นี่หรืออนุภาพแห่งความรักของแม่ รักเจ้าจนหมดใจรักโดยไม่มีข้อแม้ รักโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ในโลกนี้

                              

                            ปิ้งป่อง  ปิ้งป่อง  ปิ้งป่อง

ประกาศ.........

      เนื่องจากโรงพยาบาลพะโต๊ะได้มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ได้เขียนเรื่องเล่าผ่านโครงการ SHA (การสร้างเสริมสุขภาพผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน) จึงขอเชิญเจ้าหน้าที่ที่สนใจเข้าร่วมโครงการอย่างพร้อมเพรียงกันในวันนี้ เวลา 13.00 น. ณ.ห้องประชุมโรงพยาบาลพะโต๊ะ ขอบคุณค่ะเสียงนี้ผ่านโสตสัมผัสให้ได้ยินบ่อยครั้งที่โรงพยาบาลมีกิจกรรมต่าง ๆ

    อรุณเบิกฟ้าเป็นสัญญาของวันใหม่พวกเราสุขใจเหมือนนกที่ออกจากรังพระอาทิตย์เรืองแสงเหลืองอร่ามงามตา ท้องฟ้าสีคราม ฝูงนกบินออกหากินส่งเสียงเจื้อยแจ้ว ฟังแล้วเหมือนเสียงดนตรี บ้างเสียงต่ำ บ้างเสียงสูง  มองไปทางไหนเห็นแต่ต้นไม้เขียวชอุ่ม สองข้างทางปลูกรั้วกินได้ รอบ ๆ บ้านก็เป็นสวนผลไม้ บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเรา เนื่องจากค่ำคืนที่ผ่านมาสายฝนได้กระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย เสียงกบ เสียงเขียด ร้องแข่งกันท่ามกลางสายฝน ดังขึ้นลงเป็นระยะ ๆ ธรรมชาติช่างสรรค์สร้างแต่สิ่งที่ดี ดี ให้กับมนุษย์ แต่นับวันธรรมชาติเริ่มหดหายไปเรื่อย ๆ ด้วยน้ำมือมนุษย์นั่นเอง

      หน่วยงานที่ฉันได้ปฏิบัติงาน คือ ห้องบัตร มีหน้าที่รับผิดชอบ เช่น การรับบัตร,ทำบัตรคนไข้ ,การค้นหาประวัติผู้ป่วย พร้อมทั้งงานเอกสารทั้งหมด ระหว่างที่ฉันกำลังทำบัตรคนไข้อยู่ สายตาเหลือบไปเห็นหญิงกลางคนรูปร่างผอม สูง ผิวสีเข้ม หน้าตาอิดโรย สวมเสื้อยืดคอกลม สีหม่น  ใส่ผ้าถุงลายดอกมีรอยขาดวิ่น ลากรองเท้าแตะที่เปื้อนโคลน ในอ้อมแขนของเธอมีห่อผ้าสีชมพู เดินตรงมาที่ฉัน 

                        “วันนี้เป็นอะไรมาค่ะ”

     เป็นประโยคแรกที่ฉันมักจะเอ่ยถามกับผู้มารับบริการทุกครั้ง  “ลูกไม่สบาย ” เธอพูด......น้ำเสียงเปล่ง ๆ ฟังไม่ค่อยชัด ฉันมองผ่านไปยังห่อผ้าสีชมพูในอ้อมอกทันที  “ลูกกี่เดือนแล้วค่ะ”  1  เดือน พร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นมาประกอบการพูด ฉันก็พอจะเข้าใจ พร้อมกับติดบัตรคิวเร่งด่วนให้ทันที  

      พี่นุ้ยเตรียมอุปกรณ์เช็ดตัวลดไข้ให้เด็กด่วน  เสียงน้องพยาบาลร้องบอก “ค่ะ”  ฉันตอบรับ เป็นที่รู้กันว่าไข้สูง จะต้องช่วยเหลือเบื้องต้นโดยการเช็ดตัวให้ให้ไข้ลดลง ผู้เป็นแม่ค่อย ๆ บรรจงวางห่อผ้าสีชมพูอย่างทะนุถนอม สายตาที่ทอดมองไปยังลูกน้อย  คล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง

      อุแว๊ อุแว๊ เสียงร้องดังลั่นเมื่อกายสัมผัสกับความเย็น สังเกตสีหน้าของผู้เป็นแม่เวลานี้ทุกข์ยิ่งกว่าเป็นไหน ๆ  ขอบตาทั้งสองข้างบวมเป่ง ระหว่างนั้นฉันก็ช่วยเช็ดตัวให้เด็ก พร้อมทั้งแนะนำวิธีการเช็ดตัว ระยะเวลาการเช็ด ตามเทคนิคการเช็ดตัวที่ถูกต้องอย่างที่ฉันได้รับรู้มา แต่ที่แน่ ๆ ฉันย่อมเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าเวลาที่ลูกเจ็บไข้ เสียงลูกร้องคราใด เจ็บแปลบถึงขั้วหัวใจทุกครั้ง หัวอกแทบแตกสลายเสียให้ได้ เสียงพร่ำต่าง ๆ นา  “แม่จะอยู่ข้าง ๆ  ลูก”  “ลูกลืมตาดูซิ” “อดทนไว้นะลูก”  “ลูกหายเร็ว ๆ นะแล้วเราจะกลับบ้านกัน”  ฯลฯ คำพูดพรั่งพรูออกมาโดยไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า นี่หรือคำพูดที่ออกจากใจมิได้ผ่านการกลั่นกรอง บางครั้งถึงกับยกมือไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถึงกับบนบานศาลกล่าวเลยก็มี ขอให้ลูกหายจากการเจ็บป่วยกลับมาร่างกายแข็งแรงเหมือนเดิม

      รักของแม่ที่มีต่อลูกวัดค่าเป็นตัวเลขไม่ได้จริง ๆ เพราะรักเจ้าจนหมดใจ รักเจ้าโดยไม่มีข้อแม้และเงื่อนไขใด ๆ เพื่อเจ้าแม่ยอมทำทุกอย่าง ฉันเองก็เคยผ่านห้วงเวลานี้แล้วเหมือนกัน คิดในใจนี่ถ้าแลกเปลี่ยนกันได้ ขอความเจ็บปวดทั้งหลายทั้งปวง  แม่ขอเป็นผู้แบกรับไว้แต่เพียงผู้เดียว คงเหมือนกับผู้ที่เรียก     ตัวเองว่า...แม่ทุก ๆ คนบนโลกใบนี้

      ตามประกาศนโยบายของรัฐบาลให้องค์กรต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมแสดงจุดยืนเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมรับผิดชอบต่อสังคมให้มากขึ้น แต่ภาระงานที่ฉันต้องรับผิดชอบมันมากกว่าคำว่ารับผิดชอบต่อสังคม  แต่ฉันต้องรับผิดชอบต่อหัวใจทุก ๆ ดวง ของผู้รับบริการ สิ่งดี ๆ ที่ฉันได้มอบให้แก่ผู้มารับบริการทุกคน โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะมีความแตกต่างด้านฐานะ เชื้อชาติ ศาสนา เพศ และอายุ คนเราต่างคนก็ต่างหน้าที่แต่ เราในฐานะ ผู้ให้บริการ เราต้องให้ในสิ่งที่นอกเหนือหน้าที่อยู่เสมอ ความรัก ความเอื้ออาทร ต่อเพื่อนมนุษย์ยังเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือความห่วงใย ....

                                                                      น้องนุ้ย

                                                                  งานห้องบัตร