GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สุดยอดไขมันตัวร้าย

เจ้า LDL กับ HDL นี่... ไม่มีใครเห็นใจใคร ทำอย่างกับคนในเมืองไทยอย่างนั้นละ คนดีก็ทำดีไป คนเลวก็ทำเลวไป ฝ่ายคนดี (HDL) ตั้งหน้าตั้งตาเก็บขยะ ฝ่ายคนเลว (LDL) ตั้งหน้าตั้งตาทิ้งขยะ แข่งกันอย่างนี้เป็นวัน เดือน ปี... จนถึงหลายสิบปี ไม่มีวันหยุด ถ้า HDL ชนะ... เส้นเลือดจะโล่งไปนาน ถ้า LDL ชนะ... เส้นเลือดก็จะอุดตันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แม่ค้าทอดขนม ชานเมืองมัณฑเลย์ พม่า 2548เราๆ ท่านๆ คงจะงงกันเล็กน้อยกับศัพท์สมัยใหม่ เช่น ไขมันอิ่มตัว ไขมันไม่อิ่มตัว ฯลฯ ไม่ต้องกลัวครับ เพราะการเรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ เป็นประจำช่วยให้สมองได้ฝึกฝน ทำให้สมองไม่เสื่อมง่าย

วันนี้เรามีข่าวดีจากจดหมายข่าวมหาวิทยาลัยอลาบาม่า สหรัฐอเมริกา (UAB Healthsystem) จดหมายข่าวของเว็บไซต์หลายแห่งมีดีที่ส่งคำถามไปถามได้ ถ้าคำถามเข้าตากรรมการ ท่านก็จะตอบกลับมาทางจดหมายข่าว

มีผู้ชมถามไปว่า ไขมันทรานส์เป็นอย่างไร เหมือนไขมันอิ่มตัวหรือไม่ อาจารย์ท่านตอบมาอย่างนี้ครับ...

  • ไขมันอิ่มตัวคืออะไร:                                                                  

    ไขมันอิ่มตัว (saturated fatty acid / SFA) ส่วนใหญ่พบตามธรรมชาติ

    ไขมันอิ่มตัวส่วนใหญ่พบในไขมันสัตว์ เนื้อแดง(เนื้อแดงมีไขมันแฝงอยู่มากทีเดียว) และผลิตภัณฑ์นมเต็มส่วน เช่น นมจืด นมหวาน นมเต็มส่วนรสช็อคโกแล็ต เนย ฯลฯ ส่วนน้อยพบในผลิตภัณฑ์พืช ที่พบมากได้แก่ น้ำมันปาล์มและกะทิ
  • ไขมันทรานส์คืออะไร:                                                               

    ไขมันทรานส์ (trans = แปรสภาพ) เป็นไขมันที่คนเราทำขึ้นเป็นส่วนใหญ่ ขบวนการสำคัญได้แก่ การเติมไฮโดรเจน (hydrogenation) ให้กับโมเลกุลของคาร์บอน

    การเติมไฮโดรเจนทำให้น้ำมันเหลวแปรสภาพ กลายเป็นน้ำมันข้นขึ้น ขาวขึ้น และละลายหรือปนกับน้ำได้ง่ายขึ้น เก็บได้ง่ายที่อุณหภูมิห้อง ไม่เสียง่าย และเก็บได้นานขึ้น

    คำกล่าวที่ว่า “น้ำกับน้ำมันไม่มีวันเข้ากันได้” จะเปลี่ยนไปก็ตอนนี้เอง ถ้านำน้ำมันมาเติมไฮโดรเจนเข้า น้ำมันจะแขวนลอยในน้ำได้ เปรียบคล้ายสบู่ที่แขวนลอยอยู่ในน้ำได้

    ครีมเทียมหรือคอฟฟี่เมตที่มีจำหน่ายประมาณครึ่งหนึ่งเป็นน้ำตาล อีกครึ่งหนึ่งเป็นไขมันเติมไฮโดรเจนไปบางส่วน ทำให้ไขมันบางส่วนแปรไปเป็นไขมันทรานส์
  • ตัวอย่างไขมันทรานส์:                                                                

    ไขมันทรานส์พบมากใน เช่น ครีมเทียม(คอฟฟี่เมต) เนยเทียม ขนมปังกรอบ (crackers) ขนมท้อฟฟี่ ขนมปังปิ้ง คุกกี้ ขนมสำเร็จรูป (snack) อาหารทอด สลัดน้ำข้น ฯลฯ

    นอกจากนั้นการทำอาหารที่ใช้ความร้อนต่อเนื่องกันนานๆ หรือน้ำมันทอดที่ใช้ซ้ำหลายครั้ง เช่น กล้วยทอด มันทอด ฯลฯ มีส่วนทำให้เกิดไขมันทรานส์ได้ การใช้น้ำมันจึงควรใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งส่วนที่เหลือ
  • โคเลสเตอรอลในเลือด:                                                             

    ร่างกายคนเรามีโคเลสเตอรอลกลุ่มสำคัญ 2 กลุ่มใหญ่ได้แก่ แอลดีแอล (low density lipoprotein / LDL) หรือไขมันชนิดเลว และเอชดีแอล (high density lipoprotein / HDL) หรือไขมันชนิดดี

    LDL ทำหน้าที่คล้ายคนพาล นำคราบไขมันจากทางเดินอาหารและตับไปทิ้งไว้ตามผนังเส้นเลือด HDL ทำหน้าที่คล้ายคนดี เก็บคราบไขมันจากผนังเส้นเลือด นำไปส่งให้ตับ ตับขับออกทางน้ำดี และส่งออกไปยังลำไส้ เพื่อขับส่วนหนึ่งออกไปตามลำดับ
  • HDL-LDL:                                                                              

    เจ้า LDL กับ HDL นี่... ไม่มีใครเห็นใจใคร ทำอย่างกับคนในเมืองไทยอย่างนั้นละ คนดีก็ทำดีไป คนเลวก็ทำเลวไป

    ฝ่ายคนดี (HDL) ตั้งหน้าตั้งตาเก็บขยะ ฝ่ายคนเลว (LDL) ตั้งหน้าตั้งตาทิ้งขยะ แข่งกันอย่างนี้เป็นวัน เดือน ปี... จนถึงหลายสิบปี ไม่มีวันหยุด ถ้า HDL ชนะ... เส้นเลือดจะโล่งไปนาน ถ้า LDL ชนะ... เส้นเลือดก็จะอุดตันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • ไขมันอิ่มตัวกับทรานส์ อย่างไหนอันตรายกว่า:                                

    ไขมันอิ่มตัวเพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) ส่วนไขมันทรานส์เพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) และลดไขมันชนิดดี (HDL) ไปพร้อมๆ กัน ทำคล้ายเมืองไทยอีกนั่นแหละ

    คนชั่วบางคนตั้งหน้าตั้งตาทำเลวอย่างเดียว ไม่ทำลายคนดี นี่เป็นพวกไขมันอิ่มตัว ส่วนคนชั่วบางคนตั้งหน้าตั้งตาทำเลว และทำลายคนดีไปพร้อมๆ กัน นี่เป็นพวกไขมันทรานส์ นั่นคือ ไขมันทรานส์อันตรายมากกว่าไขมันอิ่มตัว
  • คำแนะนำ:                                                                              

    สมาคมโรคหัวใจอเมริกันและคำแนะนำเรื่องอาหารสหรัฐฯ แนะนำให้กินไขมันทุกชนิดรวมกันประมาณ 20-35 % กินไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 10 % ของพลังงานทั้งหมด และกินไขมัน
    ทรานส์ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

    โปรดสังเกตว่า การที่คนเรากินไขมันได้ประมาณ 30 % ของพลังงานทั้งหมดหมายความว่า กินไขมันโดยปริมาณประมาณ 15 % ของปริมาณอาหารทั้งหมด

    เนื่องจากไขมัน 1 กรัมให้พลังงานประมาณ 9 แคลอรี่ต่อกรัม ขณะที่แป้งและน้ำตาลให้พลังงานประมาณ 4 แคลอรี่ต่อกรัม ให้พลังงานต่างกันประมาณ 2 เท่าตัว
  • โฆษณา... อาจจะไม่จริง:                                                           

    คณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ บังคับให้อาหารที่วางจำหน่ายติดฉลากระบุปริมาณไขมันทรานส์ตั้งแต่เดือนมกราคม 2549

    ทว่า... ปริมาณไขมันจริงอาจจะสูงกว่าที่บริษัทโฆษณาไว้ เช่น มันทอดแมคโดนัลด์ชุดใหญ่ติดฉลากว่า มีไขมันทรานส์ 6 กรัม เมื่อนำไปตรวจสอบพบว่า มีไขมันทรานส์จริง 8 กรัม หรือมากกว่าที่โฆษณาไว้ถึง 33.33 %

ทำอย่างไรดี:                                                                         

  • ดูฉลากอาหาร:                                                                

    คณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ ระบุว่า อาหารที่มีไขมันทรานส์ไม่เกิน 5 % ของขีดจำกัดใน 1 วันใน 1 ส่วนบริโภค (serving) ถือว่า มีไขมันทรานส์ต่ำ ถ้ามากกว่า 20 % ใน 1 ส่วนบริโภคถือว่า มีไขมันทรานส์สูง

    แม้แต่อาหารที่ฉลากระบุว่ามีไขมันทรานส์เท่ากับ O ก็ยังมีไขมันทรานส์น้อยกว่า 0.5 กรัมต่อ 1 ส่วนบริโภค ฟังดูเหมือนไม่มาก แต่ถ้ากินหลายๆ อย่างสะสมกันก็จะเป็นอันตรายได้
  • หลีกเลี่ยง:                                                                    

    ทางที่ดีที่สุดคือ การเลี่ยงอาหารทอดนอกบ้าน เบเกอรี่ ครีมเทียม(คอฟฟี่เมต) ขนมปังปิ้ง ขนมสำเร็จรูป นมเต็มส่วน(แนะนำให้กินนมไขมันต่ำ หรือนมไม่มีไขมันแทน) เนยเทียม(เนยเทียมมีไขมันทรานส์สูง เนยแท้มีไขมันอิ่มตัวสูง) และไม่ควรกินผลิตภัณฑ์สัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ ฯลฯ มากเกินไป(มากเกิน 3 ฝ่ามือต่อสัปดาห์ในผู้ใหญ่)
  • ไขมันร้ายๆ กับโคเลสเตอรอล... น้อยไว้ก่อนละดี:                  

    ไขมันร้ายๆ ได้แก่ ไขมันอิ่มตัว(มีมากในเนื้อสัตว์ ไขมันสัตว์ กะทิ และน้ำมันปาล์ม) ไขมันทรานส์ โคเลสเตอรอลมีมากในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ อาหารทะเล(ยกเว้นปลา ปลิงทะเล) เครื่องในสัตว์ และไข่แดง(ผู้ใหญ่กินได้วันละ ½ ฟองต่อวัน)
  • กินปลา:                                                                       

    ปลาส่วนใหญ่มีไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าสัตว์บก ปลาทะเลมีไขมันชนิดดีพิเศษ(โอเมก้า-3) ช่วยบำรุงสมอง ระบบประสาท และป้องกันโรคเส้นเลือดอุดตัน
  • ใช้น้ำมันพืช:                                                                 

    แนะนำให้ใช้น้ำมันพืชที่ไม่ใช่น้ำมันปาล์มและกะทิ เช่น น้ำมันมะกอก คาโนล่า รำข้าว ถั่วเหลือง ข้าวโพด ทานตะวัน ฯลฯ และใช้แต่น้อย
  • กินนมไขมันต่ำ:                                                              

    คนที่อายุตั้งแต่ 2 ขวบขึ้นไปควรดื่มนมไขมันต่ำ (low fat) หรือนมไม่มีไขมัน (nonfat) แทนนมไขมันเต็มส่วน (whole milk) เช่น นมจืด นมหวาน นมเต็มส่วนรสช็อคโกแล็ต ฯลฯ
  • กินข้าวกล้อง ผัก ถั่ว งา และผลไม้:                                     

    ข้าวกล้อง ผัก ถั่ว งา และผลไม้มีสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ช่วยป้องกันผนังเส้นเลือด ไม่ให้อนุมูลอิสระเข้าไปทำลายผนังเส้นเลือดได้ง่าย ทำให้เส้นเลือดของท่านผู้อ่านโล่งไปอีกนาน...

    ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีสุขภาพดี มีไขมันชนิดดี (HDL) มากหน่อย มีไขมันชนิดร้าย (LDL) น้อยหน่อย มีสารต้านอนุมูลอิสระจากพืชผักนานาชนิดมากหน่อย และมีเส้นเลือดที่โล่ง ไหลเวียนดีไปนานๆ ครับ...

แหล่งข้อมูล:                                                                         

ภาพประกอบ >

  • ภาพแม่ค้าทอดขนม ชานเมืองมัณฑเลย์ พม่า (มิถุนายน 2548)
    เชิญชมภาพใหญ่
  • ตอนแรกถ่ายภาพแม่ค้าคนเดียวก่อน ดูเขาจะเขินหน่อยๆ 
    >>> คลิกที่นี่ [[[[[ Click___คลิก ]]]]]
  • ต่อมาคุณแม่มาช่วยเข้ากล้อง ดูจะเขินน้อยหน่อย
    >>> คลิกที่นี่ [[[[[ Click___คลิก ]]]]]

  • คนพม่าชอบกินของมันๆ แกงแพงๆ มักจะมีมันลอยหน้า ร้านกาแฟก็มีของทอดมันๆ หลายอย่าง ถ้าคนพม่ายังใช้แรงมาก เช่น ขี่จักรยาน เดิน ทำไร่ทำนา ฯลฯ การกินอาหารมันแบบนี้คงไม่ทำให้อ้วนมากนัก ทว่า... เมื่อวิถีชีวิตเปลี่ยนไป ออกกำลังน้อยลง ใช้แรงน้อยลงแล้ว น่าจะกินอาหารมันให้น้อยกว่านี้
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ ศูนย์มะเร็งลำปาง จัดทำ > ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๙. 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 29904
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 12
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (12)

  • ถ้าชอบกินของมันๆแล้วออกกำลังกายบ่อยๆน่าจะช่วยได้ใช่ไหมครับ
  • เกิดคำถามว่าปลาทะเลชนิดไหนที่มีโอเมก้า -3 มากที่สุดครับ
   กราบขอบพระคุณ อาจารย์หมอวัลลภ มากครับ อ่านไปได้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ใกล้ตัวไป และชอบใจ อุปมา-อุปมัยมากครับ เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ เจ็บๆ คันๆดีมาก
เช่น .. " .. เจ้า LDL กับ HDL นี่... ไม่มีใครเห็นใจใคร ทำอย่างกับคนในเมืองไทยอย่างนั้นละ คนดีก็ทำดีไป คนเลวก็ทำเลวไป"
  • สรุปไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์มีอันตรายทั้งคู่ แต่ไขมันทรานส์จะทำลาย ไขมันชนิดดีด้วย
  • ไขมันทรานส์เกิดจากการเติมไฮโดรเจนให้กับคาร์บอน พบมากในครีมเทียม ขนมคุ๊กกี้ อาหารทอด
  • ไขมันมีผลทำให้โคเรสตอรอลสูง
  • การหลีกเลี่ยง ควรทานนมไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ ของทอด กาแฟ ใส่คอฟฟี่เมต สลัด อาหารที่ใส่กะทิ
  • ปรุงอาหารด้วยน้ำมันพืชที่ไม่ใช่น้ำมันปาล์ม ทานข้าวกล้อง ผัก ปลา
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ถ้าชอบไอศครีม คงต้องเลี่ยงมาเป็นพวกเชอร์เบทแทนพวกหนักเนื้อหนักนม

ลปรร สำหรับคอไอติม ค่ะ

  • ขอขอบคุณอาจารย์ขจิต อาจารย์ Handy อาจารย์รุจโรจน์ อาจารย์ jc และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
  • อาจารย์ขจิตตั้งคำถามน่าสนใจครับ ถ้ากินมันแล้วออกกำลังกาย ได้ผลเหมือนกันครับ
    1). เสี่ยงอ้วน เพราะการออกกำลังกายผลาญไขมันได้จำกัด ไม่เหมือนการกินที่ไม่ค่อยมีขีดจำกัด
    2). เสี่ยงโคเลสเตอรอลสูงทั้งค่ารวม (total cholesterol) และโคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) เนื่องจากถ้ากินไขมันมาก มีแนวโน้มจะได้ไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานส์เพิ่มตามไปด้วย
    3). การออกกำลังเพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ได้ ทว่า... เพิ่มได้จำกัด และขึ้นกับพันธุกรรม บางคนออกกำลังมากแล้ว HDL ก็ไม่เพิ่มครับ สรุปคือ อาหาร "พอดี" มีแนวโน้มจะดีกว่าออกกำลังกาย "หนัก"
  • เร็วๆ นี้มีการศึกษาพบว่า คนผอมไม่ฟิตมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจน้อยกว่าคนอ้วนฟิต >>> Linda Little > Unfit and Lean Have Fewer Cardiac Risk Factors Than Fit and Fat > ภาษาอังกฤษ [[[[[ คลิก_ Click ]]]]]

  • ปลาทะเลชนิดไหนมีน้ำมันปลา (โอเมก้า-3) มากที่สุด จดหมายข่าวฮาร์วาร์ดเฮลธ์ กุมภาพันธ์ 2549 กล่าวว่า
    1). ปลา scallop มากที่สุด
    2). ถ้านับเฉพาะปลาที่มีขายบ้านเรา ปลาทะเลที่มีน้ำมันมากจะเป็นปลาทะเลน้ำลึก(อาจเพราะน้ำเย็น) มากที่สุดน่าจะเป็น "ปลาทูน่า"
    3). อาหารทะเลพวกปู กุ้งก็มีโอเมก้า-3 มาก ทว่า... สัตว์ทะเลที่ไม่ใช่ปลาและปลิงทะเล ส่วนใหญ่มีโคเลสเตอรอลสูง
  • ที่มา: Harward Health E-Newsletter, Compliments of MerckSource. 15 Feb 2006.
  • ขอขอบคุณอาจารย์รุจโรจน์ที่กรุณาสรุปสาระสำคัญ
  • ขอขอบคุณอาจารย์ Handy ที่ให้กำลังใจ เมืองไทยก็เป็นอย่างนี้ครับ... รอดมาได้เพราะมีคนดีส่วนหนึ่ง "ว่ายทวนน้ำ" หนักหน่อย อีกส่วนหนึ่ง "ราน้ำ" ต่อไปเด้อ
  • พระราชดำรัสในหลวงที่ว่า สังคมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ทำอย่างไรให้คนดีได้ปกครอง เป็นทางออกสำคัญของเมืองไทยครับ สาธุ สาธุ สาธุ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
  • ขอขอบคุณอาจารย์ jc ที่ให้คำแนะนำสำหรับคอไอศกรีม... ยุคนี้อร่อยแบบปลอดภัยได้ครับ

Table 2: Portion size (in oz) that provides about 1,000 mg
of omega-3s (the recommended amount)

Selected marine species

Salmon, Atlantic, farmed

1.5-2.5

Sardines

2-3

Salmon, Atlantic, wild

2-3.5

Mackerel

2-8.5

Tuna, fresh

2.5-12

Trout, rainbow (farmed)

3

Halibut

3-7.5

Tuna, white, canned in water & drained

4

Flounder or Sole

7

Lobster

7.5-42.5

Crab

8.5

Shrimp

11

Tuna, light, canned in water & drained

12

Cod, Atlantic

12.5

Haddock

15

Scallops

17.5

Source: Nutrition Committee, American Heart Association.

  • ขอบพระคุณคุณหมอมากครับ ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นด้วย
  • ตั้งใจจะเอาความรู้นี้ไปบอกคุณแม่และเผยแพร่แก่นักศึกษาครับ จะได้ออกกำลังกายมากๆ
  • ขอขอบคุณอาจารย์ขจิต ท่านผู้ให้ข้อคิดเห็น และท่านผู้อ่านทุกท่าน...                                                  
  • ขออนุโมทนาในกุศลเจตนาของอาจารย์ขจิตล่วงหน้า... ขอวิทยาทานที่อาจารย์อบรม เจริญมาเป็นเวลานานส่งผลให้อาจารย์มีความสุข ความเจริญ เป็นผู้มากด้วยปัญญา(อานิสงส์ของวิทยาทาน) เป็นที่พึ่งของคนหมู่มากต่อไปครับ
  • ไขมัน และน้ำมัน มาจาก กรดไขมัน กับ กลีเซอรอล
  • ถ้าจำไม่ผิดอาจารย์วินัย ดะห์ลัน บอกว่า กว่า 90 % เป็นกรดไขมัน ดังนั้นน้ำมันที่เรากิน ก็เหมือนเรากินกรดไขมันเข้าไป
  • ผมเป็นแฟน (บรรยาย) อาจารย์วินัย ครับ ถ้ามาบรรยายใกล้ๆ ที่ผมอยู่ ผมก็จะไปฟังประจำ
  • ยังมี ไตรกลีเซอไรด์อีกครับ ที่น่าสนใจ
  • หลายคนยังไม่ให้ความสำคัญ กับเจ้าตัวนี้เท่าที่ควร
  • ขนมกรุบกรอบทั้งหลาย ห่อละ 5 บาทบ้าง 10 บาทบ้าง 20 บาทบ้าง กินเข้าไป ร่ายกายก็จะเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นไตรกลีเซอไรด์
  • ขอขอบคุณอาจารย์เปมิช ท่านผู้ให้ข้อคิดเห็น และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
  • ผมมีหนังสือของอาจารย์วินัย ดะห์ลัน ท่านเขียนให้อ่านได้เข้าใจง่าย มีข้อคิด และมี tips หรือเคล็ดที่นำไปใช้งานได้จริง (practical points)
  • หลักการง่ายๆ ของอาหารกลุ่มให้กำลังงานคือ
    1). สารกลุ่มนี้มีคาร์บอน (C), ไฮโดรเจน (H), ออกซิเจน (O) คล้ายกัน เจ้า CHO นี่... แปรรูปกลับไปกลับมาได้ เพราะฉะนั้นกินคาร์โบไฮเดรต(แป้ง+น้ำตาล) ไขมัน หรือโปรตีนมากก็อ้วนได้คล้ายกัน
    2). ทว่า... โปรตีนกินมากเกินอันตรายกว่าเพื่อน เพราะโปรตีนสัตว์มักจะมีไขมันอิ่มตัว และโคเลสเตอรอลปนอยู่มาก
    3). อีกอย่างหนึ่ง... โปรตีนมี CHO+ไนโตรเจน (N) ย่อยสลายได้กรดที่ต้องขับทางไต ทำให้ไตทำงานหนัก
    4). ไตเป็นอวัยวะที่เสื่อมเร็วกว่าอวัยวะอื่นๆ จะเริ่มเสื่อมตั้งแต่อายุ 30 ปี การกินเนื้อหรือโปรตีนมากเกินมีส่วนทำให้ไตเสื่อมเร็ว โดยเฉพาะนักกีฬาไทยที่เข้าใจผิด กินเนื้อกันมาก
    5). โปรตีนบางชนิดมีกำมะถัน (S) ด้วย นี่ก็ย่อยสลายได้กรดที่ต้องขับทางไต ทำให้ไตทำงานหนักอีก...
    6). คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มจะอ้วนขึ้น อายุยืนขึ้น โรคแทรกซ้อนมากขึ้น เช่น เบาหวาน ความดันเลือดสูง ฯลฯ ต่อไปคงจะมีคนเป็นโรคไตเรื้อรังกันมาก
  • คุณแม่ผมก็เข้าสูตร "ทุกโรคยกเว้นเบาหวาน" ได้แก่ อ้วน ความดันเลือดสูง ไต+หัวใจเสื่อมจากความดันเลือดสูง ข้ออักเสบเก๊าต์ หอบหืด+ถุงลมโป่งพอง
  • สัปดาห์ที่ผ่านมา... คุณแม่เข้าโรงพยาบาลนครพิงค์ 2 รอบ(ไตวาย+บวม+หัวใจวายนิดหน่อย+ซีดจากไตวาย) 
  • หมอบอกให้ญาติไปบริจาคเลือด ญาติๆ เลยได้บุญกันถ้วนหน้า ลูกของอา น้อง หลาน และตัวผมเองบริจาคเลือดรวม 5 ถุง
  • ขอท่านผู้อ่านทุกท่านมีความสุข ความเจริญ ปลอดภัยจากโรคไต และโรคอื่นๆ ที่แม่ผมมี... โปรดได้รับส่วนแห่งบุญแห่งการบริจาคเลือดนี้ด้วย  

ขอให้คุณแม่ของอาจารย์สุขภาพแข็งแรงขึ้นเร็ววันนะคะ ได้กำลังใจดีๆ จากลูกหลานคงทำให้มีพลังเพิ่มขึ้นมาก

  

  • ขอขอบคุณอาจารย์ jc, ท่านผู้ให้ข้อคิดเห็น และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
  • ขอขอบคุณอาจารย์ jc ครับ... คุณแม่ผมก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ว่า เป็นความดันเลือดสูงมาไม่นาน(น้อยกว่า 10 ปี) ทว่า... ไตเสื่อมเร็ว
  • ท่านผู้อ่านที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป อย่าลืมตรวจวัดความดันเลือดบ้างนะครับ... จะได้มีไตดีๆ ไว้ขับของเสียนานๆ
  • อยากทราบว่าวิธีการหาไขมันในกะทิจะทำอย่างไรดีค่ะ(จะทำโครงงานค่ะ!ด่วนเลยค่ะ!)