การทุจริตคอร์รัปขั่นเป็นที่ยอมรับกันว่าในขณะนี้ได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของประเทศ เราทุกคนที่เป็นคนไทยควรมีความรู้สึกและรู้สำนึกอย่างนี้ทุกคน และเราก็ต้องยอมรับกันจริงๆจังๆว่าการจะปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบต่างๆ มีความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนของประเทศจะต้องร่วมมือร่วมใจกันขจัดออกไป โดยถือเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลชุดนี้ได้ประกาศไปแล้ว แม้ต่างประเทศเอง องค์กรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตของต่างประเทศก็จัดอันดับประเทศของเราในเรื่องนี้อย่างน่าเป็นห่วง

จิตอาสา คือจิตที่เต็มไปด้วยวิญญาณของการให้ การเสียสละ การรับใช้ และให้บริการ ผูมีจิตอาสา คือผู้ที่ชีวิตจิตใจ อุปนิสัยที่เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ เสียสละเวลา แรงกาย แรงใจ แรงความคิด สติปัญญา เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น หรือสังคมให้เกิดประโยชน์ ความสุขและสันติในที่สุด จิตใจที่ให้ คือจิตที่ยิ่งใหญ่ งดงาม สูงส่งเหนือจิตปุถุชน ยิ่งเป็นจิตที่ให้อภัยด้วยแล้วยิ่งเป็นจิตใจระดับของพระผู้เป็นเจ้าเลยทีเดียว "Human is error forgive is divine" ซึ่งหมายความว่า ความผิดพลาด ขาดตกบกพร่องเป็นเรื่องของมนุษย์ปุถุชน การให้อภัย คือจิตวิสัยในระดับของพระผู้เป็นเจ้า (ผู้มีจิตใจสะอาด งดงาม ยิ่งใหญ่ สูงส่ง) ผู้ให้ คือผู้ที่ยิ่งใหญ่และมีจิตใจที่เหนือกว่า ได้ผลลัพท์ที่มากกว่า การศึกษาที่แท้อยู่แค่ใจ สำคัญที่ใจ การพัฒนาและ หรือการแก้ปัญหาทั้งหลายนั้นที่แท้อยู่แค่ใจ ใจคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่จะพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาใดใด การจะแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น ด้วยการพัฒนาจิตใจ พัฒนาจิตให้เป็นจิตอาสานั้น ถูกต้องแล้ว เป็นการแก้ที่มีผลจีรังยั่งยืน ยาวนาน สำคัญว่า จะพัฒนาจิตอาสานี้อย่างไร เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายที่ชัดเจนในเรื่องการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นที่เราต้องการ เราต้องรู้ให้ชัดเจนว่า คอร์รัปชั่นที่จริงๆคืออะไร อะไรคือสาเหตุ เพื่อที่จะแก้ไขให้ตรงจุดและเกิดผลดี การที่จะใช้กระบวนการพัฒนาจิตอาสาเพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นจะต้องทำโดย ต้องรู้สาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดการตอร์รัปชั่น 1.การคอร์รัปชั่น มีช่องทาง โอกาส และความง่าย และสิ่งล่อใจ 2.มาจากสันดาน นิสัย กิเลส เพราะขาดความรู้ ความคิด ไร้จิตสำนึก 3.ความขาดแคลน หนี้สินและความยากจน 4.การเอาอย่าง และมีธรรมเนียมปฏิบัติ จนกลายเป็นค่านิยม เป็นกลุ่ม เป็นระบบและหรือกระบวนการ 5.ขาดมาตราการป้องกันรวมทั้งขาดแนวทางการพัฒนาที่ดี มีประสิทธิภาพ 6.ผลประโยชน์สิ่งตอบแทนของผู้นำเสนอให้ แนวทางการพัฒนาจิตอาสา : 1.การมีแผนและแนวทางการพัฒนาจิตอาสาและให้ถือเป็นวาระสำคัญแห่งชาติ โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน์ และยุทธศาสตร์ในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ด้านจิตใจอย่างชัดเจน ในกระบวนการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมแห่งชาติ รัฐจัดงบประมาณเพื่อการนี้อย่างจริงจังเพียงพอและต่อเนื่อง 2.สถาบันการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นแกนนำในการส่งเสริม สนับสนุนและเอาจริงในการสร้างสำนึก และฝึกอบรมเพื่อพัฒนาจิตอาสา 3.หน่วยงาน องค์กร และสถาบันระดับชาติ ระดับภูมิภาค ระดับท้องถิ่น ให้ความสำคัญเน้นย้ำและนำไปปฏิบัติ 4.องค์กรภาคเอกชนที่เป็นหลักเรื่องจิต อาสา คือภาคส่วนที่มีบทบาทสำคัญและต้องได้รับการสนับสนุนส่งเสริมอย่างจริงจังและชัดเจน องค์กกกกรภาคส่วนนี้เป็นแรงพลังในการขับเคลื่อนที่สำคัญและช่วยให้เกิดผลสำเร็จได้เป็นอย่างดียิ่ง 5.มีกระบวนการส่งเสริม สนับสนุน ยกย่อง เชิดชูเกียรติ ประชาชน หน่วยงาน องค์กร สถาบันที่ดำเนินการพัฒนาจิตอาสา อย่างกว้างขวาง ครอบคลุม โดยมีการดำเนินการอย่างจริงจัง จริงใจและต่อเนื่อง มั่นคงและยั่งยืน 6.มีผู้นำ สร้างผู้นำ เป็นแกนนำทำในเรื่องจิตอาสาอย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจน 7.สถาบันหลักของชาติ คือ สถาบันการบริหาร รัฐบาล คณะผู้บริหาร สถาบันนิติบัญญัติ รัฐสภาและสถาบันเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ศาล จะต้องเป็นผู้นำและเป็นแบบอย่างที่ดีให้ได้  เมื่อพัฒนาจิตอาสา ซึ่งเป็นจิตใจที่สะอาด บริสุทธิ์ ดีงาม ยิ่งใหญ่ สูงส่ง อันเป็นจิตใจที่เต็มพร้อมด้วนการให้อภัย อิ่มพร้อมด้วยวิญญาณที่จะรับใช้และให้บริการแล้ว ย่อมนำไปสุ่การแก้ปัญหานานาชาติได้ ไม่เพียงแต่เรื่องคอร์รัปชั่นเท่านั้น สังคมใดที่เป็นสังคมมนุษย์จิตอาสาสู่การพัฒนาจิตสำนึกสาธารณะ  ย่อมจะเป็นสังคมในอุดมการณ์ เป็นสังคมอริยะเมตรัย