องค์ประกอบของความสำเร็จ ทำให้ผมเกิดความภาคภูมิใจ ประทับใจ ตรึงอยู่ในภวังค์แห่งความคิด ความทรงจำตลอดชีวิตนี้และในภพหน้าอย่างไม่มีวันลืม

กว่าจะมาถึงวันนี้ 

เพลงฉ่อยสายเลือดสุพรรณฯ

โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1

ตอนที่ 5  องค์ประกอบของความสำเร็จ

โดย ชำเลือง มณีวงษ์

        ท่านผู้อำนวยการได้กล่าวแสดงความเห็นกับโล่รางวัล เกียรติบัตรและเงินรางวัล 100,000 บาท ที่ได้รับต่อหน้านักเรียนของโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 จำนวน 1,900 คน เศษ ท่านผู้อำนวยการร่วมแสดงความยินดีกับครูผู้ฝึกสอนคือผมและท่านผู้ปกครองที่ได้ให้การสนับสนุนลูกหลานของท่านมาร่วมในกิจกรรมนี้ 

        งานเพลงพื้นบ้าน เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่บุคคลรุ่นเก่าได้สร้างสรรค์เอาไว้มาเป็นเวลายาวนาน  ผมได้รับการฝึกหัดเรียนรู้วิธีการร้องการเล่นเพลงฉ่อยมาจากครูเพลงหลายท่าน เป็นต้นว่า ป้าอ้น จันทร์สว่าง,  ป้าทรัพย์  อุบล, ลุงหนุน กรุชวงษ์, น้าปาน เสือสกุล, น้าถุง พลายละหาร  แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เพลงฉ่อยที่ผมได้ฝึกฝนมาหาใช่ความสมบูรณ์ถูกต้องครบถ้วนไม่ ยังมีกลเม็ดและสำเนียงที่จะต้องปรับเปลี่ยนอีกบ้าง ทั้งนี้เพราะเพลงพื้นบ้าน เป็นเพลงเปิด ไม่มีกรอบบังคับตายตัว ซึ่งตรงนี้เองจึงมีครูเพลงตัวจริงอย่าง แม่บัวผัน จันทร์ศรีกล่าวให้ผมฟังว่า “เล่นเพลงฉ่อย เพลงอีแซว ว่ากันไปเถอะ ไม่ต้องกลัวผิด ให้มีลูกขึ้นลูกลงที่พอเหมาะ คนรับร้องรับได้”

        ยิ่งเป็นเพลงเกริ่น ร้องเบิกโรงด้วยแล้ว ลีลาการร้องลูกเอื้อน การทอดเสียงหยอดลงในแต่ละตอนเพื่อให้ลูกคู่ร้องรับไม่เหมือนกัน แต่ก็คล้ายกันและลงจังหวะได้เหมือนกัน หมายความว่าลงตัวจนได้ นี่ไม่นับเพลงเกริ่นร้องเบิกโรงระหว่างผู้ชาย (พ่อเพลง) กับผู้หญิง (แม่เพลง) ซึ่งฝ่ายแม่เพลงจะร้องอ่อนหวาน นุ่มนวลกว่าฝ่ายชาย

        เพลงร้องเกริ่นเบิกโรงเป็นเพลงฉ่อยดั้งเดิมที่มีมานาน กว่าที่จะมาลงตัดร้องรับ  เอ่ชา เอ๊ช้าชา ชะฉ่าชา หน่อยแม่  และลูกรับตอนลงเพลงฉ่อยก็มีรับกันหลายแบบ แต่เดิมร้องรับว่า “เอ่ช่า  ชา ชา ฉ่า ช้า”

         

        วันที่ 18  กันยายน 2552  เป็นอีกวันที่มาถึงความสำคัญยิ่ง ท่านผู้อำนวยการมีความประสงค์ที่จะจัดงานแสดงความยินดีกับความสำเร็จที่วงเพลงฉ่อยสายเลือดสุพรรณฯ ของโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1  ได้รับรางวัลสูงสุด ในระดับประเทศ จากการประกวดดนตรีและการละเล่นพื้นบ้าน (ประกวดเพลงพื้นบ้าน) โดยรัฐสภา เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2552 ผมได้เรียกนักแสดงเพลงฉ่อย ชั้น ม.6 จำนวน 4 คน ในวงมาปรึกษาหารือ ผลออกมาว่าพวกเราจะจัดงานแสดงความยินดีโดยมีองค์ประกอบ ดังนี้

  1. มีท่านผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการทุกฝ่ายมาร่วมงาน
  2. มีครูในกลุ่มสาระศิลปะและผู้ที่ช่วยเหลืองานเพลงฉ่อยมาร่วมงาน
  3. มีท่านผู้ปกครองนักเรียนในวงเพลงอีแซวมาร่วมงาน
  4. มีนักแสดงเพลงอีแซวของโรงเรียนทั้งหมด (เก่า 16 คน) และชั้น ม.1 อีก

จำนวนหนึ่ง

งานนี้เด็ก ๆ ในวง 10 คน และนักเพลงอีแซวอีก 6-10 คนแบ่งภาระหน้าที่กันทำงาน  เป็นแผนกโดยไม่มีคำสั่ง

      น.ส.ณิชกานต์ (ขวัญธณา) นรการ  ดำเนินงานด้านอาหารและเครื่องดื่ม

      น.ส.ยุพาภรณ์  สุขเกษม   ดำเนินรายการ (พิธีกร) ร่วมกับน้อง ๆ

      น.ส.ภาธิณี  นาคกลิ่นกุล   จัดตกแต่งความงามความเรียบร้อยโต๊ะ

      นายธีระพงษ์  พูลเกิด และน้อง ๆ จัดสถานที่รับประทานอาหาร  6- 8โต๊ะ

      นายอนุสรณ์ นพวงค์  เตรียมอุปการณ์และติดตั้งเครื่องขยายเสียง

      สมาชิกในวงเพลงอีแซวทุกคนช่วยกันจัดเก็บสิ่งของเมื่อเสร็จงาน

      ครูบรรเจิด  พ่มพันธุ์สน เตรียมคาราโอเกะมาให้

      เราเตรียมงานกันตั้งแต่เช้า เรียนไปตามตารางเรียน มีช่วงว่างก็จัดเตรียม จนถึงเวลา 17.00 น. ทุกอย่างเรียบร้อยเพียงแต่รอผู้ที่จะมาร่วมงาน

     

      เวลา 18.00 น. ท่านผู้ปกครองทยอยกันเดินทางเข้ามาในบริเวณจัดงาน  ท่านผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการทุกฝ่ายเดินทางมาถึง (ท่านจะต้องไปงานข้างนอกด้วย) จึงถือโอกาสให้โอวาทและกล่าวความรู้สึกบนเวทีและรับประทานอาหารร่วมกัน คุณครูในกลุ่มสาระศิลปะและคุณครูที่มีส่วนเกี่ยวข้องเดินทางมาถึงบริเวณจัดงานเสียงเพลงดังออกมาจักนักแสดงที่ด้านข้างเวทีและมีภาพการแสดงที่ยิงออกไปที่จอรับภาพโดยเครื่องฉายภาพ ผมนำเอาการแสดงที่ออกอากาศรายการโทรทัศน์ 112 ครั้งมารวม ๆ กันนำเสนอ โดยเปิดเสียงดังเพียงเล็กน้อย ในงานนี้ ผมได้รับความกรุณา จากพี่สุจินต์  ศรีประจันต์ ศิลปินดีเด่นจังหวัดสุพรรณบุรี ให้เกียรติมาเป็นกำลังใจแก่ หลาน ๆ  เด็ก ๆ ทุกคนสนิทกับพี่เขาและก็เคารพนับถือมาก พี่สุจินต์ อยู่กับพวกเราจนถึง 20.30 น. (ต้องไปแสดงต่ออีกงาน)

      

       เวลา 19.00 น. ผู้แสดงเพลงฉ่อยทั้ง 10 คน ขึ้นบนเวที 1-2 คน กล่าวความรู้สึกส่วนตัวกับการได้รับความสำเร็จในครั้งนี้

      

       เวลา 19.30 น. ผู้แสดงเพลงฉ่อยนำท่านผู้ปกครองขึ้นบนเวทีกล่าวความรู้สึก

       เวลา 20.00 น. ท็อป กับ แป้ง ร้องเพลงคั่นรายการ

      

       เวลา 20.00 น.  การแสดงเพลงฉ่อยสายเลือดสุพรรณฯ ชุดที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ระดับประเทศ แสดงบนเวที

       จบการแสดงแล้วเด็ก ๆ เขานำเอาเก่าอีมาตั้ง จูงมือผมไปนั่งที่เก้าอี้ เด็ก 3 คน ท็อป, แป้งและลูกหนู (ยุพาภรณ์) กล่าวความรู้สึกของคุณผม เด็กทั้ง 3 คนร้องไห้ คนทั้งวงร้องไห้ ผมเองก็กลั้นไม่ไหว  คำพูดของพวกเขาออกมาจากใจจริงถึงแม้ว่าในเวลาฝึกซ้อมการแสดง ผมจะตำหนิบางคนบ้าง ต้องปรับปรุงแก้ไขวิธีการร้อง การแสดง แก้ไขถ้อยคำสำนวนที่ไม่ถูกต้องตามหลักภาษาไทยให้ถูกทาง  แต่นั่นคือ ความสมบูรณ์ของการนำเสนอผลงาน

       

        ความยินดี ความดีใจจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราได้รับในสิ่งที่เราตั้งเป้าหมาย คาดหวัง ยิ่งถ้าเป็นความคาดหวังสูงสุดก็ยิ่งมีความดีใจมากที่สุด แต่ความดีใจจะเก็บเอาไว้ในส่วนลึกได้ไม่นานก็เจือจางไปตามกาลเวลา เข้าสู่สภาวะปกติ อีกครั้ง

        ความเสียใจ ความหดหู่ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราผิดหวังไม่ได้ดังที่เราได้ตั้งเป้าหมายไว้ทั้งที่บางครั้ง เราทำดี ถูกต้องตามกฎเกณฑ์วิธีการ แต่เกิดจากเทคนิคบางประการ แต่ก็นั่นแหละครับไม่นานความเสียใจก็ค่อย ๆ คลายไปจากความทรงจำกลับสู่สภาพปกติ

       

       

       

        แต่ความประทับใจ  ความซาบซึ้ง ที่ท่านผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียนมอบให้ โดยให้โอกาสนักเรียนได้ฝึกหัดเพลงอีแซว ลำตัด เพลงฉ่อย และเพลงอื่น ๆ อย่างเต็มที่ รวมทั้งให้การสนับสนุนวงเพลง ท่านผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกหลานของท่านเข้ามาร่วมในกิจกรรมนี้  คุณครูในกลุ่มสาระทุกท่าน เยาวชนที่มีความจริงใจ รักและศรัทธาในศิลปะท้องถิ่นของตนเองอย่างมั่นคงถาวร (ถึงจะมีเพียงส่วนน้อยก็ตาม) เป็นองค์ประกอบของความสำเร็จ ทำให้ผมเกิดความภาคภูมิใจ ประทับใจ ตรึงอยู่ในภวังค์แห่งความคิด ความทรงจำตลอดชีวิตนี้และในภพหน้าอย่างไม่มีวันลืม

       

        โปรดติดตามในตอนที่ 6  การดำเนินชีวิตในช่วงต่อไป