สรุปการสัมมนาเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมายแก่ประชาชน
โดยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
วันศุกร์ที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ เวลา ๘.๐๐ – ๑๖.๓๐ น.
ณ ห้องประชุม ไทยทักษิณ โรงแรม ทวิน โลตัส ถนนคูขวาง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
-----------------------------
คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้จัดการสัมมนาเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมายแก่ประชาชน เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ เวลา ๘.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. ณ ห้องประชุม
ไทยทักษิณ โรงแรมทวินโลตัส ถนนคูขวาง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและ ผู้ดำเนินรายการ ดังนี้
วิทยากร (ภาคเช้า):
“องค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐: คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย”
๑. ศาสตราจารย์ ดร. คณิต ณ นคร
ประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
๒. นายธนวัฒน์ บุรีรัตน์
ประธานหลักสูตรนิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
ดำเนินรายการโดย
นายอัครพงษ์ เวชยานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
วิทยากร (ภาคบ่าย)
“แนวคิดและวิธีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย”
รองศาสตราจารย์ ดร.จุฑารัตน์ เอื้ออำนวย ที่ปรึกษาโครงการเวทีความคิดเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย
“การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย: กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง”
นายอดุลย์ ยุววิทยาพานิชย์
อนุกรรมการพัฒนากฎหมายว่าด้วยการค้าที่เป็นธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภค
สาระของการประชุม มีดังนี้
“ทิศทางในการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม” โดยศาสตราจารย์ ดร.คณิต ณ นคร ประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
การปฏิรูปกฎหมายกับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเป็นสิ่งที่แยกจากกันเด็ดขาดไม่ได้
การปฏิรูปกฎหมาย
กฎหมายไทยในอดีตไม่เป็นที่เชื่อถือของชาติตะวันตก ทำให้เกิดสิทธิสภาพนอกอาณาเขต การปฏิรูปกฎหมายเริ่มด้วยการเลือกระบบกฎหมายซึ่งประเทศไทยเลือกระบบ civil law ซึ่งมีแนวคิดที่แตกต่างจากระบบประมวลกฎหมาย การปฏิรูปกฎหมายของไทยเริ่มขึ้นโดยร่างประมวลกฎหมายขึ้นมา ๔ ฉบับ แต่อิทธิพลของระบบ common law จากตะวันตกทำให้เกิดการเบี่ยงเบนความเข้าใจกฎหมาย เช่น การดำเนินคดีอาญาไม่ใช่การต่อสู้ เป็นการอำนวยความยุติธรรมโดยรัฐ
ประมวลกฎหมายอาญา
แม้ว่าประเทศไทยจะใช้ระบบ civil Law แต่ใช้การอธิบายโครงสร้างความผิดทางอาญาอย่าง common law โดยอธิบาย “ความผิดอาญา” 2 ส่วน คือ ๑. criminal act หรือ actus reus และ
๒. criminal intent หรือ mens rea โดยอธิบาย เจตนา ว่าคือ mens rea และ ได้กล่าวว่า การตีความคดีอาญาต้องตีความโดยเคร่งครัด มีการอธิบายเหตุส่วนตัวและเหตุลักษณะคดียังสับสน เช่น เรื่องการลักทรัพย์ของสามีภริยา
ในระบบ common law ถือหลักความรับผิดทางผล หากผลไม่อาจเกิดขึ้นได้ถือว่าไม่มีการกระทำผิดเกิดขึ้น ส่วนระบบ civil law ถือหลักความรับผิดทางการกระทำ
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ในระบบ civil law เป็นการดำเนินคดีโดยรัฐ ไม่ใช่เรื่องการต่อสู้แต่เป็นการอำนวยความยุติธรรมและมีการตรวจสอบความจริง ๒ ชั้น ส่วนระบบ common law เป็นการดำเนินคดีโดยประชาชน ซึ่งศาลฎีกามีแนวคิดทาง common law ให้มอบอำนาจให้จัดการแทนในคดีอาญาได้
ประมวลกฎหมายแพ่ง
ประมวลกฎหมายแพ่งของไทยรับมาจากของญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นก็รับมาจากเยอรมันประกอบกับอิทธิพลตามกฎหมายฝรั่งเศส แต่ในอดีตนักกฎหมายไทยที่ศึกษากฎหมายจากเยอรมันและฝรั่งเศสเกือบไม่มีหรือมีน้อยมากๆ มีการอธิบายคำว่า “กรรมสิทธิ์” กับ คำว่า “ทรัพย์สิน”ซึ่งทำให้กฎหมายเรื่องละเมิดของไทยผิดทิศทางไป และมีเรื่อง Abstraction Principle กับ Conditional Principle ในเรื่องความผิดฐานยักยอก
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ประเทศไทยให้ความสำคัญกับกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเป็นหลัก และกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเป็นรอง แต่มีหลักในการดำเนินคดีและการตรวจสอบความจริงต่างกัน ซึ่งในคดีอาญาเป็นหลักการตรวจสอบ ในคดีแพ่งเป็นหลักการตกลง
การศึกษากฎหมายลักษณะพยานของคดีแพ่งและคดีอาญาก็ปนกัน ซึ่งพยานเป็นเพียงเครื่องมือในการดำเนินคดี มีการแก้ไขกฎหมายพยานผิดทิศทาง และในมาตรา ๑๑๖ ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้ศาลถามพยานเองได้ แต่ในทางปฏิบัติศาลให้คู่ความซักถามเองจึงทำให้คดียืดเยื้อขึ้น
คดีแรงงานไม่เหมือนคดีแพ่งปกติ เนื่องจากมีผลกระทบที่กว้างกว่า
สรุป การปฏิรูปกฎหมาย ต้องปฏิรูปตัวบทกฎหมาย การบังคับใช้และการเรียนการสอน การแก้ปัญหาต้องแก้จากความรู้ไม่ใช้แก้จากความรู้สึก ต้องให้ความรู้กับคนในสังคม ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปฏิรูปกฎหมาย ต้องฟังเสียงประชาชน เช่น กฎหมายเรื่องการทำแท้งในประเทศเยอรมัน
การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
มีทั้งการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญา แพ่ง แรงงาน และปกครอง
กระบวนการยุติธรรมทางอาญามีความสำคัญ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบุคคล ประชาชนและเสริมสร้างการพัฒนาประเทศในทุกด้าน ทั้งสังคม เศรษฐกิจ การเมือง
กระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่ดีต้องมีประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและสามารถคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ ซึ่งมีตัวอย่างคดีที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรม คือ คดีนายทานากะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และประธานาธิบดีนิกสัน กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยยังมีปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการและมีค่าใช้จ่ายสูง มีแต่การดำเนินคดี แต่ไม่มีการบริหารงานยุติธรรม ซึ่งเป็นเรื่องของเจ้าพนักงาน ที่สำคัญ คือ การลดคดีสู่ศาล องค์กรที่สำคัญ คือ อัยการ ซึ่งสภาพปัจจุบันขององค์กรอัยการไม่เอื้อต่อการบริหารงานยุติธรรม
แนวคิดในการบริหารงานยุติธรรม ในทางนิติบัญญัติ เช่น การให้การกระทำที่สำคัญน้อยไม่เป็นความผิดทางอาญา เช่น ลหุโทษ ดุลพินิจสั่งไม่ฟ้อง ชะลอการฟ้อง ใช้กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ซึ่งขณะนี้ปัญหาของกระบวนการยุติธรรม คือ ผู้ต้องขังล้นเรือนจำ
การลดปริมาณคดี สามารถทำได้ ๓ ทาง ได้แก่
๑. อัยการ โดยการใช้ดุลพินิจสั่งไม่ฟ้อง ชะลอฟ้อง ใช้หลักอาชญาวิทยา คุมประพฤติ
๒. ศาล การปล่อยชั่วคราว รอการลงโทษ รอการกำหนดโทษ คุมประพฤติ การใช้กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในศาล
๓. ราชทัณฑ์ การปล่อยก่อนกำหนด การอภัยโทษ
การตรวจสอบความจริงในคดีอาญา
๑. ชั้นเจ้าพนักงาน ต้องมีเอกภาพ มีการทำงานร่วมกัน ทั้ง อัยการ ตำรวจ DSI
๒. ชั้นศาล หากชั้นเจ้าพนักงานมีประสิทธิภาพจะช่วยลดคดีสู่ศาล และในชั้นศาลควรมีการบริหารงานคดีที่มีประสิทธิภาพ โดยมี ๒ ขั้นตอน ได้แก่ ก่อนประทับฟ้องและก่อนพิจารณาพิพากษาคดี หากมีการบริหารที่ดีจะมีคดีสู่ศาลน้อยมาก และหากคดีใดขึ้นสู่ศาลจะต้องมีการลงโทษแน่นอน
ภารกิจและบทบาทของศาลชั้นต้นและศาลสูง ในประเทศไทย ศาลทั้ง ๓ ชั้นทำหน้าที่เป็นศาลพิจารณาคดีทั้งหมด เรื่องนโยบายเกี่ยวกับการอุทธรณ์ฎีกา ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ควรเป็นศาลพิจารณา และศาลฎีกาควรเป็นศาลทบทวนข้อกฎหมาย เพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน เป็นประโยชน์ของส่วนรวม เพิ่มหลักประกันความถูกต้องของคำพิพากษาหรือคำสั่ง
การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปี ๒๕๔๐
๑.ห้ามผู้พิพากษาที่มิได้นั่งพิจารณาทำคำพิพากษาและปฏิรูปการทำงานของศาล
๒. การออกหมายอาญาเป็นอำนาจศาล
๓. การสอบสวน พิจารณา รวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม
๔. เพิ่มสิทธิของผู้ต้องหาและจำเลย
๕. สิทธิของพยานมีความชัดเจน ให้ตำรวจดูแล
๖. หลักประกันความเป็นอิสระของผู้พิพากษา
การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่พึงทำต่อไป
๑. การสอบสวนฟ้องร้องเป็นกระบวนการตรวจสอบความจริงชั้นเจ้าพนักงานที่เป็นกระบวนการเดียว
๒. การปฏิรูปการทำงานขององค์กรต่าง ๆ ในชั้นสอบสวนฟ้องร้อง
๓. การปฏิรูปศาลพิจารณา (trial court)
๔. ทำความเข้าใจบุคลากรในองค์กรและสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อให้ “ความรับผิดชอบต่อประชาชน” (public accountability) เกิดขึ้น
นายธนวัฒน์ บุรีรัตน์ ประธานหลักสูตรนิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
ปัญหากฎหมายของประเทศไทย
๑. ปัญหาการเรียนการสอน เน้นการอ่านฎีกา แต่ยังไม่มีการวิจัยซึ่งส่วนใหญ่ถ้ามีการวิจัยก็จะเป็นการเปรียบเทียบระหว่างกฎหมายไทยกับกฎหมายต่างประเทศ แต่ไม่มีการเปรียบเทียบเกี่ยวกับโครงสร้างของกฎหมาย
๒. การศึกษากฎหมายขาดความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขาใดสาขาหนึ่ง
๓. การบังคับใช้กฎหมาย ผู้บังคับใช้ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ หรือผู้มีอำนาจก็สามารถเปลี่ยนแปลงกฎหมายได้
๔.หลักจริยธรรมยังขาดอยู่ซึ่งหลักการสอนก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ จึงควรเน้นเรื่องจริยธรรมให้มากขึ้น
ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ....
๑. องค์ประกอบของคณะกรรมการเต็มเวลามี ๓ คนน้อยไป สัดส่วนของชาย-หญิงควรมีความใกล้เคียงกัน
๒. ควรให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น
๓. วาระการดำรงตำแหน่ง กรรมการเต็มเวลากับกรรมการไม่เต็มเวลา ควรมีระยะเวลาเท่าเทียมกัน
๔. ควรมีการขยายให้มีคณะกรรมการระดับจังหวัดหรือสาขาหลายๆที่
ประเด็นข้อคิดเห็น
- การแก้ปัญหาเรื่องเด็ก เยาวชน เป็นเรื่องสำคัญ แต่กระบวนการยุติธรรมทางอาญายังไม่ค่อยให้ความสำคัญ ส่วนใหญ่จะเป็นหน่วยงานของเอกชนที่ให้ความสำคัญกับเด็ก รัฐจะมองในเชิงอำนาจมากกว่า
- กระบวนการยุติธรรมควรเป็นกระบวนการที่ค่าใช้จ่ายน้อย ความร่วมมือสูง
- ปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ เนื่องมาจากสังคมไทยเป็นสังคมที่เอื้ออาทรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดอาจจะทำได้ยาก
- ควรมียุติธรรมจังหวัดเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายให้กับประชาชน เนื่องจากชาวบ้านไม่รู้กฎหมาย จึงถูกลงโทษ
“แนวคิดและวิธีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย” โดยรองศาสตราจารย์ ดร.จุฑารัตน์ เอื้ออำนวย ที่ปรึกษาโครงการเวทีความคิดเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย
สืบเนื่องจากโครงการเวทีความคิดเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทยที่ได้มีการจัดเวทีทั้งหมด ๑๐ ครั้ง สามารถจัดกลุ่มได้ 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
๑. การพัฒนากระบวนการยุติธรรมเชิงคุณค่าสู่สังคมนิติธรรม
- หลักนิติธรรมกับสังคมไทย: คุณค่า ความหมาย และการนำไปใช้
- การสร้างและพัฒนา “ฅน” ยุติธรรม
๒. กระบวนการยุติธรรม : การมีส่วนร่วม ทางเลือก และการเข้าถึง
- การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอำนวยความยุติธรรม
- ยุติธรรมทางเลือกกับการเข้าถึงความยุติธรรมในสังคมไทย
๓. กระบวนการยุติธรรมกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
- การคุ้มครอง “เหยื่อ” ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
- การคุ้มครองสิทธินักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน
- กระบวนการยุติธรรมกับกรณีอุ้มหาย ซ้อม ทรมาน และฆ่านอกระบบกฎหมาย
- บทบาทกระบวนการยุติธรรมกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้
เมื่อสังเคราะห์ความคิดที่ได้จากเวที จึงสรุปบทเรียนได้ ดังนี้
๑. ระบบกฎหมายของไทยยังมีปัญหา
- กระบวนการออกกฎหมายและการนำกฎหมายไปบังคับใช้
๒. กระบวนการยุติธรรมของไทยมีปัญหาวิกฤต จำเป็นต้องเร่งดำเนินการปฏิรูปอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
- ด้านอำนวยความยุติธรรม
- ด้านการบริหารงานยุติธรรม
- การจัดการความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
๓. มีปัญหา “ฅน” กับกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
ยุทธศาสตร์การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมสู่สังคมนิติธรรม
๑. การพัฒนาหลักนิติธรรมในกระบวนการยุติธรรมและสังคม
๒. การพัฒนา “คน” ในกระบวนการยุติธรรม
๓. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน
๔. การคุ้มครองและเสริมพลัง “เหยื่อ” ในกระบวนการยุติธรรม
๕. การปฏิรูปกฎหมายเพื่อมุ่งสู่สังคมนิติธรรม
๖. การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเพื่อมุ่งสู่สังคมนิติธรรม
๗. การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม
“การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย: กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง” โดย นายอดุลย์ ยุววิทยาพานิชย์ อนุกรรมการพัฒนากฎหมายว่าด้วยการค้าที่เป็นธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภค
คณะอนุกรรมการพัฒนากฎหมายว่าด้วยการค้าที่เป็นธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภคได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. .... ซึ่งกฎหมายค้าปลีกค้าส่ง ใช้ควบคู่กับกฎหมายแข่งขันทางการค้า เพื่อควบคุมผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่ง เนื่องจากปัจจุบันการค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ทำให้เกิดการค้าที่ไม่เป็นธรรม ทำให้การค้าปลีกค้าส่งดั้งเดิมไม่สามารถดำเนินการได้
ธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง เป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูงโดยคิดมูลค่าการตลาดในปี ๒๕๕๐ เป็นร้อยละ ๑๔ ของ GDP และมีการจ้างแรงงานคนไทย ๖-๗ ล้านคน โดยคิดเป็น๑๖-๑๘% ของการจ้างแรงงาน ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาที่เกิดขึ้น คือ มีห้างค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่เกิดขึ้นมากและมีการย่อยขนาดให้เล็กลงจากเดิมเพื่อเข้าไปทำการแข่งขันกับร้านค้าปลีกค้าส่งดั้งเดิม เนื่องจากธุรกิจการค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ มีต้นทุนต่ำ สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ในครั้งละจำนวนมาก มีระบบการขนส่ง จัดเก็บ และกระจายสินค้าของตนเอง มีผู้เข้ามาร่วมทุนมากและมีการเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าในการวางสินค้าในห้าง ส่งผลให้ห้างค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่มีทุนมากขึ้นและสามารถจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าต่ำกว่าทุนได้ จึงเกิดปัญหาร้องเรียนจำนวนมาก
การแก้ไขปัญหา คณะรัฐมนตรีให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทยใช้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร และพระราชบัญญัติผังเมือง รวมทั้งข้อบัญญัติขององค์การบริหาร มาใช้ดูแลและมีมติให้กระทรวงพาณิชย์ รับผิดชอบยกร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. .... โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสามารถอยู่ร่วมกันได้และให้มีการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจค้าปลีกค้าส่งดั้งเดิม เพื่อให้แข่งขันกับธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่
สาระสำคัญของกฎหมาย
๑. นิยามคำว่า ค้าปลีกค้าส่ง กำหนดไว้เฉพาะ สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันเป็นส่วนใหญ่
๒. มีการให้อำนาจคณะกรรมการที่จะเข้ามาดูแลและบังคับใช้กฎหมาย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน และมีกรรมาการจากส่วนราชการ 8 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน
๓. วิธีการควบคุมตามกฎหมาย (มาตรา 20-21) โดยกำหนดธุรกิจที่ต้องอนุญาต ซึ่งพิจารณาจากพื้นที่ รายได้ และการรับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และมีมาตรการในการกำกับดูแล โดยกำหนดหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับสถานที่ตั้ง วัน/เวลาเปิด-ปิด และ ผู้ประกอบธุรกิจต้องได้รับใบอนุญาต
ข้อสังเกตจากการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายว่าด้วยการค้าปลีกค้าส่ง
๑. คณะกรรมการที่มีอำนาจออกใบอนุญาตหรือมาตรการกำกับดูแลควรมอบให้คณะกรรมการระดับจังหวัด เพื่อดูแลให้ทั่วถึงในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากบางจังหวัดมีลักษณะเฉพาะ การเข้าไปของธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่จะทำให้เกิดการต่อต้านจากประชาชน อาจทำให้เสียบรรยากาศ ประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่น
๒. วาระการดำรงตำแหน่ง ควรกำหนดให้ชัดเจน
๓. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรกมการ เน้นเรื่องการขยายสาขา การอนุญาต ควรเพิ่มเรื่องวิถีชุมชนและสิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วย
๔. หน่วยธุรการ ควรให้เป็นหน้าที่ของกรมการค้าภายใน
๕. ใบอนุญาตการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ควรมีกำหนดระยะเวลา การต่อใบอนุญาตต้องประเมินผลอย่างเคร่งครัด
๖. มาตรการในการควบคุม กำหนดท้องที่ ที่ตั้งสาขา เพื่อแบ่งพื้นที่ทำกิน ควรมีการคำนวณสัดส่วนประชากรต่อสัดส่วนของการตั้งห้าง กำหนดเวลาเปิด-ปิดห้าง และบังคับใช้กำหมายแข่งขันทางการค้าเพื่อควบคุมการขายสินค้าต่ำกว่าทุนให้เข้มงวด
๗. มาตรการในการสร้างความเข้มแข็งให้กับร้านค้าปลีกค้าส่งดั้งเดิม โดยใช้มาตรการทางภาษี การชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในท้องถิ่นของห้างค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่
-----------------------------