ตุ่มน้ำยังเต็มไปด้วยน้ำที่พร่ำหยด

ณ ริมทะเลฝั่งอ่าวไทยในเขต อ. หัวไทร จ. นครศรีธรรมราชยามเช้า ๆ อากาศดีมีลมพัดผ่านเย็นสบาย ๆ

มีคนเดินเล่นมีคนจูงวัวชนเดินออกกำลังไปพร้อม ๆ กัน ผืนทรายอันอ่อนนุ่มนั้นพลันถูกลบเลือนด้วยคลื่นซัดสาดเข้าชายฝั่ง 

 เหมือนคนเราทุกสิ่งที่ทำไว้เหลือไว้เพียงเงาแห่งตน  ผลแห่งการกระทำความชั่วหรือความดี

การเดินทางชีวิตคนเราคงไม่ต่างจากเงารอยเท้าของโคบนผืนทรายที่ต้องจางหายวับไปตามกาลเวลา 

 แต่ขอเพียงให้ได้ทำเหมือนคนเรา 

ฝากรอยเท้าไว้บนผืนทรายฝากรอยคิดไว้ในบันทึก  เมื่อรู้สึกให้ย้ำเตือนจิตใจตนเองอย่างที่คำพระกล่าวทำนองว่า

...จงทำแต่ดี  อย่าดีแต่ทำ 

 จงพูดแต่ดี  อย่าดีแต่พูด 

จงคิดแต่ดี  อย่าดีแต่คิด...

การที่คนเราสัตว์ทั้งหลายเดินเหยียบย่ำไปตามผืนแผ่นดินและทรายนั้น  ถ้าใช้ปัญญานำดินและทรายมาคลุกผสมกันเอาไปเผากลายเป็นแผ่นกระเบื้องมุงหลังคาเป็นของสูงกว่าหัวคนได้  คนเราหากมีศีลธรรมคุณธรรมมีความขยันถึงแม้เกิดมาจนยากก็อาจผันแปรวิถีชีวิตมีฐานะสูงส่งได้เหมือนกัน  มีป้ายเขียนสะกิดใจชวนให้อ่านว่า...

ตุ่มน้ำยังเต็มไปด้วยน้ำที่พร่ำหยด 

ปลวกขนดินกองเท่าเขาบรรพต

สิ่งทั้งหมดไม่ยากหากพากเพียร...นั้นแล.