การศึกษาเป็นปัจจัยที่สำคัญของมนุษย์ในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง เพื่อใช้ชีวิตในสังคมและเพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติในวงกว้างต่อไป และการปฏิรูปการศึกษานับเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมระบบต่างๆให้ดีขึ้นหรือแย่ลง แต่จะเป็นอย่างไรเมื่อการปฏิรูปการศึกษาที่เหล่าผู้บริหารพูดกรอกหูมานานเป็นปีๆเกิดล้มเหลว อนาคตของเด็กไทยจะต้องเผชิญกับปัญหาที่พวกเขาไม่ใช่คนกำหนดอีกนานเท่าใด
เมื่อหลายปีก่อนเยาวชนไทยได้รับข้อมูลที่จะมีการปฏิรูปการเรียนการสอนไว้อย่างเลิศหรู แต่เมื่อหลายปีผ่านมาหลายอย่างกับเป็นปัญหาเรื้อรังจะกี่รัฐบาลกี่รัฐมนตรีก็ยังไม่อาจแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ทั้งจากปัจจัยจากระบบใหม่ และสิ่งแวดล้อมโดยรอบซึ่งปรับเปลี่ยนตัวเองไม่ได้ตามจุดประสงค์ของการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งส่งผลกระทบออกมาในมุมกว้างไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประเมินผลการศึกษาของเด็กไทยตกต่ำลง อย่างเห็นได้ชัด ความแตกแยกในการบริหาร และปัญหาอื่นอีกมากมาย แต่สุดท้ายปัญหาทั้งหมดเยาวชนไทยผู้ที่มีสิทธิจะได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมตามรัฐธรรมนูญกลับเป็นผู้รับผลกระทบโดยตรง หลายปีก่อนมีการเปลี่ยนหลักการสอนเป็นระบบ "ไชล์ท เซ็นเตอร์" (Child Center) ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2545) โดยการยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เน้นที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นเรื่องจริงที่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ปัญหากลับไม่เคยจะแก้ไขได้ เวลาแสดงให้เห็นว่าทั้งผู้สอนและผู้เรียนไม่ค่อยได้ยึดหลักการนี้ในการเรียนการสอนจริง การสอนจึงเป็นแบบเดิมๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นโชคร้ายหรือโชคดีกันแน่สำหรับผู้เรียนในเรื่องนี้ นอกจากนี้การให้อำนาจสถานศึกษาเป็นผู้กำหนดหลักสูตรการสอนเอง ก็นับว่าเป็นวิกฤตการณ์ ร้ายแรงของการศึกษาตลอดเวลาที่ผ่านมาหลักการสอนแม้เนื้อหาโดยรวมจะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่มีการสลับเนื้อหาไปตามแต่ละโรงเรียนจะพิจารณา ทำให้เนื้อหาในแต่ละโรงเรียนในช่วงเวลาเดียวกันเกิดความแตกต่าง บางสถานศึกษามีการกำหนดหลักสูตรเองทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำสำหรับผู้เรียน แต่กระนั้นก็นับโชคดีที่มีข่าวว่าในปีการศึกษา2553 จะจัดทำหลักสูตรเป็นมาตรฐานขึ้น นอกจากปัญหาที่เกิดกับระบบที่ปฏิรูป สิ่งแวดล้อมอื่นๆก็ยังคงเป็นปัญหาติดตามมา เช่น ปัญหาเกี่ยวกับครูผู้สอน จากแต่เดิมปัญหาการขาดแคลนครูยังมีอยู่ไม่ขาด และเมื่อมีการปฏิรูปการศึกษาให้ครูมีการเกษียณอายุก่อนกำหนดได้ ทำให้ปัญหานี้ส่งผลกระทบมากขึ้นในแต่ละปีมีครูต้องการ เออลี่รีไทร์ จำนวนมากแต่ผู้ที่จะมาเป็นครูกลับลดลง เรื่องนี้จะโทษครูก็ไม่ได้จากการที่ท่านต้องแบกภาระที่มากเกินทั้งเรื่องงานและค่าดำรงชีพซึ่งต้องยอมรับว่าน้อยสำหรับงานที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ กับความเหลวแหลกของสังคมที่คนทำดีไม่ได้ดีแต่คนชั่วประจบประแจงกลับได้ดี ท่านต้องเผชิญปัญหาเหล่านี้มาเป็นเวลานานอาจทำให้จิตใจของผู้เป็นพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ต้องสั่นคลอนไป สำหรับครูที่มีจิตวิญญาณที่มั่นคง การสอนของท่านก็ใช่ว่าจะยังคงมีประสิทธิภาพเหมือนเดิม ซึ่งมาจากความไม่พร้อมในระบบใหม่ตามแต่หน่วยที่กำหนดนโยบายจะกำหนดลงมา และยังมีปัญหาที่สำคัญคือสถานศึกษา ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่แน่ใจมีจุดมุ่งหมายอะไรกันแน่ จะปั้นให้เยาวชนเป็นคนที่ดีมีความรู้เพื่อใช้ชีวิตในวันหน้า หรือแค่จะสร้างชื่อเสียงให้สถาบันเท่านั้น บางโรงเรียนมีการจัดกิจกรรมเพื่อประเมินผลงานตามหลักสูตรใหม่ให้ได้ดี แต่เรื่องที่สำคัญคือการเรียนของนักเรียนกลับเป็นเรื่องรอง บางโรงเรียนมีการทิ้งการเรียนการสอนของนักเรียนเป็นเทอมเพื่อไปทำกิจกรรมที่ขอแค่ให้โรงเรียนโด่งดังผ่านการประเมินยอมเสียเวลาเรียนให้นักเรียนจัดฉากเพื่อจะได้งบประมาณอุดหนุน เป็นโรงเรียนตัวอย่างตามหลักสูตรใหม่ จากปัญหาต่างๆเหล่านี้ทำให้เห็นถึงความล้มเหลวในการปฏิรูปการศึกษาซึ่งสังคมทำให้เยาวชนนักเรียนนักศึกษากลายเป็นผู้รับกรรมที่พวกเขาไม่ได้ก่อ ไม่มีโอกาสแม้เพียงจะแสดงความคิดเห็น ทุกอย่างเป็นไปตามใจผู้กำหนดนโยบาย ที่เมื่อมีปัญหาก็อ้างว่าแสดงความรับผิดชอบแล้วก็ลาออกไป แต่ความจริงปัญหานั้นยังไม่ได้รับการแก้ไข หลายหน่วยงานยังคงดันทุรังที่จะผลักดันงานนี้ต่อไปโดยไม่ได้คำนึงถึงปัญหาที่ผ่านมา และที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งสุดท้ายสังคมที่ร่วมกันอยู่ก็จะได้รับผลกระทบโดยตรง
การพัฒนาระบบต่างๆรวมถึงการปฏิรูปการศึกษาให้ดีขึ้นสมบูรณ์ขึ้นย่อมเป็นสิ่งที่ดี หากมีการจัดเตรียมที่เหมาะสมย่อมนำมาซึ่งประโยชน์ที่ดี และผู้ที่ได้ประโยชน์จากประเด็นนี้ก็ไม่ใช่ใครหากแต่เป็นลูกหลานเยาวชนคนไทยซึ่งจะเป็นกำลังให้ประเทศชาติต่อไป แต่ถ้าการปฏิรูปการศึกษายังเต็มไปด้วยปัญหา ก็คงจะคาดเดาอยากว่าอนาคตของนักเรียนรุ่นนี้อยู่ที่ไหนกับระบบการจัดการที่ล้มเหลว และจะเป็นอย่างไรต่อสำหรับนักเรียนรุ่นต่อๆไป ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งน่าจะดีกว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้วจะเถียงกันว่าจะโทษใคร เหมือนดังเช่นที่เคยเป็นมาแล้ว.....
จากบันทึกที่ได้อ่านครับ ผมว่า(ความคิด)ขึ้นอยู่กับการเมืองมากกว่า ถ้าเปลี่ยนจากพรรค ก เป็น พรรค ข ก็เปลี่ยนแปลงนโยบายอีก เฮ้ย เหนื่อยทำไงได้เราผู้รับนโยบายมาปฏิบัติ มันเป็นสัจธรรมเมืองไทยครับ 5555555
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้จัดการประเทศซึ่งก็คือรัฐบาลนั่นเอง