ยุทธศาสตร์กับการพัฒนาสถานศึกษา

ยุทธศาสตร์กับการพัฒนาสถานศึกษา

อรษา  นนทะเสน

                ยุทธศาสตร์  เป็นการมองทิศทางการบริหารงานหรือองค์กรไปสู่อนาคต  โดยคำนึงถึงบริบท  สภาพแวดล้อมของสถานศึกษา  ความเป็นไปได้  ว่าจะนำองค์กรไปสู่เป้าหมายได้อย่างไร  จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเครื่องมือในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไปสู่เป้าหมาย  ที่เรียกว่า  การวางแผนกลยุทธ์  ในบทความนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึง  ความหมายของยุทธศาสตร์  ความสำคัญของแผนยุทธศาสตร์  การวิเคราะห์เรื่องสั้นเชิงการบริหารจัดการ  เรื่อง  กุญแจของนายท่านอยู่ไหน  และปัจจัยที่ทำให้การวางแผนยุทธศาสตร์ในสถานศึกษาประสบผลสำเร็จ 

1. ความหมายของยุทธศาสตร์

                ยุทธศาสตร์ (Strategy) คือ การมองทิศทางและวิเคราะห์ไปสู่อนาคต โดยพิจารณาถึงทรัพยากร ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทางเลือกต่าง ๆ ความเป็นไปได้ขององค์การเพื่อระดมมาใช้ และพิจารณาว่าสามารถนำองค์การไปสู่ภารกิจและเป้าหมายที่วางไว้กลยุทธ์ คือ เครื่องมือที่กำหนดทิศทางการทำงานของหน่วยงานเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการให้บริการ

                  ยุทธศาสตร์ หมายถึง การมองไปสู่อนาคต ภายใต้การพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการใช้ความสามารถขององค์การเพื่อระดมทรัพยากรมาใช้ และการพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ อย่างรอบคอบ และชัดเจนว่าจะสามารถนำองค์การไปสู้ภารกิจ และเป้าหมายที่วางไว้

                  ยุทธศาสตร์ หมายถึง การวิเคราะห์เพื่อวางกลยุทธ์ที่วิเคราะห์ทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่คาดว่าจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่จะมีผลกระทบต่อองค์กรทั้งในแง่โอกาสและอุปสรรค

                ยุทธศาสตร์ หมายถึง ทิศทางที่ชัดเจนขององค์กรกำหนดขึ้นเพื่อชี้นำการปฏิบัติในอนาคต

                นอกจากนี้  ดร.สุเมธ ยังได้ให้ความหมายของ  ”ยุทธศาสตร์การพัฒนา” หมายถึง  แผนการทำงานพัฒนาเรื่องหนึ่งเรื่องใดที่ยากเป็นพิเศษ ไม่อาจทำให้บรรลุได้ด้วยวิธีปกติธรรมดาทั่วไป เป็นแผนการที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักวิชา ทฤษฎีแนวความคิดและข้อมูลสภาพที่ถูกต้องเหมาะสมกับเรื่องที่จะทำการพัฒนา

                       ดังนั้น  ยุทธศาสตร์  หมายถึง  การมองทิศทางการบริหารงานหรือองค์กรไปสู่อนาคต  คาดการณ์  ความเป็นไปได้  โดยคำถึงถึงผลกระทบจากบริบทและสภาพแวดล้อมของแต่ละองค์กรหรือแต่ละสภาพงาน  เพื่อที่จะนำไปสู่เป้าหมายโดยการสร้างเครื่องมือในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า  แผนกลยุทธ์


2.  ความสำคัญของแผนยุทธศาสตร์

                        การวางแผนยุทธศาสตร์หรือแผนกลยุทธ์มีความเหมาะสมอย่างยิ่งในยุคที่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะมีกระบวนการคิดหาวิธีการที่ดีที่สุด โดยให้ความสำคัญต่อผลกระทบจากปัจจัยสภาพแวดล้อมทั้งภายใน ภายนอกในทุกมิติขององค์กร ตลอดทั้งการยอมรับร่วมกันของคนในองค์กร การวางแผนเชิงกลยุทธ์มีลักษณะที่มุ่งปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อม มีลักษณะที่ยืดหยุ่นเหมาะสมสอดคล้องกับการวางแผนเพื่อพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานตลอดเวลาที่ก้าวไปในอนาคต  แผนกลยุทธ์ เป็นแผนระยะยาวที่ถูกกำหนดบนพื้นฐานที่ว่า องค์กรจะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อม ภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น จึงเน้นที่ทิศทางและแนวทางสำหรับแผนงานและโครงการซึ่งปรับเปลี่ยนได้

3.  การวิเคราะห์เรื่องสั้นเชิงการบริหารจัดการ  เรื่อง  กุญแจของนายท่านอยู่ไหน

                       มีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาว่า มีครูชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากเลิกงานตอนค่ำ ขณะที่เดินอยู่เขาพบว่าที่ข้างถนนมีผู้บริหารสถานศึกษาชายสองคนแต่งตัวใส่สูทดูท่าทางภูมิฐาน กำลังก้มหน้าก้มตาขมักเขม้นมองหาอะไรบางอย่างอยู่ที่พื้นใต้แสงไฟริมทางเดินอย่างเอาจริงเอาจัง   ทั้งๆ  ที่ใต้แสงไฟนั่นเขาก็มองไม่เห็นว่าจะมีอะไร   ด้วยความแปลกใจ  ครูชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปหาผู้บริหารสถานศึกษาชายทั้งสอง  แล้วถามขึ้นด้วยความสงสัยว่า

“พวกท่านกำลังหาอะไรกันหรือ” ......ครูชายหนุ่มถาม

ผู้บริหารสถานศึกษาชายทั้งสองตอบ  “เราได้ทำกุญแจรถตกหาย ”

ครูชายหนุ่มช่วยมองหาโดยรอบก็ไม่เห็นมี  แต่ก็ยังเห็นผู้บริหารสถานศึกษาชายทั้งสองคนยังคงก้มหน้าก้มตามองหาแถมยังเอามือควานสะเปะสะปะไปทั้ว จึงเอ๋ยถามต่อว่า

“แล้วรถของท่านอยู่ที่ไหนละ”... ครูชายหนุ่มถามต่อ

“อ๋อ รถเราจอดอยู่ห่างจากถนนนี้ลงไปประมาณ  50  หลา...  ผู้บริหารสถานศึกษาชายทั้งสองตอบ

“แล้วทำไมพวกคุณจึงได้มาหากุญแจแถวนี้ละ... ครูชายหนุ่มถามต่อ

“ก็บริเวณที่จอดรถมันมืดมองอะไรไม่ค่อยเห็น  แต่ที่ตรงนี้มีแสงจากหลอดไฟข้างถนน  น่าจะหากุญแจได้ง่ายกว่า”

ครูชายหนุมได้  งง งง ง .. แล้วก็เดินจากไป พร้อมกับความคับข้องใจ

 การวิเคราะห์

  1. ถ้าหาก  กุญแจ  เป็นยุทธศาสตร์ในการนำพาสถานศึกษาไปสู่เป้าหมาย  พฤติกรรมการบริหารจัดการในเรื่องนี้  ผู้บริหารทั้งสองท่านคงหากุญแจไม่พบ  หรือหายุทธศาสตร์ในการบริหารงานไม่พบนั่นเอง  เพราะผู้บริหารทั้งสองไม่ได้มองปัจจัยต่าง ๆ  สภาพแวดล้อม  บริบท  การคาดการณ์  ความเป็นไปได้ของการแก้ปัญหา  ไม่มียุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหา  หรือแม้กระทั่งให้หายุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาใหม่ก็ยังหาไม่เจอ  เช่นเดียวกับการหากุญแจเพื่อที่จะนำไปไขรถยนต์  ให้สามารถขับเคลื่อนไปได้  แต่ผู้บริหารทั้งสองท่านทำไมไม่หาที่บริเวณใกล้ ๆ  รถยนต์  เพราะเห็นว่ามันมืด  ไม่แสวงหาเครื่องมือที่จะทำให้หากุญแจพบ  (  เครื่องมือที่ว่านี้  คือ  กลยุทธ์  นั่นเอง )  แต่กลับต้องการความสะดวกสบายไปแสวงหาเครื่องมือที่อื่น  ซึ่งมันไม่สามารถแก้ปัญหานั้นได้เลย  เพราะไม่เข้ากับบริบทและสภาพแวดล้อม  ความเป็นไปได้ของปัญหา  เมื่อครูชายหนุ่มมาถามผู้บริหาร  ทำให้ครูชายหนุ่ม งง  เป็นอย่างมาก  เปรียบได้กับการบริหารงานที่มองไม่เห็นทิศทางเพื่อที่จะไปสู่เป้าหมาย  ไม่มีการหากลยุทธ์หรือสร้างกลยุทธ์สู่ความสำเร็จ  ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดความสับสนมองไม่เห็นเป้าหมายการพัฒนา
  2. เรื่องสั้นดังกล่าว  ทำให้ผู้เขียนเกิดแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศเพื่อการศึกษา  ดังนี้  ก่อนที่จะจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศเพื่อการศึกษา  สถานศึกษาทั้งสองแห่งนี้ควรได้มีการจัดการความรู้เรื่อง  การวางแผนยุทธศาสตร์หรือแผนกลยุทธ์ก่อน  เพราะแม้แต่ผู้บริหารเองก็ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจ  และวางแผนยุทธศาสตร์ไม่เป็น  หรือไม่มียุทธศาสตร์การพัฒนา  ดังนั้นควรได้มีการจัดการความรู้และสร้างนวัตกรรม  ดังนี้ 

                       1)  ศึกษาข้อมูล  จัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ  ตัวบุคลากรให้มีความพร้อมในการจัดการความรู้

                       2)  ประชุมวางแผนการดำเนินงาน

                       3)  แต่งตั้งผู้รับผิดชอบ

                       4)  ดำเนินการ

                       - ผู้บริหารและครูร่วมประชุม  ถามถึงการได้มาซึ่งความรู้เรื่อง  การวางแผนยุทธศาสตร์และแผนกลยุทธ์  ว่าอยู่ที่ตัวบุคคลใดมีความรู้ความเข้าใจ  พร้อมเสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาตามแนวคิดของแต่ละคน  พร้อมทั้งหาเอกสารหลักฐานอ้างอิง  ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละโรงเรียน  ค้นหายุทธศาสตร์ที่ดีที่สุด 

                       - นำความรู้ที่ได้ไปจัดทำเป็นระบบสารสนเทศที่มั่นคง  สามารถค้นหาได้อย่างรวดเร็ว  โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย  ส่งผ่านระบบอินเทอร์เน็ต  ครูทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้ได้ทุกที่  ทุกเวลา

                       5)  ติดตามและประเมินผลการใช้ความรู้นั้นในการบริหารจัดการ

                       6)  สรุปผลและรายงานผลการดำเนินงานจัดการความรู้ในองค์กรว่าเกิดผลในการบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่

4. ปัจจัยที่ทำให้การวางแผนยุทธศาสตร์ในสถานศึกษาประสบผลสำเร็จ 

                       1.  ภาวะผู้นำของสถานศึกษา

                       2.  ความสามัคคีของบุคลากรในสถานศึกษา

                       3.  การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการกำหนดยุทธศาสตร์

                       4.  ความสอดคล้องกับบริบท  สภาพแวดล้อม  ความเป็นไปได้ในอนาคต

                       5.  การสร้างองค์ความรู้เรื่องยุทธศาสตร์ของสถานศึกษานั้น ๆ  โดยการจัดการความรู้อย่างเป็น

                       ระบบโดยอาศัยเทคโนโลยีและเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

                       การวางแผนยุทธศาสตร์หรือกาวางแผนกลยุทธ์นั้น  จะทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล  จะต้องอาศัยความร่วมมือของบุคลากรทุกส่วน  เพราะทุกคนมีส่วนกำหนดทิศทางในอนาคตของสถานศึกษา  แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายด้าน  ความเป็นไปได้ในอนาคต  ดังนั้นการแลกเปลี่ยนความรู้จึงมีความสำคัญ  องค์กรหรือผู้นำองค์กร  ควรมีการสนับสนุนให้บุคลากรมีการแลกเปลี่ยนความรู้ทั้งภายในและนอกองค์กร  โดยนำเทคโนโลยีการสื่อการเข้ามาช่วย  เช่น  ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต   เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้ประสบผลสำเร็จต่อไป

อ้างอิง

“สรรหามาเล่า.”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก:http://media.pkru.ac.th:8080/dit/index.php?board=5;

      action=display;threadid=362  2004.

“นโยบายและแผนการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทย.”.  เข้าถึงได้จาก: http:// www.                   

      kmitl.ac.th/agritech/nutthakorn/...2204/.../Lesson%202.doc.