การที่คนสองคน ต้องการสิ่งเดียวกัน และในเวลาเดียวกัน แล้วไม่สมประสงค์สิ่งที่ตัวเองปรารถนา และไม่ลดลาวาศอก ยึดมั่นที่จะไขว่ขว้าและแสวงหามาให้ได้ จึงทำให้เราขัดแย้งกัน จนนำไปสู่การทำร้าย และประหัตประหารซึ่งกันและกัน

เพราะเรามัวแต่หมกมุ่น และย้ำคิดย้ำทำแต่สิ่งที่เป็น "ลบ" (อกุศลวิตก) เราจึงพบแต่
"ความทุกข์" และนับเป็นเรื่องแปลกมากๆ ที่มนุษย์มักจะ "แสวงหา และนำพาความทุกข์" มาฆ่าตัวเอง ทำร้ายตัวเอง

๑. หมกมุ่นอยู่กับการ "แสวงหาสิ่งเสพ" (กามวิตก) ซึ่งคล้อยไปในทาง "นักวัตถุนิยม" หรือ "บริโภคนิยม" สุดท้ายก็เป็นทาสของ "วัตถุ/สิ่งเสพ" จนจมปลัก โงหัวไม่ขึ้น และเป็น "หลุมฝังศพความโง่เขลาเบาปัญญาของตัวเอง" 

๒. หมกมุ่นอยู่กับการอาฆาต และพยาบาท (พยาบาทวิตก) ใครก็ตามที่ขัดขวาง 
หรือทำให้เราไม่บรรลุสิ่งที่เราหวัง หรือต้องการจะได้ หรือจะเป็น ซึ่งในขณะ
ที่เรากำลังอาฆาต และต้องลงทุนไม่ยอมหลับนอนเพื่ออาฆาตเขา แต่คน
ที่เราอาฆาตกลับนอนอย่างมีความสุข

๓. หมกมุ่นอยู่กับการคิด หรือหาช่องทางที่จะทำร้าย เบียดเบียนหรือทำลายผู้อื่น 
(อวิหิงสาวิตก) ที่ทำลายความรัก (เทียม) ความหวังที่เราปรารถนา และวาดหวัง 
เอาไว้จะบรรลุ และเข้าถึง  ฉะนั้น การครุ่นคิดที่จะฆ่าเขา กลายเป็นว่าอารมณ์หรือ
ความคิดที่เราสร้างขึ้นได้กลายเป็นยักษ์ที่กำลังฆ่าเราอยู่ทุกเวลาและนาที 

ทั้งสามประการนี้ เป็นตัวแปรสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้คน หรือกลุ่มคนขัดแย้งระหว่างกันและกัน ก็ในเมื่อ "คนสองคน ต้องการสิ่งเดียวกัน และในเวลาเดียวกัน" แล้วไม่สมประสงค์สิ่งที่ตัวเองปรารถนา และไม่ลดลาวาศอก ยึดมั่นที่จะไขว่ขว้าและแสวงหามาให้ได้ จึงทำให้เราขัดแย้งกัน จนนำไปสู่การทำร้าย หรือทำลายอีกฝ่ายที่ตัวเองเข้าใจว่า "เป็นมาร" ที่ขวางความต้องการของตัวเอง  

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นทุกวันนี้ แล้วเมื่อใดตัวเราเอง รวมไปถึงครอบครัว สังคม ประเทศชาติ และโลกที่เราอาศัยอยู่จะเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งรอยยิ้ม ความเอื้ออาทร ความสุข สงบ เย็น และเป็นสันติสุข