แนวคิดสุขภาพองค์รวมมิได้มองว่าโรคเกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง แต่องค์รวมหมายถึงการมองหลายๆมิติ ทั้ง สุขภาพกาย สุขภาพใจ ความสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งการที่จะทำให้เข้าใจองค์รวมได้มากขึ้นนั้นการเรียนรู้สังคมวัฒนธรรมก็เป็นหนทางหนึ่งของการเข้าใจองค์รวมสุขภาพ
ในปัจจุบันได้มีการเปิดหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์บัณฑิตหลายมหาวิทยาลัยในเขตภูมิภาค ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระจายจำนวนทันตแพทย์และรองรับการขยายจำนวนประชากรจากเมืองหลวงสู่จังหวัดในเขตภูมิภาคซึ่งคณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยนเรศวร ถือเป็นกำลังสำคัญในการผลิตบัณฑิตทันตแพทย์ในภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคกลางตามลำดับ
สโมสรนักศึกษานิสิต/นักศึกษาทันตแพทย์ทั้งสามมหาวิทยาลัยจึงมีแนวคิดร่วมกันในการจัดโครงการ“…เรียนรู้ผ่านมิติทางสังคมวัฒนธรรมสู่การเข้าใจแนวคิดสุขภาพองค์รวม….”โดยมีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพ ซึ่งโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้นักศึกษาทั้งสามสถาบันได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมวิถีชีวิตท้องถิ่นของตนเองและต่างท้องถิ่น ทำให้นักศึกษาเข้าใจองค์รวมของสุขภาพ ซึ่งหมายถึงความสมดุลกลมกลืนของร่างกายจิตใจและสังคมสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีในการอนุรักษ์ธรรมชาติให้แก่นักศึกษาอีกด้วย
นอกจากนี้โครงการฯยังหวังให้เกิดการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนิสิตนักศึกษาทั้งสามมหาวิทยาลัย ฝึกการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายนิสิตนักศึกษาในเขตภูมิภาคที่เข้มแข็งให้มีศักยภาพในการร่วมกันจัดทำโครงการกิจกรรมต่างๆเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมชุมชนวงการทันตแพทย์และวงการสาธารณสุขต่อไปในอนาคต
ขั้นตอน / กิจกรรมของโครงการ (โดยละเอียด)
ขั้นตอน / กิจกรรมของโครงการ (โดยละเอียด)
|
กิจกรรม |
ช่วงเวลาดำเนินการ |
|
วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2552 |
|
|
1. ลงทะเบียนนิสิต/ นักศึกษาทันตแพทย์ทั้ง 3 สถาบัน ณ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ |
7.30-8.00น. |
|
2. พิธีเปิดค่าย คณบดี คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวเปิดงานและต้อนรับนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ |
8.00-8.15น. |
|
3. กิจกรรมสัมพันธ์ แบ่งกลุ่ม โดยในแต่ละกลุ่มจะมีนักศึกษาทุกมหาวิทยาลัย เพื่อทำความรู้จักและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาต่างมหาวิทยาลัย |
8.15น.-8.45น. |
|
4. กิจกรรมมอบหมายภารกิจ มอบหมายภารกิจรับผิดชอบตลอด 2 วันให้แต่ละกลุ่ม เพื่อสร้างความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน |
8.45-9.00น. |
|
5. เดินทางจากคณะทันตแพทยศาสตร์ สู่ วัดชัยมงคล |
9.00น.- 9.30น. |
|
6. นั่งเรือล่องแม่น้าปิง โดยมีวิทยากรเล่ามิติประวัตศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรมของผู้คนเมืองเชียงใหม่ เพื่อเข้าใจการพัฒนาที่ขาดมิติองค์รวม เรียนรู้ผู้คนชุมชนวัดเกตุที่มีความหลากหลายของวัฒนธรรม ประกอบด้วยพุทธ ซิกส์ อิสลามและคริสต์ |
9.30น.-14.00น. |
|
7. เดินทางสู่ที่พัก |
14.00น.-14.30น. |
|
8. กิจกรรมสัมพันธ์ : กิจกรรมสุนทรียสนทนา |
14.30น.-17.00น. |
|
9. พักผ่อนตามอัธยาศัย |
17.00-18.00น. |
|
10. รับประทานอาหารเย็น และ ชมการแสดง |
18.00น.-21.00น. |
|
11. กิจกรรมสัมพันธ์ |
21.00น.-23.00น. |
|
วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2552 |
|
|
12. รับประทานอาหารเช้า |
7.00-8.00น. |
|
13. ศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ดอยสุเทพ - ดอยปุย |
8.00-11.00น. |
|
14. เข้าชมสวนสัตว์เชียงใหม่ และ รับประทานอาหารกลางวัน |
11.00-13.00น. |
|
15. เดินทางกลับสู่คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ , สรุปกิจกรรม และ พิธีปิด |
13.00-15.00น. |
สรุปผลประเมินโครงการโรงเรียนทันตแพทย์สร้างสุข
1. หลักการและเหตุผลโครงการ (สอดคล้องกับกรอบประเด็นหลัก น่าสนใจ เป็นประโยชน์ เป็นไปได้ ฯลฯ)
ควรปรับปรุง
ข้อคำถาม / ข้อเสนอแนะ
1.1 โครงการมีเป้าหมายเรียนรู้วัฒนธรรมเพื่อการมีสุขภาพองค์รวม แต่ขอให้แสดงถึงความเชื่อมโยงของแนวทางการเรียนรู้วัฒนธรรมว่าเรียนรู้อย่างไร จึงเข้าใจแนวคิดสุขภาพองค์รวม และการเชื่อมต่อการเข้าใจแนวคิดหรือสิ่งเรียนรู้ไปสู่การนำไปใช้ในชีวิตประจำวันหรือผู้ป่วยนั้น มีแนวคิดอย่างไร
1.2 เหตุใดจึงเลือกศึกษาวัฒนธรรมผ่านการล่องเรือฯ สามารถแบ่งกลุ่มนศ. เพื่อศึกษาสังคมวัฒนธรรมในชุมชนเลยได้หรือไม่
2. วัตถุประสงค์ของโครงการ (เป็นไปได้ วัดได้ สอดคล้องกับหลักการและเหตุผล)
โปรดปรับปรุง
ข้อคำถาม / ข้อเสนอแนะ
2.1 ควรมีวัตถุประสงค์ทีสะท้อนถึงความสามารถในการเชื่อมโยงการเรียนรู้มิติทางสังคมวัฒนธรรมไปสู่การนำไปใช้ในการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันหรือดูแลผู้ป่วยได้
3. ตัวชี้วัดและวิธีการประเมิน (สมเหตุสมผล ตรงประเด็น เป็นไปได้)
โปรดปรับปรุง
ข้อคำถาม / ข้อเสนอแนะ
3.1 โปรดเพิ่มเติมตัวชี้วัดตามวัตถุประสงค์ที่เพิ่มขึ้น
4. วิธีการดำเนินโครงการ (เน้น participation, empowerment)
โปรดปรับปรุง
ข้อคำถาม / ข้อเสนอแนะ
4.1 ควรแบ่งกลุ่มนศ. เพื่อศึกษาลักษณะชุมชน 2-3 แบบ น่าจะเกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อนำมาแลกเปลี่ยนในช่วงสุนทรียสนทนา นอกจากนี้ในระยะเวลาที่สั้นควรให้นศ. แต่ละกลุ่มมีเวลาในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งให้มากเพียงพอ (ตอนนี้ดูคล้ายเน้นการท่องเที่ยวมากกว่า)
4.2 ควรแสดงวิธีการที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมเห็นความเชื่อมโยงระหว่างการเรียนรู้มิติทางสังคมวัฒนธรรมไปสู่การนำไปใช้ในการดูแลสุขภาพของตนเองหรือผู้ป่วยได้ เช่น มีเวลาในการศึกษาวิถีชีวิตและเชื่อมโยงในประเด็นสุขภาพหรือเชื่อมโยงถึงความสมดุลของชีวิตที่หลากหลายอย่างไร มีเวลาในการอภิปรายหรือเรียนรู้ร่วมกัน
4.3 ควรมีผู้รู้ช่วย facilitate กิจกรรมในช่วงสุนทรียสนทนาที่จะทำให้นศ. เข้าใจความเชื่อมโยงในข้อ 4.2
4.4 หากเป็นไปได้ ขอให้มีการมอบแบบฝึกหัดแก่นศ. ที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้ กลับไปทำเพื่อทดลองนำประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิต หลังจากนั้นจัดให้มีการกลับมาแลกเปลี่ยนกัน โดยมีผู้รู้มาช่วย facilitate หรืออาจเลือกใช้เวทีผ่านบล็อกก็ได้
4.5 กิจกรรมสวนสัตว์ไม่น่าจะเข้าข่าย เพียงแค่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์
5. วิธีการสังเคราะห์องค์ความรู้ (ใช้วิจัย KM ประชุม ฯลฯ)
โปรดปรับปรุง
ข้อคำถาม / ข้อเสนอแนะ
5.1 ควรเลือกบันทึกที่ดี และนำขึ้น gotoknow.org/blog/ismile
6. งบประมาณ (ประหยัด สมเหตุสมผล มีประสิทธิภาพ ฯลฯ)
โปรดปรับปรุง
ข้อคำถาม / ข้อเสนอแนะ
6.1 ควรแจกแจงรายละเอียดในหมวดต่างๆให้ชัดเจนและโปรดตรวจสอบว่าสอดคล้องกับแนวทางการใช้เงินของ สสส หรือไม่ (เช่น หมวดของรางวัล )
6.2 ไม่สนับสนุนงบประมาณในการไปสวนสัตว์ฯ
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
1. อยากเห็นกิจกรรมที่เป็นการร่วมกันของต่างสถาบัน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการทำงานเพื่อชุมชนหรือผู้ป่วยที่ชัดเจนมากขึ้น เป็นการทำงานเพื่อการพัฒนางานร่วมกันหรือช่วยเหลือสังคมมากขึ้น และควรมีความแตกต่างจากรูปแบบของม่วงสัมพันธ์ที่มีลักษณะเน้นสร้างสัมพันธ์และการท่องเที่ยว