สกอ.เดินหน้ากำหนดมาตรฐานบัณฑิตต้องเป็นคนดี มีคุณธรรม เร่งมหาวิทยาลัยปรับหลักสูตรให้ได้ตามกรอบมาตรฐานระดับชาติ 5 ข้อ หลังกรอบมาตรฐานคุณวุฒิฯ มีผลบังคับใช้ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา
สกอ.ได้ยกร่างโครงการพัฒนาบัณฑิตในอุดมคติขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 โดยยึดหลักว่าหากต้องการได้บัณฑิตที่จบออกมาเป็นคนดี มีคุณธรรมมหาวิทยาลัยต้องสอน ต้องฝึกและต้องพัฒนา ดังนั้นบัณฑิตอุดมคติถือเป็นโจทย์สำคัญของการพัฒนาประเทศสอดคล้องกับนโยบาย 3 ดี ของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่เน้นสร้างจิตสำนึกของบัณฑิตให้มีคุณธรรมจริยธรรมและบัณฑิตที่ห่างไกลจาก ยาเสพติด
ที่สำคัญขณะนี้กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาของ ประเทศไทยมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ดังนั้น หลักสูตรใหม่ที่จะขออนุมัติเปิดหลักสูตรตั้งแต่ปีการศึกษา 2553 จะต้องได้มาตรฐานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิฯ ส่วนหลักสูตรที่มีอยู่แล้วจะต้องปรับปรุงและพัฒนาให้ได้มาตรฐานภายในปี 2555 โดยหลักการของกรอบมาตรฐานคุณวุฒิฯ หมายความว่าต่อไปนี้การพัฒนาบัณฑิตในมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะเป็นระดับ ป.ตรี โทและเอก จะต้องเชื่อมโยงกับมาตรฐานคุณภาพระดับชาติ มหาวิทยาลัยต้องมองไปที่ผลสัมฤทธิ์ของการเรียนรู้ของบัณฑิตเป็นตัวตั้ง
นอกจากนี้มหาวิทยาลัยต้องเริ่มคิดโดยนำกรอบมาตรฐานระดับชาติ ทั้ง 5 ข้อได้แก่ 1.การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม โดยทุกหลักสูตรจะต้องมีการกำหนดที่ชัดเจนว่าบัณฑิตที่จบออกไปแล้วจะต้องมี คุณธรรมทางด้านใดบ้าง 2.ความรู้ บัณฑิตที่จบไปต้องมีความรู้ในศาสตร์วิชานั้น ๆ 3.ทักษะทางปัญญาความสามารถของบัณฑิตที่จะนำไปใช้ในการปฏิบัติงาน 4.ทักษะทางสังคม บัณฑิตจะต้องสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และ 5 .ทักษะทางด้านเทคโนโลยี
ดังนั้นมหาวิทยาลัยจะต้องนำกรอบระดับชาติทั้ง 5 ข้อนี้มาเป็นตัวตั้งทั้งเรื่องการกำหนดหลักสูตรและวิธีการจัดการเรียนการสอน ร่วมถึงการบ่มเพาะคุณธรรมจริยธรรม ที่สาขาต่าง ๆ ต้องระบุให้ชัดเจนว่าอะไรคือคุณธรรมและอะไรคือจริยธรรม ไม่ใช่เน้นสอนเพื่อให้ความรู้เพียงอย่างเดียว ขณะนี้ สกอ.ตระเวนไปตามจังหวัดต่าง ๆ เพื่อเชิญเครือข่ายผู้บริหารมาเรียนรู้วิธีการพัฒนาหลักสูตร เพื่อให้มหาวิทยาลัยเข้าใจว่าการพัฒนาหลักสูตรให้ได้มาตรฐานต้องทำอย่างไร และหลังจากนี้จะจัดส่งวิทยากรลงไปช่วยมหาวิทยาลัยในการดำเนินการพัฒนา มาตรฐานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ
เริ่มกำหนดมารตฐานแต่หากไม่มีวิธีการ ก็ยังแย่อยู่เหมือนเดิมครับ
เรามักจะเปรียบเปรยล้อเลียนมหาลัยว่า...เป็นสถาบันเปลี่ยนนิสัย
คือคุณครูพ่อแม่เขาเลี้ยงมาดีๆ พอปี1 ถูกรับน้อง ก็ติดเหล้า
ปี2 ก็เริ่มย้ายกันไปอยู่เป็นคู่ๆ
มีอาจารย์หมอท่านหนึ่ง บอกว่ารับบริจาคเลือดที่มหาลัยแห่งหนึ่ง ผลว่าต้องทิ้งไป 60% เพราะ.... มีเชื้อซิฟิลิต และ HIV
โอ้...นี่ขนาดคนที่กล้าบริจาคนะ
แล้วตัวเลขจริงละจะขนาดไหน...
สุดท้ายแล้ว งบประมาณที่รัฐทุ่มเท ไป ทั้งอุปกรณ์เทคโนโลยี เงินสนับสนุนรายหัว ที่อุดหนุนวิชาการกันฟู่ฟ่า สุดท้ายแล้วมันจะเสียเปล่า เพราะสอบตกเรื่องคุณธรรม อนาคตของชาติเป็นเอดส์ตายกันเสียกว่าครึ่ง..
เป็นข้อมูลที่สังคมควรให้ควาสำคัญและได้รับการแก้ไข