เมื่อเดือนสิบเอ็ดมาเยือน ทุกวัดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะกระหึ่มด้วยเสียงกลอง "คุ้มพระ" เด็กๆ จะทราบว่ามีกิจกรรมทำเรือพระมาตั้งแต่วันทำบุญเดือนสิบหรือประมาณกลางเดือนสิบแล้ว เด็กๆ จะรู้ว่าหลังจากทำบุญเดือนสิบ "ส่งเปรต" ไปอีกสิบห้าวันเต็มๆ จะมีประเพณีลากพระในวันออกพรรษา ซึ่งในปี 2552 นี้ ตรงกับวันที่ 5 ตุลาคม 2552 แล้ววันนั้นจะได้เห็นเรือพระที่สวยงามตระการตา
ที่มุมหนึ่งของวัดจะมีอาคารไม้หลังคาสูง เป็นที่เก็บเรือพระ พระสงฆ์ สามเณรและชาวบ้านที่มีฝีมือจะอาสามาทำเรือพระกันตลอดเดือนสิบเอ็ด บ้างก็ทำโครงสร้าง บ้างก็วาดลวดลายกนก บ้างก็ทาสี บ้างก็ต่อไฟกระพริบ ให้เรือพระสวยงามที่สุด หากได้รางวัลมาจะได้นำเงินเข้าวัดอีกทาง

อธิบายภาพบนหัวนาคฝีมือช่างพื้นบ้านที่แกะสลักด้วยไม้ประดู่ อายุร่วมร้อยปี จะถูกนำมาประกอบตัวนาค เป็นส่วนหนึ่งของเรือพระ ที่เห็นตัวที่อ้าปากเป็นตัวผู้ ส่วนภาพล่างตัวที่ไม่อ้าปากป็นตัวเมีย ส่วนภาพล่างสุดเป็นหางนาคทั้งสองตัว ที่มีครีบเป็นหางนาคตัวผู้
ที่ไม่ถนัดทางงานฝีมือ ก็แบ่งกลุ่มออกไปทำหน้าที่ขบวนลากพระ ซึ่งจะต้องเตรียมกลองยาวและฟ้อนหน้าขบวนให้ตระการตา เพราะความสวยงามของเรือพระ หากเสริมด้วยความยิ่งใหญ่ของขบวนแห่จะทำให้ภาพของเรือพระเด่นชัดอลังการยิ่งขึ้น ตลอดเดือนสิบเอ็ดยามกลางคืนชาวบ้านก็จะช่วยกันทำหน้าที่ช่วยงานที่ตนถนัดตลอดเดือน
อธิบายสามภาพล่าง ที่เห็นนี้เป็นบุษบกที่ถูกแยกเป็นส่วน ค่อยนำมาประกอบกัน เมื่อรวมกันทั้งหมดสูงประมาณ 6-8 เมตร เลยทีเดียว ภาพถัดไปเป็น ดอกชายไหว ที่จะนำมาเสียบประดับประดาบนบุษบกอีกทีหนึ่ง ที่เรียกดอกชายไหว เพราะใต้ของฐานดอกจะมีพู่ห้อยลงมา เมื่อลากเรือพระเคลื่อนไป หรือยามต้องลม พู่ที่ห้อยระย้าจะวะวับและมีเสียงเกรียวกราวดังทำด้วยทองเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่เป็นแค่กระดาษทองเท่านั้นเอง





ภาพสวยงาม และได้รับความรู้ดีค่ะ
ขอบคุณครับ / ขณะตอบกระทู้นี้ผมกำลังเตรียมกล้องไปเก็บภาพวิดีโอมาฝากครับ