โพสต์ทูเดย์ 19 กันยายน 2552 ตีพิมพ์เรื่อง "สั่งลงหวายคู่รักมาเลย์ แอบ"จ้ำจี้"ในรถยนต์"
คนไทยเราควรศึกษาเรื่องเกี่ยวกับมาเลเซียไว้ให้มาก เนื่องจากเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ประสบความสำเร็จ ก้าวไปไกล และใกล้จะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว (developed country) ตามหลังสิงคโปร์ไปแบบใกล้กันมากทีเดียว
ขอให้พวกเราศึกษาเรื่องเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นประเทศใดด้วยความเคารพ และทำความเข้าใจ เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศต่อไป
สิงคโปร์เองก็มีแนวคิดในการสร้างชาติให้คนในชาติมีระเบียบวินัย โดยถือตามหลักคำสอนของขงจื่อ (ขงจื๊อ) ให้ยึดถือความขยัน อดทน ซื่อสัตย์ กตัญญู ยึดถือกฏระเบียบ และให้ความสำคัญกับประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว
...
ผู้เขียนขอสนับสนุนให้รัฐบาลทำห้องสมุดแบบ 'TK park' ให้ทั่วถึงทุกอำเภอ จัดทำพิพิธภัณฑ์นักกีฬาไทย พิพิธภัณฑ์ภาพ 3 มิติ (โฮโลแกรม) รวบรวมทั้งของดีไทยและเทศทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม-แหล่งท่องเที่ยว-ทัศนียภาพทั่วโลก เพื่อให้คนไทยมีโอกาส
พิพิธภัณฑ์นักกีฬาไทยนี้... เรียนเสนอให้รวมทั้งนักกีฬาอาชีพและสมัครเล่น ขอให้รวมประวัติของเด็กชายหม่องที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกให้ไทยด้วย
เด็กชายหม่องเป็นลูกชาวปะโอ ซึ่งเป็นเชื้อสายคนไต (คนไทย) ที่ไกลออกไป ไกลกว่าไทยใหญ่ ทำให้ชาวปะโอตั้งชื่อลูกว่าหม่องคล้ายชาวพม่า [ คนเครือไท ]
คนไทยใหญ่ไม่นิยมตั้งชื่อลูกด้วยชื่อแบบนี้ ยกเว้นชื่อตามบัตรประชาชน กรณีต้องการปกปิดเชื้อชาติ แถมนามสกุลทองดีก็มีผู้กล่าวว่า ไม่ใช่นามสกุลแบบไทยใหญ่ เพราะไทยใหญ่เรียกทองว่า "คำ"
...
น่าทึ่งมากๆ ที่เด็กชาวปะโอท่านนี้สร้างชื่อเสียงให้คนไทยและพม่า ซึ่งชาวไทยและชาวพม่าควรภูมิใจที่มีคนรุ่นใหม่เก่งๆ และดีเช่นนี้ (ประวัติว่า เด็กคนนี้มีความประพฤติส่วนตัวดีมาก่อนด้วย) [ คนเครือไท ]
เมืองไทยเราน่าจะมีกฏหมายยอมให้คนเก่ง และทำประโยชน์ให้ไทย โอนสัญชาติเป็นคนไทยได้ ธรรมเนียมนี้ประเทศอื่นๆ ก็ทำ เช่น สิงคโปร์ให้ทุนหมอพม่าเรียนต่อสถาบันเทคโนโลยีนันยาง ถ้าทำงานดี-จ่ายภาษีนานพอสมควรก็อยู่อาศัยในประเทศได้แบบถาวรเช่นกัน ฯลฯ
ถ้าท่านได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ เรียนเสนอให้แวะไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ "โพสต์ทูเดย์" กันครับ
...
[ บทความคัดลอกจาก โพสต์ทูเดย์ ]
ทั้งนี้ ตามกฎหมายชาเรียห์ซึ่งเป็นกฎหมายศาสนาที่เคร่งครัด ได้ระบุชัดห้ามการมีเพศสัมพันธ์ก่อนที่ชายและหญิงจะแต่งงานกัน ถือเป็นความผิดและขัดต่อกฎหมาย
...
นอกจากนี้ ซาเฟซาน เล่าว่า ตำรวจได้จับกุมทั้งคู่เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา โดยระหว่างที่ทั้งคู่อยู่ภายในรถยนต์ ซึ่งจอดอยู่ในลานจอดรถแห่งหนึ่ง ด้วยสภาพที่เปลือยเปล่า
มีเพียงกางเกงชั้นในเท่านั้น โดยทั้งคู่ได้เสีย ค่าปรับให้กับทางการไปแล้วเป็นเงินคนละ 5,000 ริงกิต (ราว 4.8 หมื่นบาท)
ทว่า การลงโทษโบยทั้งคู่คนละ 6 ทีนั้นไม่ได้ถูกดำเนินการในทันที โดยมูฮาหมัด คาลิด ชาอี ผู้พิพากษาคดีดังกล่าวให้คำแนะนำว่า ทั้งคู่ควรจะรีบจัดพิธีแต่งงานให้ถูกต้องให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
“คุณยังเด็ก หลังจากเสร็จสิ้นวันฮารีรายอ (การเฉลิมฉลองหลังจากที่ได้ถือศีลอดเป็นเวลานาน 1 เดือนของชาวมุสลิม) ทั้งคู่ควรจะพูดคุยขอความเห็นจากพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย เพื่อที่จะจัดพิธีแต่งงานกันให้ถูกต้อง” มูฮาหมัด คาลิด ชาอี กล่าวกับหนังสือพิมพ์นิวเตรไทมส์
...
อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่มีความเห็นใดๆ ออกมาจากทางเจ้าหน้าที่ของศาลศาสนา
กฎหมายชาเรียห์ได้กำหนดให้ใช้กับชาวมุสลิมทุกคนในรัฐนี้ ซึ่งมีประมาณ 60% ของประชากรทั้งหมดที่มีกว่า 28 ล้านคน โดยประชาชนส่วนที่เหลือนั้นจะเป็นชาวจีน อินเดีย หรือเชื้อชาติอื่นๆ
ทั้งนี้ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ศาลอิสลามมาเลเซียได้ตัดสินลงโทษชายคนหนึ่งให้ถูกโบยจำนวน 6 ที และจำคุก 1 ปี ฐานดื่มสุราในร้านอาหารแห่งหนึ่ง
หลังจากเมื่อในช่วงเดือนก.ค. ได้ตัดสินลงโทษโบยและปรับเงินหญิงสาวคนหนึ่งที่ดื่มเบียร์ในสถานที่สาธารณะ ซึ่งถือเป็นคดีแรกที่หญิงสาวมาเลเซียถูกตัดสินลงโทษโบย [ โพสต์ทูเดย์ ]