สุขภาวะ จิตใจสงบ
“ห้องฉุกเฉินเตรียมพร้อม”
พี่ประชาสัมพันธ์เสียงหล่อใฝ่ธรรมะกระหืดกระหอบมายืนหน้าประตูกวาดสายตาดูพื้นที่ว่างของห้องที่พอจะแทรกผู้ป่วยรายต่อไปเข้ามา
“พร้อมคะพี่ เคสอะไรคะ” พี่พยาบาลเสียงใสตอบ และถามกลับทันที
จากนั้นพยาบาล ผู้ช่วยเหลือคนไข้เวรเช้าลุกพรึบพร้อมกันเหมือนนัด เป็นการเตรียมพร้อมของกำลังคน เพื่อพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทุกเมื่อ
“ถูกฟัน” ป๋าตอบ
“ถูกฟัน ก็ไปห้องฟันสิคะ ” เอ่ยแซว เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงาน แต่ไม่ได้ทำให้ขำเลยซักนิดเดียว
แล้วเปลนอนเปื้อนเลือดพร้อมผู้ป่วยบาดเจ็บ ก็ถูกเข็นมุ่งหน้าเข้าห้องฉุกเฉิน บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป พยาบาลเดินสวนกันขวักไขว่ เต็มไปด้วยอารมณ์ความรีบเร่ง เมื่อเห็นผู้ป่วยตรงหน้าร้องด้วยความเจ็บปวดประหนึ่งมีความทุกข์ทรมานมากจากการบาดเจ็บใดๆ พยาบาลแต่ละคนบริหารจัดการหน้าที่ของตนเอง ประสานการทำงานเป็นทีมได้อย่างสอดคล้อง รวดเร็ว ทั้งวัดสัญญาณชีพ ตรวจสอบบาดแผล ทำความสะอาดบาดแผล เปลี่ยนเสื้อผ้า เปิดเส้นเลือดเพื่อให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ บันทึกบาดแผลด้วยกล้องถ่ายรูปและแบบบันทึกบาดแผลผู้ป่วยอุบัติเหตุ (เพื่อประกอบหลักฐานทางคดี) ซักประวัติ รายงานแพทย์เยี่ยมอาการ ให้การพยาบาลด้วยความนุ่มนวลและรวดเร็ว เนื่องจากเป็นเคสที่มีความจำเป็นต้องให้การพยาบาลด้วยความเร่งด่วน รีบเร่งอาจนำมาซึ่งการล่วงละเมิด และไม่ลืมที่จะแจ้งผู้ป่วยทราบทุกครั้งเมื่อให้การพยาบาล ด้วยความใส่ใจในสิทธิผู้ป่วย การเอาใจเขามาใส่ใจเรา มองมุมย้อนกลับว่าถ้าเราตกอยู่ในสภาพแบบเขา แล้วถูกปฏิบัติด้วยเช่นนี้เราจะรู้สึกอย่างไร เป็นการเห็นใจในความเจ็บปวดซึ่งเป็นความทุกข์ของเขาและจะทำอย่างไร เพื่อให้เขาปลดเปลื้องทุกข์และนำมาซึ่งความสุขในขณะนั้น พยาบาลในทีมก็เต็มใจปฏิบัติเต็มที่
“รายงานแพทย์ด่วนด้วยค่ะ”
“รายงานแล้วค่ะ” พูดจบ แพทย์ก็เดินมาถึงหน้าประตูห้องฉุกเฉินแล้ว ช่างรวดเร็ว สัมผัสได้ถึงการบริหารจัดการหน้าที่ของตนเองของเจ้าหน้าที่ในห้องฉุกเฉิน ได้เหมาะสมกับสถานการณ์
แพทย์เยี่ยมอาการผู้ป่วยรายนี้ พบว่าบาดแผลที่ศีรษะลึกถึงกระดูกกะโหลก ใบหูฉีกขาด และบาดแผลฉีกขาดตำแหน่งต่างๆของศีรษะมากกว่า10แผล มีโอกาสที่อวัยวะข้างเคียงจะได้รับอันตรายร่วมด้วย จึงพิจารณาส่งต่อโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่าด้านเครื่องมือและบุคลากร
ขณะนำส่งได้จัดพยาบาลดูแลขณะส่งต่อเพื่อเฝ้าระวังอาการ และการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการนำผู้ป่วยส่งต่อ เป็นการให้การดูแลผู้ป่วยอย่างบูรณาการ ดูแลการได้รับสารน้ำอย่างเพียงพอ ดูแลบาดแผล ผ้าพันแผลไม่ให้หลุด ป้องกันการเสียเลือดเพิ่มมากขึ้น ตรวจระดับความรู้สึกตัว เป็นการพยาบาลนอกห้องที่ทำด้วยใจและได้ใจผู้รับบริการและญาติ คำนึงถึงสุขภาวะของผู้บาดเจ็บ เพราะขณะนำส่งไม่มีญาติสายตรง ผู้บาดเจ็บเป็นหญิงหม้าย ขณะบาดเจ็บผู้นำส่งโรงพยาบาลคือเพื่อน การปฏิบัติเพียงหวังให้เกิดความสุขที่เป็นองค์รวมกาย ใจ อารมณ์ สังคมและจิตวิญญาณ เพียงน้อยนิดก็เกิดความสุขทางใจแม้ว่าพยาบาลนำส่งเหงื่อโทรมกายก็ตาม นำผู้บาดเจ็บส่งถึงโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่าด้วยความปลอดภัย
แม้งานส่งต่อจะผ่านมือเราไปแล้ว การดูแลของเรายังไม่จบเพียงแค่นั้น สิ่งที่ปฏิบัติตามมา คือการโทรศัพท์ติดตามอาการ การรักษาที่ได้รับ ทราบว่าเคสถูกนำส่งต่อโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่าอีกระดับ เราจะรอเธอปลอดภัยกลับมาค่ะ…..
เวรบ่ายแดดร่มลมตกวันหนึ่งที่ห้องทำงานเดิม
“คุณ..ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก เชิญค่ะ”เสียงขานเรียกผู้รับบริการดังขึ้นเหมือนทุกวัน
ขณะขานเรียกผู้รับบริการพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นบัตรคิวผู้รับบริการรายหนึ่งชื่อคุ้นๆ เงยหน้าขึ้นสบตารับรู้การมารับบริการ ดังมารยาทของการให้บริการด่านหน้าที่ผุดขึ้นมาในใจ ก็เห็นเคสที่รอทำแผลลำดับต่อไปนั่งรถเข็น บริเวณศีรษะถูกพันรอบด้วย ผ้าพันแผลแบบยางยืดรอบศีรษะ หน้าคลับคล้ายคลับคลาเคสนั้นจัง
“คุณ….ใช่ไหมคะ ” พยาบาลถาม
“ใช่ค่ะ คุณพยาบาลจำได้หรือคะ” ผู้ป่วยตอบพร้อมยิ้มที่มุมปากนิดนึง แววตามีประกายสุข ( ยิ้มกว้างไม่ได้มีผ้าพันแผลพันอยู่ )
“ พยาบาล คือคนที่ไปส่งฉันวันนั้นใช่ไหม” ถามต่อ
ก็จะไม่ให้จำได้ได้อย่างไร ขณะส่งต่อแม้จะดูแลการพยาบาลแล้ว ยังต้องท่องชื่อ อายุ อาการ การบาดเจ็บที่ได้รับตลอดทาง 50กิโลเมตรนี่คะ เคสนี้ได้ดูแลกันอย่างต่อเนื่องTotal care …จุดเริ่มต้นของสัมพันธภาพนำไปส่งความไว้วางใจ..…..เหมือนเข็มนาฬิกาที่พาเรามาพบกัน
ซักถามอาการ การรักษา ที่ได้รับจากรพ.ศักยภาพสูง ผู้ป่วยตอบว่าที่โน่นเห็นควรให้รักษาต่อรพ.ใกล้บ้านจึงขอมาโรงบาลสอง
ฉันขอรับอาสาทำแผลให้เธอเอง เนื่องด้วยมีแผลหลายตำแหน่ง และแผลค่อนข้างใหญ่ จำเป็นต้องใช้เวลาในการทำแผลนาน จึงผ่อนคลายความเครียดด้วยการชวนพูดคุยการดูแลแผลขณะอยู่ที่บ้าน การรับประทานอาหารส่งเสริมการหายของแผล ผู้ป่วยไว้วางใจ ระบายความรู้สึก เล่าเหตุการณ์ที่ต้องทำให้ได้รับอุบัติเหตุ พยาบาลรับฟัง เปิดโอกาสให้ระบายความรู้สึก เพื่อให้การพยาบาลที่เข้าถึงจิตใจและการให้การประคับประคองด้านจิตใจได้ตรงจุดและเหมาะสม พูดคุยให้ผู้ป่วยให้อภัย ใช้สติไตร่ตรอง ทำจิตใจให้สงบ เพื่อควบคุมจิตใจของตนเอง เพราะต้องกลับไปอยู่สภาพแวดล้อมเดิม
เวรบ่ายวันนั้นอิ่มใจ เป็นสุขที่เห็นเคสกลับมาปลอดภัย และไว้วางใจมารับบริการที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ให้เราดูแลแผลต่อเนื่องและเป็นการสะดวกในการมารับบริการของผู้ป่วยด้วย
เสร็จจากเคสทำแผลรายนี้แล้ว นั่งหลับตานึก….ชีวิตจะมีคุณค่า เมื่อเห็นคุณค่าของผู้อื่น… ..มีพลัง แล้วจึงลุกขึ้นปฏิบัติงานต่อไป
ผู้ป่วยรายนี้มาทำแผลที่โรงพยาบาลทุกวันตามคำแนะนำ ได้รับการประเมินบาดแผล เห็นควรส่งต่อสถานบริการสุขภาพใกล้บ้านดูแล เป็นโจทย์ให้คิดค้นหาวิธีต่อไป จึงนำเรื่องไปปรึกษาหัวหน้างาน ได้รับคำแนะนำว่าเมื่อเห็นควรก็ให้ส่งต่อสถานบริการสุขภาพใกล้บ้าน โดยบันทึกอาการ สภาพแผล การดูแลต่อเนื่องลงในโปรแกรมHHC แล้วโทรศัพท์ประสานงาน เพื่อการเข้าถึงบริการใกล้บ้านที่สะดวก และมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยต่อไป ผู้ป่วยพึงพอใจการเอาใจใส่นั้น ยกมือประณมขอบคุณ
เวลาผ่านไปหกเดือน วันนั้นเวรเช้าวันอาทิตย์สุดท้ายของปีงบประมาณ ฉันคนเดิม(พยาบาล) และเธอคนเดิม( ผู้ป่วยรายนั้น ) ก็มาเจอกันที่ห้องเดิม ฉันจำหน้าและชื่อ และร่องรอยบาดแผลเดิมของเธอได้ เธอมาด้วยแผลชุ่มเลือดคล้ายเดิมแต่คนละตำแหน่ง วันนี้แผลที่เท้าจากถูกมีดบาดขณะทำงาน ไม่มีใครทำร้ายเธอ ฉันคนเดิมทำความสะอาดแผลและเย็บแผลให้เธอ ขณะเย็บแผลนึกไปถึงเหตุการณ์วันก่อนนั้นด้วยใจสงบ......ถ้าคนเราจิตใจสงบเสียอย่าง การที่จะมีความรักความเมตตาช่วยเหลือเกื้อกูลกันมันไม่ยาก แต่ถ้าเรามีความโกรธ ความเครียด ความน้อยใจ สิ่งเหล่านี้จะไม่ออกมาเลย ( จำมาเขียน)
ฉันอิ่มใจกับงาน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารพ.สอง สร้างสุขให้ผู้รับบริการต่อไป…….ด้วยใจและความร่วมมือ……/aujung ห้องฉุกเฉิน
SHA-SONG/siriwan
ถ้าทำงานด้วยใจ...ผู้รับบริการคงรู้สึกและสัมผัสได้...ผู้ให้ก็มีความสุข...ความดีบางครั้งทำแล้วไม่มีใครรู้แต่อย่างน้อยก็มีตัวของเราเองที่รู้ ..เป็นกำลังใจให้ ERค่ะ หน่วยงานที่มีแต่เหตุการณ์เร้าใจรายวัน../ juey
ปลาบปลื้มใจมากๆที่พยาบาลของเราได้ดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจของความเป็นมนูษย์จริงๆ ขอเป็นกำลังใจให้ทำความดีต่อไปนะคะ
เพื่อผู้รับบริการจะได้มีสุขภาพที่ดียิ่งๆขึ้นไปค่ะ / ตึกผู้ป่วยใน