ในการทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพื่อดูแลระวังรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนพลเมือง

           จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.จัดบรรยายและนำเสนอร่างผลวิจัยเรื่อง"มาตรการป้องกันเพื่อปรับปรุงกระบวนการใช้อำนาจเกินขอบเขตกรณีเจ้าพนักงานตำรวจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ" เนื่องจากตำรวจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมในฐานะเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายอาญาทุกฉบับ มีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมกว้างขวาง ซึ่งอำนาจที่กว้างขวางทำให้การทำงานของตำรวจต้องสัมผัสกับประชาชนอย่างใกล้ชิด การปฏิบัติจึงมีโอกาสกระทบต่อสิทธิเสรีภาพประชาชนได้ง่าย รวมทั้งมีช่องทางในการทุจริตได้ง่ายเช่นกัน

           บุคคลที่ก้าวเข้ามาสู่อาชีพตำรวจส่วนมากจะมีบุคคลที่พอประมวลแบ่งได้ดังนี้ คือ

               ๑. อาชีพตำรวจ  พวกนี้ชอบในเครื่องแบบ ชอบพกปืน ชอบแต่งตัวอวดเบ่งชาวบ้าน ชอบวางก้ามวางอำนาจเกินขอบเขต ชอบข่มขู่เรียกรับผลประโยชน์จากกลุ่มพ่อค้า จากผู้กระทำผิดกฎหมาย ส่วนมากมักมีพฤติกรรมการใช้อำนาจหน้าที่ที่มิชอบ ชอบเดินตามนาย หรือชอบคลุกคลีหรือเป็นลูกน้องผู้มีอิทธิพล

               ๒. พวกไม่มีเป้าหมายในชีวิต ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำงานอะไร สมัครงานตามเพื่อน หรือหาอาชีพอื่นที่ดีกว่ายังไม่ได้ ไม่รู้จะหยิบจับงานอะไรหรือประเภทเรียนจบมาประเภทด้วยคะแนนเส้นยาแดงผ่าแปด

              ๓. ตำรวจอาชีพ พวกมีอุดมการณ์มีอุดมคติ ในการทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพื่อดูแลระวังรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนพลเมือง พวกนี้มีจิตใจดี มีจิตวิญญาณความเป็นตำรวจที่สมบูรณ์ มีเกียรติรักศักดิ์ศรี ในความเป็นมนษุย์ทั้งต่อตนเองและประชาชนผู้มาขอความช่วยเหลือ ตำรวจประเภทนี้มักตั้งความหวังไว้ว่า จะต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อจะได้รับความก้าวหน้าในชีวิตราชการ ซึ่งในการทำดีของเราจะต้องอยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์สุจริต

           ทุกยุคทุกสมัยของวงการตำรวจจะมีการปรับโครงสร้างตำรวจจากผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะจากนักวิชาการ และนักการเมือง แต่การปรับโครงสร้างแต่ละครั้งผู้ที่ได้รับประโยชน์ก็คือส่วนหัวหรือผู้อยู่ข้างบน ประชาชนไม่ได้อะไรเลย ส่วนฐานล่างหรือตำรวจชั้นผู้น้อยได้อานิสงส์บ้างนิดหน่อย  แต่ยังไม่มีใครที่จะเป็นตัวตั้งตัวในการปฏิรูประบบงานตำรวจทั้งระบบ ต่อไปตำรวจจะต้องเปลี่ยนวิธีคิด ปรับวิธีทำงาน และสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ โดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งแน่นอนว่าเราจะต้องยกเครื่องตั้งแต่การคัดเลือกบุคคลากรเข้ามาอบรมเป็นตำรวจ ต้องพิถีพิถันกว่ารับบุคคลทั่วไปที่ทำงานโดยไม่ต้องมาสัมผัสใกล้ชิดประชาชน กระบวนการศึกษาต้องปฏิรูปใหม่หมด ต้องมีหลักสูตรเกี่ยวกับศาสนาหรือศีลธรรม เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ ควบคุมการใช้อำนาจตนเอง ไม่ให้เป็นไปโดยมิชอบ แต่ที่สำคญต้องสร้างสิ่งจูงใจให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเลือกเข้ามาเป็นข้าราชการตำรวจเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ก็คือเงินเดือนต้องตั้งไว้ให้สูงๆกว่าอาชีพอื่น เหมือนต่างประเทศ อย่างประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ เพราะในปัจจุบันเงินเดือนตำรวจไทยต่ำสุดในหมู่กระบวนการยุติธรรม.