ประเทศไทยหากไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ประพฤษมิชอบละก็ ถนนหลายสายจะต้องปูด้วยทองคำอย่างแน่นอน เราประชาชนคงจะได้รับสวัสดิกากที่ดีดีจากรัฐบาลมากมาย คนสูงอายุก็จะได้ค่าครองชีพมากกว่า 500 บาท (โดน อบต.จ่ายเฉี่ลยเหลือหัวละ 300 บาท เลยไม่รู้ว่าใครอมใครระหว่างรัฐบาลกับอบต.)การโกงประชาชนในโครงการเศรษฐกิจพอเพียงที่เอาตู้น้ำมาให้ทั้งๆที่เขาไม่เดือดร้อน เอาเครื่องซักผ้ามาให้ อีกมากมายที่มันโกงชาวบ้านอย่างหน้าด้านๆ สังคมไทยของเราจึงเป็นสังคมที่น่าห่วงใยเหลือเกินกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ถึงขนาดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ห้ว พระองค์ท่านทรงสาปแช่งคนทุจริตคดโกง ไม่ให้มีความเจริญ บ้านเราขาดการปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องนี้อย่างจริงจังจนวิกฤติ คือมันกินกันทุกหย่อมหญ้า จนถึงขั้นซื้อสิทธิขายเสียงและให้เหลือบเหล่านี้เข้าไปกินงบก้อนใหญ่ในสภาฯคนจึงเอือมระอากับนักการซื้อสิทธิที่ขาดความรู้ ไร้สาระและสร้างภาพในสภาน้ำเน่า รัฐบาลทุกยุคสมัยไม่เอาจริงจังกับเรื่องนี้ กฎหมายอ่อนแอ คนโกงกินบ้านเมืองมันพัฒนาการคดโกงไปหลากหลายรูปแบบ จนตามไม่ทัน ประชาชนไทยต้องหยุดเอาคนชั่ว คดโกง อย่างอดีตนายกหนีคดีมาเป็นแบบอย่างได้แล้วและหันมาปราบปราม จัดการกับยพวกทุจริตกินบ้านกินเมืองจะดีกว่า

        บริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงด้านการเมืองและเศรษฐกิจ หรือที่เขาเรียกว่า เพิร์ค ได้เผยผลการสำรวจปัญหาคอร์รัปชั่นในแต่ละประเทศ ประจำปี 2009 พบว่า ประเทศสิงค์โปยังคงเป็นประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นน้อยที่สุดในจำนวนทั้งหมด 16 ประเทศ โดยเขาใช้การสำรวจจาก 0 คะแนนที่หมายถึงไม่มีการคอร์รัปชั่นเลย ไปจนถึง 10 คะแนนที่หมายถึงมีคอร์รัปชั่นมากที่สุด ซึ่งประเทศสิงค์โปร์ได้ 1.07 รองลงมาคือฮ่องกง1.89 ออสเตรเลีย 2.40 สหรัฐอเมริกา2.89 ญี่ปุ่น 3.99 เกาหลีใต้ 4.64  มาเก๊า 5.84  จีน 6.16 ไต้หวัน 6.47  มาเลเซีย 6.70  ฟิลิปปินส์ 7.0  เวียดนาม7.11  อินเดีย 7.21 กัมพูชา 7.25  ไทย 7.63 และอิโดนีเซีย 8.32 โดยเพิร์ดระบุว่า ประเทศที่มีคะแนนสูงกว่า 7 หมายความปัญหาการคอร์รัปชั่นยังคงเป็นปัญหาสำคัญสำหรับประเทศนั้นๆ สำหรับประเทศไทย ซึ่งติดอันดับสองจากตารามที่มีการคอร์รัปชั่นมากที่สุดนั้น เพิร์ดระบุว่า นักลงทุนชาวต่างชาติส่วนใหญ่มีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศไทยมากกว่า  และมีเพียงไม่มากนักที่เห็นว่าปัญหาการคอร์รัปชั่นทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจที่จะอยู่อาศัยหรือทำธุรกิจน้อยลง ผมว่ารัฐบาลต้องดำเนินการอย่างจริงจังกับเรื่องนี้แล้วละครับ ไม่ใช่ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ แล้วไมทำอะไรเลย นี่ขนาดอเมริกา ญี่ปุ่น จีน เขามาแจมด้วย เขายังมีผลสำรวจทื่ดี นี่ก็น่าจะแสดงให้เห็นว่าสังคมของเขามีมาตรการจัดการกับเรื่องนี้อย่างจริงจังและเข้มงวด ของเราให้ออกจากงาน ปลดออก ไล่ออก แต่ไม่ดำเนินคดี เป็นเรื่องน่าวิตกว่า ครนเหล่านี้จะไปทำที่อื่นอีก