ทฤษฎีสัมพันธภาพ ผ่านพวงองุ่น-ทำไมข้าพเจ้าจึงสามารถปฏิบัติดีกับผู้อื่นได้อย่างไม่คับข้องใจ

   ในสถานะการทำงาน การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น   ทำไมเราจึงยังปฏิบัติดีต่อผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ   

   แม้ว่าเราจะดูเป็นคนที่ต่ำต้อยด้อยค่าในสายตาของผู้อื่น ไม่เคยได้รับการยอมรับ      ไม่เคยมีอำนาจในตนเอง  มีชีวิตอยู่อย่างเล็กจ้อยเสมอ  แต่ในความเล็กจ้อย      เราไม่เคยเลยที่จะทำให้ใครก็ตามที่มีโอกาสได้สัมผัส ร่วมงานกับเรารู้สึกว่าเขาเล็กกว่าเรา  ทุกคนมีคุณค่าเสมอ  ทุกคนสำคัญเสมอ  ไม่ว่าจะเป็น

    เด็กเล็กๆ ที่สักวันเขาก็ต้องเติบโต เป็นผู้ใหญ่ เป็นคนที่อาจโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของที่ใดที่หนึ่ง องค์กรใดองค์กรหนึ่งของโลกใบนี้  

    ตอผุในที่ทำงานที่เพื่อนร่วมงานบอกว่า ไม่อยากร่วมงานด้วย ไม่อยากคบหาทำอะไรก็ไม่เคยสำเร็จ  คนเช่นนี้เราต้องช่วยพัฒนาเขา  ให้โอกาสเขาในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง 

   คนที่อารมณ์รุนแรง  ใครๆ ก็ไม่อยากเข้าใกล้ แต่พี่คนนี้รับผิดชอบงานดีน้า...ให้พี่เค้าระบายก่อนแล้วค่อยมอบหมายงาน รับรอง เก็บงานได้ครบทุกเม็ด

   หัวหน้าที่ดูเหมือนว่า ใครๆก็ไม่ได้เรื่องไปซะหมด  เพราะนั่นเป็นธรรมชาติของคนเก่ง เมื่อเขาเก่งกว่าเขาย่อมเห็นความไม่ได้เรื่องในตัวเรา จงเรียนรู้ที่จะเก่งขึ้นแล้วโรคขัดหูขัดตาจะหายไป

   ผู้บริหารที่ไม่เคยมองเห็นว่ามีเราในองค์กร  จะเห็นได้ยังไง ก็มีคนตั้งเยอะแยะในองค์กรเนอะ  ทำดีต่อไปเมื่อมีผลงานเขาจะเห็นเอง  ตัวเองน่ะอย่าท้อ ใครทำดีก็ได้ทำดี  ดีกับตัวเองและผู้รับผลงานที่อยู่ตรงหน้าเห็นได้ชัดๆ ไม่ต้องวัดระยะไกลหรอก

   นักการในหน่วยงานที่เห็นอะไรก็หงุดหงิดขวางหูขวางตาไปหมด อยู่มานาน ไม่พอใจอะไรก็บ่น เขาก็เหนื่อยเนาะ ทั้งกวาดทั้งถู ทั้งเก็บ ดีแล้วที่มีเขา ไม่งั้นเราต้องถูเองนะเนี่ย

  ผู้รับบริการที่ เราทำอะไรให้ก็ไม่เคยพึงพอใจ เรายังแก้ปัญหาและช่วยเหลือเขาไม่มากพอ เขายังไม่หมดปัญหาที่กังวล เราต้องค้นให้พบและช่วยเหลือเค้า

เหตุการณ์เหล่านี้มีให้ได้เรียนรู้อยู่เสมอทุกวันๆๆเหมือนเข็มนาฬิกา

ย้อนถามตนเองว่า ทำไมข้าพเจ้าจึงสามารถปฏิบัติดีกับผู้อื่นได้อย่างไม่คับข้องใจแม้ไม่ 100% แต่ก็มากกว่า ร้อยละ 90 แหละน่า 

เพราะเราต้องมีทักษะในการเลือกอย่างไรเล่า ในดีมีเสีย ในเสียมีดี เลือกเหมือนเลือกกินองุ่น 

เราต้องเรียนรู้และรู้จักที่จะเลือกมองหาข้อดีที่ซ่อนอยู่ในลักษณะไม่พึงประสงค์อันโดดเด่น และเลือกที่จะไม่เป็นถังขยะด้วยนะ 

ขั้นตอนอันดับแรกต้องท้าทายตนเองก่อน  ทำให้ตัวเองเชื่อให้ได้ก่อนว่า

ในองุ่น 1 พวง ที่ประกอบด้วยหลายลูกนั้น แน่นอน ต้องมีลูกที่เริ่มเน่าเสีย  ลูกที่สุกหวานฉ่ำ ลูกที่ยังไม่แก่เพียงพอและมีรสเปรี้ยว ลูกที่เหี่ยวลีบเพราะพัฒนาไม่สมบูรณ์  วิธีการกินนั้น เวลาเราทุกคนกินองุ่นก็ไม่น่าจะแตกต่างกัน

ลูกที่เน่า เก็บทิ้งไปเสีย อย่าได้ใส่ใจ และอย่าไปยึดถือเป็นอารมณ์  ยังมีลูกอื่นๆอยู่ในพวงนี้ให้ได้เลือกเก็บกินอีกตั้งหลายลูก

ลูกที่เปรี้ยว รีบกลืนลงไปหรือคายซะ อย่าเปรี้ยวนาน ยังมีลูกอื่นๆอยู่ในพวงนี้ให้ได้เลือกเก็บกินอีกตั้งหลายลูก

ลูกที่ลีบ เก็บทิ้งไปซะอย่าได้หงุดหงิดใจไปยังมีลูกอื่นๆอยู่ในพวงนี้ให้ได้เลือกเก็บกินอีกตั้งหลายลูก

และแล้วก็ยังมีลูกองุ่นฉ่ำหวานให้เรากินอีกมากมายในพวงนั้น  เปรียบเหมือนสัมพันธภาพระหว่างเรากับผู้คน เลือกเอาส่วนที่ดีมีประโยชน์มาคุยกัน  มาพัฒนา สร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมร่วมกัน  มองแต่ดีมีแต่ได้ไม่มีเสีย แน่นอนทีเดียวเชียว

                 การเอาชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการเอาชนะใจตนเอง

เอาชนะความไม่พึงพอใจ อันที่จะนำสู่ความโกรธ  เมื่อมันก่อตัวขึ้น  ต้องรีบสงบนิ่ง ยิ้ม และหายใจไว้ หายใจไว้ อย่าลืมหายใจ เราต้องไวในการดักจับความรู้สึก แล้วจึงกลายเป็นคนที่ ยิ้มตลอด 24 ชั่วโมง  อาจดูเหมือนสมองจะออกนิ่มๆนิดหน่อย

แต่ยอมรับได้ในสิ่งที่ตัวเองเป็น.......เพราะรู้ตัวอยู่

ว่ายังโง่อยู่มาก ต้องรีบเรียนรู้ที่จะลดระดับความโง่

ผ่านวิธีการทำให้สมองนิ่มๆ....แฮ่...แฮ่