เพิ่งรู้สึกฟื้นจากความเหน็ดเหนื่อยเมื่อผ่านมาแล้ว 2 วันเต็มๆ เนื่องจากการเดินทางไปประชุมวิชาการเรื่อง Trigger Tools for Clinical Laboratory Quality Assurance ซึ่งจัดโดยบริษัท พี ซี แอล โฮลดิ้ง จำกัด ที่โรงแรม Hyatt Regency Huahin ในวันที่ 24-25 กันยายน 2552
ที่ตัดสินใจจะไปร่วมประชุมครั้งนี้ จุดใหญ่ใจความก็คือทีมงานวิทยากรจากคณะเทคนิคการแพทย์ ม.มหิดล ทีมนี้นั่นเองค่ะ นำโดยอ.กุลนารี สิริสาลี ตามด้วยคณะอีก 4 ท่านทีมเดิมที่เคยประทับใจมาแล้ว ได้ฟังอาจารย์บรรยายแล้วความประทับใจที่เคยมีก็ได้รับการตอกย้ำเพิ่มขึ้น เอาไว้จะเก็บมาเล่าอีกบันทึกค่ะ เรียกว่าฟังทีไร จิตวิญญาณของการทำงานแล็บอย่างมีคุณภาพและจรรยาบรรณก็จะเฟื่องฟู พองโตทุกครั้ง
น้องหญิง-บราลี สาวสวยหน่วย Chem ร่วมเดินทางไปด้วยกัน เราทั้งคู่ตกลงใจที่จะลองใช้บริการรถไฟไทยกัน โดยที่พี่โอ๋นั่งครั้งสุดท้ายเมื่อสักเกือบ 20 ปีมาแล้ว ส่วนน้องหญิงเคยแต่นั่งชั้น 3 ระยะใกล้ๆหาดใหญ่-ยะลา อะไรประมาณนั้น ไม่เคยมีประสบการณ์กับรถตู้นอนมาก่อนเลย ดังนั้นแทนที่เราจะขึ้นเครื่องบินไปพักหนึ่งคืนที่กรุงเทพเพื่อร่วมขบวนรถบัสของบริษัทเดินทางมาหัวหิน เราก็เลยเลือกจองตั๋วรถไฟตู้นอนปรับอากาศตรงไปหัวหินกันเลย
สิ่งแรกที่ประทับใจก็คือบริการการจองตั๋วรถไฟทางอินเตอร์เน็ต สะดวกง่ายดายเหมือนการจองตั๋วเรื่องบินเลยค่ะ เพิ่งได้รู้ก็คราวนี้แหละ ลงทะเบียนเข้าใช้ระบบ แล้วก็เลือกเส้นทางจากสถานีไหนไปไหน วันที่เท่าไหร่ ก็จะมีขบวนรถขึ้นมาให้เลือก เราสองคนไม่อยากฝากงานเป็นภาระเพื่อนๆในแล็บมากก็เลยเลือกเที่ยวสุดท้ายของวันพุธที่ 23 ซึ่งเป็นรถตู้นอนปรับอากาศ จากสุไหงโกลก (จุดแรกที่แตกต่างจากอดีต ที่เคยขึ้นแต่รถจากบัตเตอร์เวิร์ธ) ออกจากหาดใหญ่เวลา 6 โมงเย็น เลือกเสร็จแล้วก็สามารถชำระค่าโดยสารทางอินเตอร์เน็ตได้เลย พอเสร็จขั้นตอนนี้ ก็ได้รับตั๋วรถไฟในรูปของ pgf file พิมพ์ออกมาได้เลย ใช้เวลาทั้งหมดไม่ถึง 20 นาที ตื่นเต้นดีใจกับระบบเขากันน่าดู สะดวกสบายจริงๆ โทรศัพท์ตรวจสอบกับทางสถานีรถไฟเรียบร้อยว่าเขายอมรับตั๋วที่พิมพ์เองนี้ ก็สบายใจได้เลย
ในวันนั้นเป็นวันรับพระราชทานปริญญาของน้องๆบัณฑิตม.อ.เสียด้วย เราจึงต้องเตรียมตัวออกจากมหาวิทยาลัยกันตั้งแต่ 4 โมงครึ่งเพื่อไม่ให้จ๊ะเอ๋กับขบวนน้องๆบัณฑิตหลังออกจากห้องประชุม ไปถึงก็ฝากของที่จุดรับฝาก เขาคิดราคาชิ้นละ 20 บาทต่อวันและปิดทำการเวลา 6 โมง มีฝรั่งสาวๆแบกเป้ยักษ์มาถาม ท่าทางน่าสงสารเพราะเธออยากฝากค้างคืน เธอบอกว่าที่ชุมพรคิดแค่ 10 บาทเท่านั้น ทำไมที่นี่แพงจัง ข้ามวันก็เป็น 40 บาทเสียด้วย จากนั้นเราก็ไปแวะร้านหนังสือในห้างบริเวณสถานีรถไฟ เวลาหมดไปอย่างรวดเร็ว ออกมารับกระเป๋าคืนกันแล้วก็ได้ข่าวที่ไม่อยากได้ยินเลย นั่นคือรถไฟล่าช้าจะมาถึงเวลา 2 ทุ่ม เราสองคนก็เลยมองซ้ายมองขวาหาที่เหมาะๆจะนั่งอ่านหนังสือ น้องหญิงตาดีมากเห็นเสาต้นหนึ่งมีปลั๊กไฟ เราก็เลยได้เสียบปลั๊กโน้ตบุ้ค (ที่ลืมชาร์จแบต) ทำงานไปด้วยเลย น้องหญิงก็นั่งอ่านหนังสือ เสียบหูฟังเพลงตามประสาวัยรุ่น (หลังๆ) พอถึงเวลา 2 ทุ่มก็ได้ยินประกาศว่ารถไฟกำลังมาและเปลี่ยนจากชานชาลาที่ 3 มาเป็นชานชาลาที่ 1 ทำให้เราสองคนต้องย้ายที่รอกันกลับมาอีกด้าน เริ่มหิวกันแล้วหลังจากที่ตอนแรกไม่รู้สึก เลยได้อุดหนุนข้าวเหนียวไก่ย่างแม่ค้าตรงนั้นกัน แต่ก็ไม่ได้กินเลยเพราะคิดว่ารถไฟจะมาแล้ว เอาไว้ไปกินบนรถ แต่เอาเข้าจริงก็ล่วงเลยไปอีกครึ่งชั่วโมง แถมเมื่อมาแล้วกว่าจะเคลื่อนขบวนก็ 3 ทุ่มซึ่งเราพิชิตอาหารเย็นกันเกลี้ยงพอดี ได้เวลาแปรงฟันล้างหน้าเตรียมตัวนอน พนักงานปูเตียงอย่างคล่องแคล่วว่องไว แถมยังพูดคุยโต้ตอบกันอย่างสนุกสนาน เราเลยได้รู้ว่าพนักงานสายเหนือเขามาเดินสายช่วยสายใต้ด้วย
น้องหญิงตัวยาว จากที่ตั้งใจจะนอนเตียงบน ขึ้นไปนั่งก็หัวติดเพดาน เลยต้องสลับกัน เราเองตัวขนาดกระทัดรัดก็ยังพบว่าที่นอนเหมือนจะแคบกว่าเมื่อก่อน หมุนตัวสลับไปมายากมาก แถมช่วงแรกๆนี้รถไฟเขย่าโคลงเคลงเหมือนรางมีไม่ครบเส้นอยู่สักพักใหญ่ๆ เล่นเอารู้สึกเหมือนตกหลุมอากาศเวลานั่งเครื่องบินกันเลยเชียว กว่าจะเรียบลื่นก็เมื่อเลยชุมพรไปแล้ว ได้นั่งทำงานต่อก่อนจะล้มตัวลงนอนอ่านหนังสือ
และแล้วเราก็ถึงหัวหินในเวลา 8 โมงครึ่ง เป็นการเดินทางโดยรถไฟไทย..ที่แสนประทับใจ...ไม่รู้ลืม
น่ารักดีค่ะ
อ่านแล้วคิดถึง..สมัยยังเดินทางโดยรถไฟไทย
อ้อ เคยแบ็คแพ็คเที่ยวรถไฟไทยสองคนกับลูกชาย คราวที่พ่อเขาไม่อยู่ แต่เป็น splinter ค่ะ หัวหินเช่นเดียวกัน...
ผมเข้าใจว่า butterworth จะตู้ใหญ่กว่าหน่อยนึงรึเปล่า ยังไงเนี่ยแหละครับ เคยใช้บริการนานมาแล้ว (เป็นสิบกว่าปีแล้วเหมือนกัน) แถวนี้ก็โคลงๆอย่างที่พี่โอ๋เล่ามาจริงๆ เลย (เป็นข้ออ้างในการ) สั่งคอหมูย่าง เม็ดมะเม่วงหิมพานต์ ข้าวเหนียว และเบียร์ไฮเนเกนหนึ่งขวดมากินเสมอ พอเสร็จจะหลับ ก็จะเข้าที่ราบเรียบแถวๆเลยขึ้นไปอีกนิด
เคยลองนั่งชั้นหนึ่งดูครับ เป็นห้องคู่ (คู่ใครคู่มัน) เตียงสองชั้น แต่จะมีอ่างล้างหน้า โต๊ะกินข้าว (พับ) และสั่งอาหารมาทานกันในห้อง ปลายตู้มีห้องน้ำ สามารถอาบน้ำได้ ถ้ามีความสามารถในการยืน balance ตัวเองได้ดีพอ ดูน่าตื่นเต้นดี แต่ไม่เคยลองเหมือนกัน ข้อดีก็คือ ความเป็นส่วนตัว ค่อนข้างไม่อึกทึก และไม่ต้องกลัวจะเจอนั่งเจอก๊วนกินอะไรดึกๆใกล้ๆ พอถึงสถานีก็ไม่ต้องเดินไกลมากเท่าไหร่ด้วย เพราะจะมาจ่อหน้าทางออกพอดี