลวงปูสอได้มาโดยมีประวัติที่น่าสนใจแต่ไม่ขอเล่าค่ะ
ท่านที่อยู่กลางคือพระ
อดีตผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(ไกรศรี
กรรณสูตร) เกษียณจากผู้ว่าการก็ไปบวชที่ยโสธร
ที่เดียวกันกับหลวงปู่ค่ะ เข้าใจว่าจะบวชประมาณ 1ปีค่ะ
ดิฉันจะเจอท่านผู้ว่าก่อนบวชตามที่ๆดิฉันไปทำบุญหลายครั้งเช่นศาลลุงชินที่เมืองทอง1 ค่ะ
ที่ 1741
ไทยจักษุคลินิค ถ.จันทร์
ในวันที่26 กย. 52 ดิฉันได้ไปร่วมฟังธรรม ฝึกปฏิบัติกับเพื่อนเก่าค่ะ
ที่นี่เป็นโรงพยาบาลของคุณหมอสุกัญญา โพธิกำจร(หมอสวย ) ภรรยาของนพ. สวัสดิ์ โพธิกำจร (จักษุแพทย์ เจ้าของโรงพยาบาล) หมอสวยเป็นน้องของภรรยาเจ้าพ่อเนสกาแฟค่ะ คุณหมออัณณา คนที่3จากซ้าย ทั้งสองคนได้มาชวนดิฉันและเพื่อนๆมาคุยเรื่องธรรมะโดยนิมนต์พระมาสอนกรรมฐานและชวนเพื่อนๆรุ่นเดียวกันมา ดิฉันชวนหมอนงพงา จิตแพทย์จากรามา และคุณหมอสุวิภา จากโรงพยาบาลชลประทาน แต่ทั้งสองคนติดงาน คนอื่นๆจะเป็นญาติๆคุณหมอค่ะ
ผู้สอนเป็นพระอาจารย์จากวัดเพลงโดยพี่ชายคุณหมอสวยนิมนต์ให้ค่ะ
ท่านสอนแบบยุบหนอพองหนอ
ดิฉันทำไม่ค่อยได้เพราะหัดดูจิตดูกายและดูลมบ้าง แต่ก็หัดเปิดใจว่าเราไม่ต่อต้านเพราะอาจจะได้อะไรที่ประทับใจบ้าง( พยายามสอนตัวเองไม่ให้เป็นน้ำเต็มแก้วค่ะ)
ก็สนุกดีค่ะ
อาจารย์คุยเรื่องทั่วไปและสอนเดินจงกรมและนั่งสมาธิ
ดิฉันไม่เชื่ออาจารย์มากนักเพราะตอบคำถามพวกเราไม่ค่อยตรงใจ
แต่ก็ได้ทำบุญเพราะได้สนทนาธรรม คนมักจะถามมากเรื่องทำบุญต้องอธิษฐาณหรือไม่
ท่านบอกว่าต้องแต่สามีดิฉันบอกว่าตัวเองก็ทำไปเฉยๆไม่เคยขออะไร
บางคนถามเรื่องการแผ่ส่วนกุศลและการแผ่เมตตา
ส่วนใหญ่สับสนในความหมายและต้องทำอย่างไร
ถึงคนตายทุกคนหรือไม่ ถึงคนเป็นหรือไม่
( เท่าที่ทราบแผ่ส่วนกุศลจะถึงเฉพาะเปรต )
เพื่อนดิฉันบางคนคุยกับพระแล้ว บางครั้งคล้ายๆสอนพระ(คุณหมอจะไปสอนพระ)เช่นการตายแล้วจะเอาสมบัติไปอย่างไร ? เพื่อนตอบว่าสมบัติเป็นของนอกกาย ไม่ใช่ของเรา ดิฉันจำไม่ได้ว่าท่านอธิบายว่าอย่างไรเพราะไม่ได้คิดจะเอาไปด้วย
บางคนก็ทุกข์เรื่องครอบครัวทั้งๆที่อาจจะมีเงินมากมายแต่ไม่สามารถพ้นทุกข์ค่ะ

เพื่อนดิฉัน หมออัณณา จารุวร เป็นเพื่อนที่เรียนเก่งมากๆเพราะสอบได้ที่สองของแพทย์จุฬา เราเป็นพวกอ.อ่างทำให้นั่งติดกัน เธอทำให้ดิฉันสอบได้คะแนนดีเพราะติวดิฉันทำให้ข้ามฟากได้ไม่ยาก ( อยู่ที่จุฬาลงกรณ์คณะวิทยาศาสตร์ก่อนข้ามมาที่รพ.จุฬา เรียน Physical chem ยากมากๆ เพื่อนๆที่เก่งๆสอบคะแนนติดลบไปหลายคน) เด็กๆดิฉันจะตามใจเพื่อน เพื่อน(อัณณา)ชอบชวนไปดูบอลบ้าง ดูหนังกลางคืนบ้าง(พล. อ. ต. พญ. ทรงพร วาณิขเสนี ) กลับมาต้องรีบอ่านหนังสือเพราะจะตามไม่ทัน
ศุกร์ที่2ตค.52
ดิฉันมาที่สวนสันติธรรม 3 วันโดยสามีซื้อของเช่นแปลงลวดมาถวายวัดเพื่อใช้ขัดทำความสะอาดวัดพร้อมโทรศัพท์สำหรับทดสอบเพราะพระป๋องและพระแมนต้องซ่อมโทรศัพท์วัดเอง(คงตามช่างไม่สดวก )
มาอยู่วัดครั้งนี้เจอกลุ่ม กลต.30คนที่มาพร้อมทีมกฟผ.เป็นพี่เลี้ยง (พักใกล้ๆวัด เช้ามาส่งการบ้าน ) หลวงพ่อชมทั้งกลุ่มว่าเข้าใจการปฏิบัติดีเสมอกัน ดิฉันไปวันศุกร์บ่ายๆ ในวันเสาร์เช้าดิฉันกับสามีไม่ได้ส่งการบ้าน ในวันอาทิตย์ดิฉันส่งการบ้านเพียงว่าเข้าใจหลักมากขึ้นเพราะขยันอ่านหนังสือ แต่เวลาเจอผัสสะแรงๆก็ทำให้จิตแย่เหมือนกัน ท่านแนะนำให้ซ้อมการดูบ่อยๆแต่ท่านว่าดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนของสามีท่านว่าพัฒนาขึ้น สามีถามเรื่องการอธิษฐานในการทำบุญ ท่านว่าคนที่รู้แล้วว่าทำแล้วก็ต้องได้บุญไม่ต้องอธิษฐานก็ได้ ส่วนคนอยากอธิษฐานส่วนมากเป็นการอธิษฐานเพื่อเป็นการย้ำถึงความมุ่งมั่นของเรา พระพุทธเจ้าท่านอธิษฐานให้สำเร็จ(ไม่แน่ใจว่าฟังถูกต้อง) หลวงพ่อท่านเล่าว่ามีคนแก่คนหนึ่งเวลาตักบาตรให้หลวงพ่อจะอธิฐานให้เอาโรคภัยของแกใส่ในบาตรของท่านไปด้วย วันรุ่งขึ้นหลวงพ่อป่วยและให้คนไปบอกแกว่าพระป่วยนะ คุณยายอุทานว่า อ้าว พระก็ป่วยเป็นเหรอ
มาครั้งนี้ตรงกับวันออกพรรษา ท่านเล่าเรื่องวันออกพรรษาพระจะมาพูดคุยให้ตักเตือนกัน พระพุทธเจ้าเป็นพระองค์แรกที่ให้พระสารีบุตรเตือนท่านว่าทำอะไรที่ไม่ดีบ้าง และให้ทุกคนสามารถเตือนกันได้ ไม่ถือโกรธ หลวงพ่อว่าพระพุทธเจ้ามีกฎระเบียบที่งดงามน่าประทับใจ ถ้าปัจจุบันใครมาเตือนนายๆก็คงไม่ค่อยพอใจ
ดิฉันคิดเองว่าคล้ายๆการเปิดใจหรือ dialougue (ฟังแล้วคิดเอง ไม่มีในตำรา)
ระหว่างรอท่านมาเทศน์
ดิฉันขอถ่ายพระพุทธรูปในห้อง
กลุ่มกลต. รับของจากหลวงพ่อก่อนกลับหลังจากถ่ายรูปหมู่
หลังจากเสร็จจากการถ่ายรูปในห้อง
กลุ่มกลต.ก็มาถ่ายกับเพื่อนๆและครอบครัวที่มารับกันไปทำกิจกรรมต่อ
(มา4วัน)
ก่อนกลับบ้านในวันจันทร์เช้า
ดิฉันคิดว่ามีโอกาสถามท่าน
แต่ไม่พบหลวงพ่อเพราะท่านมาเทศน์ที่การประปาทำให้ต้องออกเดินทางแต่เช้าค่ะ
หมอนงพงา จิตแพทย์ที่เคยเป็นนายกราชวิทยาลัยจิตแพทย์เล่าให้ฟังว่า ท่านได้รับเชิญให้ไปเทศน์ที่ราชวิทยาลัยเพราะเทปหลวงพ่อ จิตแพทย์นำไปให้คนไข้ที่จิตแพทย์รักษาไม่หาย แต่ฟังเทปท่านแล้วจิตสว่างขึ้นคนไข้หาย จิตแพทย์หายปวดหัวเพราะรักษาด้วยเทปหายไปหลายรายค่ะ
เทปหลวงพ่อถ้าฟังแล้วนำไปปฏิบัติ จิตจะดีขึ้น สุขขึ้นที่เราสัมผัสได้ด้วยตัวเองค่ะ
สวัสดีค่ะคุณหมอ
ดิฉันเคยอ่านเรื่องราวมหัศจรรย์ของคุณหญิง สุรีย์พันธ์ค่ะ
และอนุโมทนา ในบารมีของคุณหญิงค่ะ ขอบพระคุณที่ลงรูปภาพ บ้านเรือนไทยให้ดู
อยากเห็นนานแล้วค่ะ
สวัสดีค่ะ ครูเตือน
ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ คุณหญิงชอบเล่าอภินิหารที่ท่านพบบ่อยๆค่ะ ท่านคงทำบุญกุศลมากค่ะ
ขออนุโมทนาสาธุกับคุณหญิงสุรีย์พันธ์ มณีวัฒน์ด้วยนะคะได้อ่านปาฏิหารของพระธาตุแล้วรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเลยคะสาธุ สาธุ สาธุคะ
ขอบคุรที่มาเยือนค่ะ