จริงๆไม่ได้โม้
การสอบเข้าเรียนต่อของนักเรียน มีความสมหวัง ผิดหวังบ้าง มีเสียงหัวเราะ มีให้เห็นทั้งพ่อแม่เด็ก ไฉน.การศึกษาไทยตามนโยบายฟรี 15 ปี จึงมีความหวังน้อยในการเลือกโรงเรียนที่ดีให้บุตรหลาน โดยไม่ต้องสอบแข่งขัน เลือกโรงเรียนได้ ชอบโรงเรียนไหนเรียนได้เลย โดยเฉพาะสอบเข้ามหาวิทยาลัยของไทย หลายคนต้องผิดหวัง
รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ต้องจริงใจในการปฏิรูปการศึกษา รอบ 2 เพื่อลดความเครียดของผู้ปกครอง นักเรียน ตลอดจนการแข่งขันกันได้ในยุคโลกาภิวัฒน์ โลกไร้พรมแดน
หรือปฏิรูปครูใหม่ก็ได้เพื่อ ยกมาตรฐานโรงเรียนมีความสามารถแข่งขันกันได้ทุกโรงเรียนมีตัวเลือกที่ดี
การสอบเข้าเรียนต่อของนักเรียนมัธยม สมหวัง ผิดหวัง เสียงหัวเราะ และเสียงสะอื้นมีให้เห็นทั้งพ่อ แม่ และเด็กนักเรียน ไฉน? การศึกษาไทยต้องมีน้ำตาให้เห็นอย่างนี้ ทุกปี ปฏิรูปการศึกษาที่ว่าจะเอาให้ถูกใจและถึงใจไทยแลนด์ได้ จะทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ฝ่ายรับผิดชอบเรื่องนี้ช่วยทำให้เป็นรูปธรรมสักทีก็น่าจะดีไม่น้อย เหตุผลหลักๆนั้นว่ากันว่ามาจากการพบข้อมูลที่น่าสนใจในงานสัมมนา “ปฏิรูปประเทศไทยว่าด้วยการปฏิรูปการศึกษา” ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ย้ำให้เห็นว่าการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษ 2 พร้อมเปิดรับฟังข้อเสนอแนะของทุกภาคส่วน เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาไทยพัฒนาก้าวไกล ทัดเทียมนานาประเทศ และคาดว่าจะกำหนดกรอบ สำหรับการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 นี้ เบื้องต้นทาง สกศ. กำหนดแนวทาง 9 หลักคือ 1.การพัฒนาคุณภาพการศึกษาและผู้เรียน 2.การผลิตและพัฒนาครูอาจารย์ 3.การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษาและการมีส่วนร่วม 4.การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา 5.การผลิตและพัฒนากำลังคน 6.การเงินเพื่อการศึกษา 7.เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 8.กฎหมายเพื่อการศึกษา และ 9.การศึกษาตลอดชีวิต การศึกษานอกระบบ และตามอัธยาศัย เป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้ง 9 ข้อจะทำได้สำเร็จหรือไม่ อีกไม่นานคงได้เห็นกันว่า สกศ. จะมีฝีมือจริงหรือไม่ แม้จะเกรงกันว่าการปฏิรูปรอบ 2 อาจไปไม่รอด โดยเฉพาะหากปฏิรูปการศึกษาแบบดาวกระจาย คือทำทุกเรื่อง ซึ่งทำให้จับประเด็นหลักของปัญหาการศึกษาไม่เจอ หรือแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด แม้หลายฝ่ายกังวลข้อนี้ แต่ก็ยังตอบไม่ได้ว่าอะไรถูกอะไรผิดในช่วงแรกของการปฏิรูปรอบ 2 แต่การรับข้อคิดเห็นไว้ก็เป็นข้อมูลที่ดีที่ให้ สกศ. ได้ทบทวนข้อเด่นข้อด้อยแต่ละปัญหาได้สารพันปัญหาต่างๆบรรดามีเหล่านี้ล้วนต้องหาแนวทางแก้ไข ปรับปรุงให้ผ่านในทิศทางที่ดีขึ้น ในการปฏิรูปการศึกษารอบ 2 นี้ ถือเป็นโจทย์ยากที่กระทรวงศึกษาธิการและ สกศ. ต้องทบทวนและนำข้อแนะนำของทุกภาคส่วนไปปรับนโยบายปฏิบัติ เพื่อความเป็นรูปธรรมมากขึ้น บางทีอาจต้องให้ภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษารอบนี้ไปพร้อมๆกัน เรียกได้ว่าต้องหันหน้ารวมพลังปฏิรูปการศึกษาให้มีความชัดเจนขึ้นด้วยพลังสามัคคีของทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง เพราะการปฏิรูปการศึกษาโดยภาคประชาชนถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาปัจจุบันอย่างมาก อีกทั้งควรทำให้ความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าไปพร้อมกันอย่างลงตัวกว่าที่เป็นอยู่ ก็ได้แต่หวังและให้กำลังใจ สกศ. กระทรวงศึกษาธิการ และทุกภาคส่วน ที่หากประสานความร่วมมือกันอย่างจริงจังแล้วก็เชื่อว่ามาตรฐานการศึกษาไทยคงเดินไปถึงจุดหนึ่งของการมีมาตรฐานที่เทียบได้กับนานาอารยประเทศ และอาจเป็นวิธีหนึ่งที่เมื่อรัฐสามารถทำโรงเรียนให้มีมาตรฐานเดียวกันได้ โศกนาฏกรรมแห่งน้ำตาบนใบหน้าเด็กๆ ที่พลาดการสอบเข้าเรียนในโรงเรียนต่างๆ ที่พลาดหวังบางคนก็คงจะหมดไปและปรัชญาการศึกษาที่ว่าการศึกษาเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างที่รัฐบาล โดยกระทรวงศึกษาธิการฝันไว้ ก็คงไปถึงได้สักวัน แม้ว่าอย่างน้อย จ ะไม่ใช่ในเวลาอันใกล้นี้ก็ตาม.
การศึกษาในปัจจุบันนี้เป็นไปเพื่อสิ่งใดแท้ หากเราจาคิดจะปฏิรูปการศึกษาเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบแต่แกนกลางก็ยังเป็นการศึกษาเพื่อให้บุตรหลานของเราไล่ล่าคว้าปริญญา เพื่อนำไปสมัครงานเป็นทาสทุนนิยมอยู่แบบเดิม สังคมก็คงจะอยู่ไม่รอดหรือมีการพัฒนาได้จริงอย่างที่ฝัน แต่หากเราลองมองลงไปลึกๆก่อนจะปฏิรูปให้เห็นแท้จริงว่าการศึกษาไม่ใช่เพียงการเรียนเพื่อนำวุฒิไปสมัครงาน แต่การศึกษาคือการกล่อมเกลาหล่อหลอมให้คนกลายเป็นมนุษย์ที่มีศักยภาพในตนเองเพียงพอที่จะสร้างสรรค์หลายสิ่งหลายอย่างซึ่งมากกว่าคำว่า เงิน ชื่อเสียง เกียรติยศ
เมื่อใดที่การศึกษาเป็นไปเพื่อให้คนรู้จักศักยภาพที่แท้จริงในตนเอง รู้จักหน้าที่ที่แท้จริงในฐานะที่เป็นมนุษย์เขาเหล่านั้นก็จะทำหน้าที่นั้นให้เต็มที่ สังคมจึงจะถือว่าเจริญอย่างแท้จริง