การจัดการความรู้ เรื่อง การประกันคุณภาพการศึกษา
อรษา นนทะเสน
การจัดการความรู้ เป็นกระบวนการสำคัญที่จะนำสถานศึกษาไปสู้เป้าหมายได้สำเร็จ เพราะสถานศึกษาบางแห่งยังดำเนินงานอย่างไม่เป็นระบบ และไม่มีความรู้ ความเข้าใจเพียงพอในการดำเนินงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้น การจัดการความรู้จะช่วยให้สถานศึกษามีแนวปฏิบัติที่มั่นคง มีความรู้ที่ชัดแจ้ง ไม่ว่าความรู้นั้นจะได้มาจากตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งในองค์กร หรือได้มาจากเอกสารหลักฐานจากการค้นคว้าก็ตาม ในบทความนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึง ความหมายของการจัดการความรู้ วัตถุประสงค์ของการจัดการความรู้ องค์ประกอบของการจัดการความรู้ ประโยชน์ของการจัดการความรู้ กระบวนการจัดการความรู้ กรณีศึกษาการจัดการความรู้เรื่องการประกันคุณภาพการศึกษา และปัจจัยที่ทำให้การจัดการความรู้ประสบผลสำเร็จ
1. ความหมายของการจัดการความรู้
นักการศึกษาและนักบริหารการศึกษา ได้ให้ความหมายของคำว่า การจัดการความรู้ไว้หลากหลาย พอสรุปได้ดังนี้
การจัดการความรู้ในองค์กร หมายถึง การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กร ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสาร มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด โดยที่ความรู้มี 2 ประเภท คือ
- ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์หรือสัญชาตญาณของแต่ละบุคคลในการทำความเข้าใจในสิ่งต่างๆ เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหรือลายลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทำงาน งานฝีมือ หรือการคิดเชิงวิเคราะห์ บางครั้ง จึงเรียกว่าเป็นความรู้แบบนามธรรม
- ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีต่างๆ เช่น การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่างๆ และบางครั้งเรียกว่าเป็นความรู้แบบรูปธรรม ( สำนักงาน ก.พ.ร. 2548 : 4 )
การจัดการความรู้เป็นกระบวนการ (Process) ที่ดำเนินการร่วมกันโดยผู้ปฏิบัติงานในองค์กรหรือหน่วยงานย่อยขององค์กร เพื่อสร้างและใช้ความรู้ในการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ดีขึ้นกว่าเดิมการจัดการความรู้ในความหมายนี้จึงเป็นกิจกรรมของผู้ปฏิบัติงาน ไม่ใช่กิจกรรมของนักวิชาการหรือนักทฤษฎี แต่นักวิชาการหรือนักทฤษฎีอาจเป็นประโยชน์ในฐานะแหล่งความรู้ (Resource Person)
การจัดการความรู้เป็นกระบวนการที่เป็นวงจรต่อเนื่อง เกิดการพัฒนางานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เป้าหมาย คือ การพัฒนางานและพัฒนาคน โดยมีความรู้เป็นเครื่องมือ มีกระบวนการจัดการความรู้เป็นเครื่องมือ “การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่เป้าหมาย”
ดังนั้น การจัดการความรู้ หมายถึง กระบวนการรวบรวมความรู้ที่มีอยู่ในองค์กร ทั้งที่อยู่ในตัวบุคคล หรือจากเอกสารคู่มือต่าง ๆ นำมาจัดการให้เป็นระบบ ง่ายต่อการนำมาใช้ประโยชน์ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการความรู้ เช่น การจัดการความรู้ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
2. วัตถุประสงค์ของการจัดการความรู้
1. เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานขององค์กร
2. เพื่อผลักดันให้เกิดการสร้างนวัตกรรมในองค์กร
3. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กร
4. เพื่อช่วยให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาบุคลากร
5. เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับความต้องการของผู้ใช้บริการได้ดีขึ้นและเร็วขึ้น
3. องค์ประกอบของการจัดการความรู้
1. คน เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์
2. เทคโนโลยี เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยนและนำความรู้ไปใช้ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
3. กระบวนการความรู้ ( Knowledge process ) เป็นการบริหารจัดการเพื่อนำความรู้จากแหล่งความรู้ไปใช้เพื่อให้เกิดการปรับปรุงและนวัตกรรม
องค์ประกอบของการจัดการความรู้ของ สคส. จะมุ่งเน้นไปที่คนค่อนข้างมาก คือ มองว่า KM จะสำเร็จได้ ปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับการจัดการความรู้ในระดับปัจเจก ดร.ประพนธ์ ผาสุกยืด ได้พัฒนาแนวคิดออกมาเป็น “หน้าต่างความรู้ ประตูปัญญา” ดังนี้
|
*KM Model ระดับปัจเจก |
รู้ อะไร |
ไม่รู้ อะไร |
รู้ ว่า |
1. “เรารู้ว่า...เรารู้อะไร” - ความรู้ที่ชัดแจ้ง เช่น เอกสาร - ความรู้ที่แฝงในตัวคน |
3. เรารู้ว่า...เราไม่รู้อะไร - เช่น เรารู้ว่าเราไม่รู้ภาษาจีน ถ้าเราอยากรู้ก็ไปเรียน |
ไม่รู้ ว่า |
2. เราไม่รู้ว่า...เรารู้อะไร - เป็นสิ่งที่เรารู้ แต่มันซ่อนเร้นอยู่ จนเราเองก็ไม่รู้ตัวว่าเรารู้สิ่งนั้น |
4. เราไม่รู้ว่า...เราไม่รู้อะไร - เป็นจุดบอด ต้องพยายามให้เกิด น้อยที่สุด |
ดังนั้น ถ้าเราจัดการความรู้ตามแนวคิดนี้ เราก็สามารถนำความรู้ที่มีอยู่ในองค์กรของเรา ซึ่งอยู่ในตัวบุคคลนั้น ที่ได้มาจากการสั่งสมประสบการณ์ จนเกิดเป็นทักษะ ถ้าสิ่งไหนที่เรายังไม่รู้ต้องพยายามหามาให้ได้ซึ่งความรู้จะได้พัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. ประโยชน์ของการจัดการความรู้
1. เพิ่มศักยภาพในการตัดสินใจ
2. สร้างการยอมรับ
3. เกิดนวัตกรรมใหม่
4. เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงาน
5. พัฒนาคุณภาพ
6. ลดการทำงานซ้ำซ้อน
7. การกระจายอำนาจ
5. กระบวนการจัดการความรู้
1. การสร้างความรู้ขึ้นใช้เองจากการทำงาน เพื่อหาลู่ทางใหม่ ๆ หรือหานวัตกรรมในการทำงาน ทำให้การทำงานหรือการประกอบกิจกรรมได้ผลดีขึ้น หรือก้าวสู่กระบวนทัศน์ใหม่ กระบวนการสร้างความรู้ขึ้นใช้เองน่าจะมีทั้งทำโดยจงใจหรือตั้งใจ กับที่ทำโดยไม่จงใจ แต่เกิดผลเป็นการสร้างความรู้ และกระบวนการสร้างความรู้นี้น่าจะประกอบด้วยกิจกรรมย่อยมากมาย ทำอย่างต่อเนื่องยาวนาน ควรหาทางระลึกย้อนกลับไปและรวบรวมข้อมูลดังกล่าว นำมาวิเคราะห์ทบทวน สังเคราะห์ขึ้นเป็นแนวทางสำหรับจัดกระบวนการของประชาคมต่อไป หรือสำหรับแลกเปลี่ยนให้ประชาคมอื่นได้นำไปเป็นแนวทางและปรับใช้
2. การค้นคว้าหาความรู้จากภายนอก สำหรับนำมาใช้ประโยชน์ ดำเนินการอย่างไรบ้าง ในสถานการณ์ใดที่ทำให้มีการค้นคว้าหาความรู้จากภายนอกอย่างขันแข็งมากกว่าปกติ แหล่งความรู้ที่ใช้มีที่ใดบ้างแหล่งใดที่จัดได้ว่าเป็นแหล่งที่ดี ดีอย่างไร วิธีการค้นคว้าทำอย่างไร บุคคลหรือสมาชิกองค์กร/เครือข่ายที่มีความสามารถพิเศษในการค้นคว้าหาความรู้จากภายนอกมีลักษณะอย่างไร มีการเปรียบเทียบ คัดเลือกหรือผสมผสานระหว่างความรู้ที่ค้นคว้ามาจากภายนอก กับความรู้ที่สร้างขึ้นเองจากการทำงานอย่างไรบ้างเป็นต้น
3. การตรวจสอบ คัดเลือกความรู้ คัดเอาความรู้ที่ไม่แม่นยำทิ้งไป เอาความรู้ที่ไม่เหมาะสมต่อการใช้งานในบริบทของกลุ่มหรือองค์กรทิ้งไปทำอย่างไร มีความรู้มากน้อยแค่ไหนที่ถูกคัดออกโดยกระบวนการนี้ ยกตัวอย่าง จะยิ่งดีถ้าทำตารางระบุรายชื่อความรู้ดังกล่าว ระบุว่าตัดทิ้งเพราะเหตุใด ผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างไรจึงเชื่อว่าเป็นความรู้ที่ไม่น่าเชื่อถือหรือไม่เหมาะสม คนที่มีลักษณะแบบใดที่มีความสามารถด้านนี้เป็นพิเศษ ถ้าจะพัฒนาขีดความสามารถของกลุ่ม/องค์กรในด้านการตรวจสอบ/คัดเลือกความรู้ ควรมีวิธีดำเนินการอย่างไร เป็นต้น
4. การกำหนดความรู้ที่จำเป็นสำหรับใช้งาน มีการกำหนดหรือไม่ ถ้ามีการกำหนดโปรดระบุว่ามีความรู้ด้านใดบ้าง กระบวนการกำหนดทำอย่างไร ใช้เกณฑ์อะไร มีการปรับปรุงข้อกำหนดหรือไม่ ถ้ามีทำบ่อยแค่ไหน บุคคลที่เป็นแกนนำในด้านนี้คือใครบ้าง ทำไมจึงเป็นคนที่ทำภารกิจนี้ได้ดี เป็นต้น
5. การจัดหมวดหมู่ความรู้ และจัดเก็บ ให้อยู่ในลักษณะให้ค้นหาได้ง่ายและอยู่ในลักษณะที่ใช้งานได้ง่ายมีการทำบ้างหรือไม่ ทำอย่างไร ใครเป็นผู้ทำ มีการปรับปรุงบ่อยแค่ไหน กลไกให้เกิดการปรับปรุงคืออะไร โปรดนำเสนอความรู้ดังกล่าวในรูปของซีดี-รอม
6. กระบวนการถ่ายทอด/แลกเปลี่ยนความรู้ ภายในองค์กร/เครือข่าย ดำเนินการอย่างไร เน้นความรู้แบบไหน (tacit, embedded, explicit) มีวิธีการถ่ายทอดความรู้ต่างแบบอย่างแตกต่างกันอย่างไร ใช้ ICTช่วยอำนวยความสะดวกในการถ่ายทอด/แลกเปลี่ยนความรู้อย่างไร มีการถ่ายทอด/แลกเปลี่ยนความรู้กับนอกองค์กร/เครือข่ายบ้างหรือไม่ เนื้อความรู้แบบใดที่มีการถ่ายทอด/แลกเปลี่ยนกับภายนอก เนื้อหาความรู้อะไรบ้างที่มีการถ่ายทอด/แลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวางภายในองค์กร อะไรบ้างที่ไม่ค่อยมีการ KM Analysis_Synthesis_Guideline_460116.doc ถ่ายทอดแลกเปลี่ยนทั้ง ๆ ที่เป็นความรู้ที่สำคัญ เพราะอะไร เป็นต้น อะไรบ้างที่ต้องปกปิด ไม่ให้รั่วออกไปภายนอกองค์กร / เครือข่าย
7. การยกระดับความรู้ โดยการตีความ จัดแบบแผน (pattern) หรือหมวดหมู่ ภายใต้บริบทของงานหรือกิจกรรม ทั้งที่เป็นความรู้ฝังลึก ความรู้แฝง และความรู้ที่เปิดเผย รวมทั้งการยกระดับผ่านวงจรเปลี่ยนความรู้ฝังลึกไปเป็นความรู้ที่เปิดเผย และเปลี่ยนไปเป็นความรู้ฝังลึกในระดับที่สูงขึ้น มีกิจกรรมหรือกระบวนการอะไรบ้างที่เกิดการยกระดับความรู้ดังกล่าว ใครคือแกนนำที่ผลักดันหรือดำเนินการกระบวนการดังกล่าว มีปัจจัยใดบ้างที่ส่งเสริมหรือขัดขวางการยกระดับความรู้ เมื่อมีการยกระดับความรู้แล้ว เกิดผลอะไรบ้างต่อองค์กร/เครือข่าย และต่อสมาชิกขององค์กร/เครือข่าย เป็นต้น
8. การดำเนินการหรือสร้างเงื่อนไขเพื่อลดทอนการปกปิดหรือเก็บงำความรู้ มีการดำเนินการอย่างไรบ้าง ดำเนินการแล้วได้ผลอย่างไร ใครคือบุคคลหรือแกนนำสำคัญในการดำเนินการดังกล่าว มีข้อแนะนำ
สำหรับให้องค์กร/เครือข่ายอื่น ๆ นำไปปรับใช้อย่างไรบ้าง เป็นต้น
9. การใช้ ICT สนับสนุนกระบวนการ มีการดำเนินการอย่างไรบ้าง ตามประสบการณ์ที่ผ่านมา ICT แบบใดที่ใช้สะดวก/ไม่สะดวกอย่างไร ICT แบบใดที่ส่งผลอย่างมีพลังสูง/ต่ำอย่างไร cost-benefit และ costeffectivenessของ ICT แต่ละแบบเป็นอย่างไร ความคงทนของ ICT แต่ละแบบเป็นอย่างไรบ้าง มีคน/กลุ่มคนที่กลัวไม่กล้าใช้หรือไม่คล่องแคล่วในการใช้ ICT แบบใดบ้าง องค์กร/เครือข่ายได้แก้ปัญหา “กลัวเทคโนโลยีใหม่” นี้อย่างไร เป็นต้น
10. กระบวนการสร้าง & ใช้จินตนาการ & ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ องค์กร/เครือข่ายมีกระบวนการดังกล่าวอย่างไรบ้าง อธิบายหลักการและวิธีการให้ชัดเจนกระบวนการดังกล่าวก่อผลดี/ผลเสีย ต่องาน/กิจกรรม และต่อสมาชิกขององค์กร/เครือข่าย อย่างไรบ้าง มีคำแนะนำต่อองค์กร/เครือข่ายอื่น ๆ ในเรื่องหลักการ/วิธีการ สร้าง & ใช้จินตนาการ & ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อย่างไรบ้าง เป็นต้น
11. บรรยากาศ/วัฒนธรรมองค์กร (corporate cultute) องค์กร/เครือข่าย ได้สร้างบรรยากาศหรือวัฒนธรรมประเพณีอะไรบ้างที่เชื่อว่าช่วยส่งเสริมการจัดการความรู้ การดำเนินการดังกล่าวทำอย่างไร ใครเป็นบุคคล/แกนนำสำคัญ ผลของการดำเนินการแต่ละอย่างเป็นอย่างไรบ้าง มีคำแนะนำต่อองค์กร/เครือข่ายอื่น ในหลักการ & วิธีปฏิบัติในเรื่องนี้อย่างไร
12. การใช้ความรู้ มีการประยุกต์ใช้ความรู้ในกิจการต่าง ๆ อย่างไรบ้าง ผลของการประยุกต์ใช้ความรู้เป็นอย่างไรบ้าง ทั้งที่ผลงาน การเรียนรู้ภายในองค์กร/เครือข่าย การยกระดับความรู้ และผลต่อคน(สมาชิกขององค์กร/เครือข่าย โปรดระบุพลวัตของการใช้ความรู้ มีประสบการณ์ของการใช้ความรู้แล้วเกิดผลด้านลบบ้างหรือไม่ ถ้ามี เป็นเพราะเหตุใด มีข้อเสนอแนะต่อองค์กร/เครือข่ายอื่น ๆ ด้านกระบวนการใช้ความรู้อย่างไรบ้าง
13. ชุมชนความรู้ มีการรวมกลุ่มกันเป็น “ชุมชนแห่งความรู้” อย่างไรบ้าง การริเริ่มมาจากไหน มีความต่อเนื่องหรือไม่ อย่างไร ปฏิสัมพันธ์และกิจกรรมภายในชุมชนแห่งความรู้เป็นอย่างไร กิจกรรมชุมชนแห่งความรู้ก่อผลด้านต่าง ๆ อย่างไรบ้าง มีข้อเสนอแนะต่อองค์กร/เครือข่ายอื่น ๆ ในเรื่อง “ชุมชนแห่งความรู้” อย่างไรบ้าง
14. กระบวนการตรวจสอบ (วัด) สินทรัพย์ทางปัญญา (intellectual asset) และทุนปัญญา(intellectual capital) มีการทำบ้างหรือไม่ ทำบ่อยแค่ไหน บอกวิธีทำ สาเหตุที่ทำ ใครบ้างเป็นแกนนำ ผลการตรวจสอบ (วัด) เป็นอย่างไรบ้าง มีพลวัตเป็นอย่างไร การดำเนินการดังกล่าวเกิดผลอย่างไร
15. อื่น ๆ
6. กรณีศึกษา การจัดการความรู้ เรื่อง การประกันคุณภาพการศึกษา
จากคำกล่าวที่ว่า “…ผลการประเมินภายนอกสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งหนึ่ง พบว่า มีหลายมาตรฐานและหลายตัวชี้วัดที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำ จากการศึกษาถึงสาเหตุและปัญหาพบว่า ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจาก ครูและบุคลากรของสถานศึกษาไม่มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา…”
หากผู้เขียนได้เป็นผู้บริหารสถานศึกษาแห่งนี้ ผู้เขียนจะดำเนินการจัดการความรู้เรื่อง การประกันคุณภาพการศึกษา โดยจัดอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการให้แก่บุคลากรในสถานศึกษาทุกท่าน โดยนำวิทยากรที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี มาช่วยดำเนินกิจกรรมให้สำเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้
- แต่งตั้งคณะทำงานจัดการความรู้ เรื่อง การประกันคุณภาพการศึกษา ผู้บริหารควรให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ
- ปรับพฤติกรรมของบุคลากรในสถานศึกษา
- ให้สามารถหาความรู้ เรื่อง การประกันคุณภาพการศึกษา ทั้งหมดที่มีอยู่ในองค์กรมาจัดการความรู้ได้
- สามารถนำความรู้ที่ได้มาใช้สร้างกระบวนการทำงานให้ดีขึ้น
- บุคลากรในสถานศึกษาสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทุกคนในสถานศึกษาสามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้
- เผยแพร่ความรู้ไปยังคนอื่น ๆ ได้ สร้างความมั่นใจในความรู้ที่ได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์
- สามารถบริหารจัดการและจัดเก็บความรู้ โดยใช้เทคโนโลยี เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
3. มีการประชาสัมพันธ์ เรื่อง การประกันคุณภาพการศึกษา โดยเน้นให้บุคลากรเล็งเห็นความสำคัญของการจัดการความรู้ และเสริมสร้างพฤติกรรมการเรียนรู้ของบุคลากร เช่น การประชุมบุคลากรทุกระดับ การเข้าถึงเวปไซด์ของโรงเรียน หรือการแจ้งข้อมูลข่าวสารทาง E-mail
4. สถานศึกษามีการพัฒนาเทคโนโลยี เวบท่า ( Portal ) มาใช้ในการรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ ประสบการณ์และความรู้ในการทำงานต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ เครื่องมือนี้ช่วยเพิ่มสมรรถภาพและความเข้าใจในการแลกเปลี่ยนความรู้ของบุคลากรให้เพิ่มมากขึ้น เป็นเครื่องมือที่นำคน ข้อมูลสารสนเทศและประสบการณ์เข้าไว้ด้วยกัน เมื่อจัดหมวดหมู่และแยกประเภทความรู้ตามเนื้อหา เรื่อง การประกันคุณภาพการศึกษา แล้ว บุคลากรก็จะสามารถนำความรู้ไปใช้ได้ง่าย เครื่องมือนี้จัดทำอยู่บนเว็บ เพื่อให้การแลกเปลี่ยนความรู้เกิดขึ้นโดยสะดวกและมีประสิทธิภาพเวบท่า ( Potal ) ประกอบด้วย
- ) การรวบรวมเนื้อหา และสิ่งพิมพ์ รวมทั้ง XML
- ) เป็นเครื่องมือสืบค้น กลไกสืบค้น และการจัดแบ่งกลุ่มอย่างเป็นระบบ
- ) การรวบรวมสิ่งที่เป็นประโยชน์ ที่รวมถึงประโยชน์ในการทำการค้าอิเล็กทรอนิกส์และประโยชน์การประสานร่วมมือกัน
- ) ความเป็นส่วนตัว การกักเก็บข้อมูล การกรองประสานความร่วมมือกัน และเงื่อนไขการสืบค้นข้อมูล
- ) การบริการให้การป้องกัน การอนุญาตการเข้าถึงแหล่งความรู้
- ) การเชื่อมต่อไปยังความรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร
- ) การเรียนรู้ของบุคลากรเป็นจุดแข็งของสถานศึกษา สถานศึกษาพัฒนาเทคโนโลยีเวบท่า ( Potal ) มาช่วยในการพัฒนาบุคลากรและเสริมสร้างให้เกิดการเรียนรู้ บุคลากรทุกคนต้องมีแผนการปฏิบัติงาน การประกันคุณภาพการศึกษา ต้องมีการบันทึกการปฏิบัติงานรายบุคคล รวมทั้งสถานศึกษายังสนับสนุนให้บุคลากรทุกคนเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยจัดให้มีห้องคอมพิวเตอร์สำหรับบุคลากรในสถานศึกษา และมีนโยบาย บุคลากรตัวอย่าง เป็นแนวทางในการแสดงความชื่นชมและส่งเสริมบุคลากรที่สามารถจัดทำหลักสูตรการพัฒนาทักษะการปฏิบัติงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษา เป็นต้น
- ) จัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างผู้บริหารและบุคลากรในสถานศึกษา หรือระหว่างบุคลากรในสถานศึกษา ทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารและด้านเทคนิคการปฏิบัติงาน
- ) มีการวัดผลประเมินผล คือ วัดประสิทธิภาพของเทคโนโลยีเวบท่าและพฤติกรรมขององค์กร
- สถิติการเข้าใช้ ในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ หรือหนึ่งเดือน
- จำนวนผู้เข้าชม ในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ หรือหนึ่งเดือน
- จำนวนความเห็นบนเว็บบอร์ด ในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ หรือหนึ่งเดือน
- จำนวนความรู้ และบทความ ในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ หรือหนึ่งเดือน
- จำนวนผู้เข้าชมในเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ ในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ หรือหนึ่งเดือน
การจัดการความรู้และการแลกเปลี่ยนความรู้ที่เกิดขึ้น จะต้องส่งผลในทางบวกต่อประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร
ตัวชี้วัด คือ การวัดการกระตุ้นการเรียนรู้ของบุคลากร โดยเฉพาะบุคลากรภายในกลุ่มงานบริหารวิชาการ ได้แก่
- จำนวนบุคลากรที่ทำงานภายในกลุ่มงานบริหารวิชาการ
- จำนวนบทความ
- จำนวนงานที่นำเสนอ
- จำนวนโครงการ
ผลลัพธ์สุดท้ายของการจัดการความรู้และการแลกเปลี่ยนความรู้ที่เกิดขึ้น จะต้องส่งผลต่อการดำเนินงานด้าน การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ส่งผลให้ผ่านการประเมินภายนอกของสถานศึกษา
10. สถานศึกษามีการให้รางวัลและการยกย่องเป็นส่วนที่กระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้
8. ปัจจัยที่ทำให้การจัดระบบสารสนเทศในสถานศึกษาประสบผลสำเร็จ
8.1. มีการวางแผนเตรียมการจัดการความรู้ที่ชัดเจน
8.2 มีการคณะกรรมการผู้รับผิดชอบการจัดการความรู้ที่ชัดเจน
8.3 บุคลากรในสถานศึกษาสามารถค้นหาความรู้ที่มีอยู่ภายในและภายนอกองค์กรมาสร้างเป็นความรู้ที่คงทนได้
8.4 มีการนำเทคโนโลยีมาใช้จนเกิดประสิทธิภาพ
8.5 มีการกำกับติดตามและประเมินผลการจัดการความรู้
8.6 สรุปรายงานผลการใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์แก่องค์กร
การจัดการความรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม จะเกิดผลก็ต่อเมื่อบุคลากรในองค์กรร่วมมือกันสร้างความรู้ที่เป็นขององค์กรนั้น แล้วนำไปเผยแพร่ให้ทุกคนในองค์กรได้เรียนรู้ และนำผลที่ได้จากการเรียนรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่องค์กร การจัดการความรู้จะมีประสิทธิภาพและรวดเร็วก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการจัดการความรู้ด้วย
อ้างอิง
ประกอบ ใจมั่น. ([email protected]). “คู่มือ KM.”. E-mail to เบญญาภา ปัญญาเหลือ.
([email protected]). 20 กันยายน 2552.
ก.พ.ร.,สำนักงาน. “คู่มือการจัดทำแผนการจัดการความรู้.”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http:// www.
person.ku.ac.th/training/kukm/article/handbook_2549.doc 2548.
สมชาย นำประเสริฐชัย. “เทคโนโลยีกับการจัดการความรู้.”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.vet.
cmu.ac.th/KM/document/Tech_KM.pdf.
วิจารณ์ พานิช. “การจัดการความรู้กับการบริหารราชการแนวใหม่.”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://
www.person.ku.ac.th/training/kukm/article/1097206195-1.pdf.
“การจัดการความรู้คืออะไร.”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.rmutt.ac.th/uploaddir/ KC%20Web/
articles/.../mangov2.pdf.
วิจารณ์ พานิช. “ยุทธศาสตร์การจัดการความรู้.”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http:// www.ns.mahidol.ac.th/
english/KM/article/kmth0002.pdf.
“แนวทาง รวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์การจัดการความรู้.”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http:// plan.
sru.ac.th/KM/KM_Guideline.pdf.ทาง รวบรวม วิเคราะห์ และ
ประพนธ์ ผาสุกยืด. “หน้าต่างความรู้ ประตูปัญญา.”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http:// www.vet.cmu.
ac.th/ KM/document/k_window.pdf.
ประกอบ ใจมั่น. “เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการบริหารจัดการความรู้.”. [ออนไลน์].
เข้าถึงได้จาก: http:// ednet.nstru.ac.th/~elearning/eduonline/C0urses/EA502/document.
ขอบคุณครับ ช่วยในการทำรายงานได้มากเลย สุดยอด