ไม่อยากเขียน ตั้งแต่เปลี่ยน G2K...

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาเขียนบล็อกเพราะว่าเกิดความ “ไม่อยากเขียน...”

นับตั้งแต่ Gotoknow เปลี่ยนโฉมใหม่ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร “แรงจูงใจในการเขียนลดน้อยลง...”
เป็นโจทย์ที่เราเองใช้เวลาขบคิดมากว่าหนึ่งสัปดาห์ว่าทำไมเราถึงไม่มี “แรงจูงใจ” ในการเขียนเหมือนเดิมนะ
หน้าตา G2K เปลี่ยนไป นั้นเป็น “ปัจจัยที่ส่งผลต่อแรงจูงใจของการเขียน” ได้มากขนาดนี้เชียวหรือ...

แต่ถ้าหากถามเรา (ปัจเจกบุคคล) เราก็ตอบได้ว่า “หน้าตาของ G2K เป็นปัจจัยที่มีผลต่อแรงจูงใจในการเขียนบล็อค”

ทำไมน่ะหรือ...?
ทั้ง ๆ ที่ G2K หน้าตาสวยขึ้น ก็น่าจะจูงใจได้มากขึ้นเน๊อะ...!
จะว่าเครื่องเมนู อุปกรณ์ เมนู ต่าง ๆ ยังไม่ครบก็ไม่น่าจะใช่ ก็เพราะนิสัยเราค่อนข้างไปในพวก Low-Tech…

อะไรหนอ อะไรหนอ...?
ความยาก ความง่ายเหรอ อันนี้ “มีผล”
อันเดิมง่ายกว่าไหม “ใช่” ใช่เพราะว่าเรายังไม่ “เคยชิน” กับของใหม่
ความยาก ความง่ายนั้นจึงมีผลต่อแรงจูงใจแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

ตัวที่น่าสนใจในสมมติฐานนี้ที่สำคัญที่สุด คือ “ความเคยชิน”
คนเรามักเคยชินกับอะไร “เก่า ๆ”
คนเรามักไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง

คนเราในที่นี่นั้น หมายถึง “ลูกค้าหลัก (Key Customers)” ของ G2K ซึ่งส่วนใหญ่เป็น “ผู้ใหญ่” ที่ล่วงเลยวัยของคำว่า “วัยรุ่น...”

ถ้า G2K เป็นบล็อกของ “วัยรุ่น” อย่างเช่น Learner.in.th วัยรุ่นจะชอบมากและมี “แรงจูงใจ” ในการเขียนมาก
แต่ทว่า G2K เป็นอะไร อะไรของ “ผู้ใหญ่” ดังนั้นผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ อะไร อะไรก็ไม่ค่อยอยากจะรับการเปลี่ยนแปลง

ทีมงานเป็น “วัยรุ่น...
ผู้รับผิดชอบการออกแบบเปลี่ยนแปลงระบบของ G2K หลัก ๆ (ถ้าผิดก็ขออภัย) น่าจะเป็น “มะปรางเปรี้ยว” (ขออภัยที่เอ่ยชื่อ จะโดนฟ้องหรือเปล่าเรา...)
คนทำเขาเป็น “วัยรุ่น” อยู่ แต่เรา (ลูกค้า) ก็ล่วงเวลาเข้า “วัยกลางคน” แล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้จึง “ขัดใจ” เรา ที่มักจะทำอะไร “ไม่ทันใจวัยรุ่น...”

ผู้ดูแลระบบก็หวังดี อยากทำอะไรใหม่ ๆ อยากเปลี่ยนแปลงเพื่อความ “ทันสมัย” แต่ไอ้เรามันก็คน “เก่า ๆ” ซึ่งมักเหงา ๆ เมื่อ “เปลี่ยนแปลง...”

คนเก่า ๆ มักหวนคำนึงถึง “อดีต”
คนใหม่ ๆ มักจะวาดฝันและทุ่มเทกำลังเพื่อ “อนาคต”

วันนี้ G2K กำลังเชื่อมโยมความรู้เก่า ๆ กับ “คลื่นลูกใหม่” เพื่อความรู้อัน “ไฉไล” ซึ่งสามารถกว้างไกลทาง “วิชาการ”
Best Practice ในวันนี้มี “คุณค่า” หากตั้งหน้า ตั้งตา โดย “ตั้งใจ”
สกัดความรู้ใหม่ที่ “ไฉไล” รวบรวมไว้เป็นองค์ความรู้ Gotoknow…

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Baby R2R

คำสำคัญ (Tags)#r2r#gotoknow#g2k

หมายเลขบันทึก: 298733, เขียน: 18 Sep 2009 @ 15:34 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 21:34 (), สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ, ดอกไม้: 2, ความเห็น: 6, อ่าน: คลิก


ความเห็น (6)

สวัสดี ครับ คุณสุญญตา

 

มาเป็นกำลังใจให้ ครับ  ผมก็รู้สึกเช่นเดียวกัน  แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ก็เริ่มที่จะยอมรับ... พยายามเรียนรู้โลก online ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เหมือนกับความรู้ที่ผมได้รับ จากคุณเลยครับ

มาด้วยความระลึกถึง ครับ

 

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

นึกว่าจะมีเฉพาะตนเองเท่านั้นที่รู้สึกเช่นนี้...

ก็คงจะเริ่มอายุมาก ที่นั่งมองดูความเปลี่ยนแปลงที่เปลี่ยนไป เหมือนคนแก่ๆ คนหนึ่งที่นั่งดูความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน อย่างที่จะให้ก้าวไปกระโดยโหยงๆ ตามความเปลี่ยนแปลงนั้นในความรู้สึกก็คงจะไม่อยากทำ ... ไม่ได้ต่อต้าน หากแต่นั่งมองดูอย่างเงียบ รู้สึกแต่ว่าขากแรงจูงใจกว่าเดิมมาก เป็นไม่อยากเขียน ไม่อยากอ่าน ... ซึ่งแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่แต่ละวันจะเขียนอย่างมากด้วยความรู้สึกถึงว่ามีคุณค่า...ต่อการที่เราจะฝากเรื่องราวดีดีที่ผ่านประสบการณ์...

แต่วันนี้...ความรู้สึกนั้นกลับลดลง

พอเงยหน้าขึ้น กัลยาณมิตรเดิมๆ ที่ก้าวเดินมาเหลือมีอยู่ที่ผลัดเปลี่ยนมาเขียนแบบพยายามพยุง ให้คุณค่าแห่งปัญญามีฝากไว้ให้เป็นร่องรอยสมกับที่ว่าเป็นคลังความรู้ของชาติ

คงอาศัยการปรับอารมณ์ ความรู้สึก สักพัก ...

ถามว่าเขียนได้ไหม เขียนได้ แต่พลังแห่งจิตวิญญาณ ... อยากถ่ายทอดลดทอนหายลงไปเยอะมากเลย...

 

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

สี หน้าตา รูปลักษณ์มีผล...

สีสวย หน้าตาสวย ... รูปลักษณ์สวย

หากเปรียบเทียบแล้วก็เหมือนบุคคลที่หน้าตาดี บุคลิกดี ดูโดยรวมนั้นดี และเป็นคนที่เก่ง คล่อง ฉลาด แต่ขาดอย่างเดียวคือ ความมีเสน่ห์

5555 สงสัยว่าพวกเราจะ "เฒ่า" พอ ๆ กัน...

เจ้า "ความอยาก" นี่นะ ถ้าใช้ให้เป็นแล้วมันมี "ประโยชน์" มาก

เพราะมนุษย์ "ปุถุชน" อย่างเรา ๆ นั้น ยังให้จิตเป็นอารมณ์ ใช้อารมณ์เป็นจิตอยู่

ปัจจัยตั้งต้น หรือ "เหตุ" ในการที่จะทำอะไรหรือไม่ทำอะไรนั้น "เรา (ปุถุชน)" ต้องใช้ "อารมณ์" เป็นตัวตั้งต้น (หัวเชื้อ) ในการกระทำ

ในสังคมทุกวันนี้มีสิ่งกระตุ้น "อารมณ์" เยอะแยะมาก

โดยเฉพาะเมื่อเทียบอัตราส่วนนั้น 99 ส่วน จากร้อยส่วนเป็นการกระตุ้น "อารมณ์เลว"

อารมณ์โลภ อารมณ์โกรธ อารมณ์หลง ล้วนแล้วแต่เป็นอารมณ์ "เลว" ทั้งนั้น

อารมณ์เลว ๆ นี้ถึงส่งผ่าน "สื่อ" ทั้งทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ

โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ป้ายโฆษณา โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เจาะ "พฤติกรรม" ของผู้บริโภค (Customer Behavior) ของแต่ละคนไม่ให้ดิ้นหลุดไปได้จากวังวน "อารมณ์เลว"

เจ้าอารมณ์ดี ๆ นี้ต้องฝากเป็น "โจทย์" ให้ทีมงานนั้นขบคิด

ทีมงาน G2K ในวันนี้มีหน้าที่เป็นผู้ "กระตุ้นอารมณ์" อันเป็น "อารมณ์ดี..."

กระตุ้นให้ "อยากดี"

อยากคิด อยากเขียน อยากถ่ายทอด อยาก "เสียสละ" อยาก "ทำความดี..."

ความมีเสน่ห์ ที่ท่านกะปุ๋มฝากไว้เป็นข้อที่น่าขบ น่าคิด

เสน่ห์ของ G2K เมื่อก่อนก็คือ "ง่าย"

คนอายุมาก ๆ อย่างเราจะไปเรียนรู้เทคโนโลยีจากที่ไหนได้มากมาย ทีมงาน G2K ทั้งหลายจึง "ง่ายสำหรับเรา..."

เดี๋ยวนี้ไม่ง่ายเหรอ...?

ง่ายนะแต่ "ยากขึ้น"

คือแบบว่า "งง ๆ" หรือบางครั้งก็ "เซ็ง ๆ"

อันนี้ต้องย้อนกลับไปพูดถึงของ Tacit Knowledge (ความรู้ฝังลึก) กันให้ชัดอีกครั้งหนึ่ง

เจ้า Tacit Knowledge นี้ คือ ความรู้ที่ผุดขึ้นมา ณ ช่วงเวลาใด เวลาหนึ่ง

ความรู้นี้ไม่ได้คิดเอาเองได้นะ

ความรู้ฝังลึกนี้อยู่ดี ๆ มันก็ผุดขึ้นมาเอง

ผุดขึ้นมาปุ๊บก็เขียนปั๊บ ต้องจับ ต้องเขียน

ถ้าเวลานั้นผ่านไป ความรู้ที่นึกได้ ไม่ใช่ Tacit Knowledge

แต่ทว่า... เดี๋ยวนี้ความรู้ที่ผุดขึ้นมามันมี "ตัวแปร" สำคัญคือ "ความไม่อยาก" เข้ามาเกี่ยวข้อง

คือคิดปุ๊บ อยากเขียน (เมื่อก่อน) แต่เดี๋ยวนี้ เฮ้อ...ไม่อยากเขียนเลย

อารมณ์แบบเนี๊ยะ ถ้าพูดแบบภาษาชาวบ้านนั้นเรียกว่า "โครตน่าเสียดายเลย"

บางครั้งความคิด "เจ๋ง ๆ" ผุดขึ้นมา โอ้โห คิดได้ไง แต่ทว่า เฮ้อ ปล่อยมันไป ปล่อยมันไป อนิจจา...

คนที่เขียนจากความคิด จินตนาการนั้นก็อย่างหนึ่ง

คนที่เขียนจากความรู้สึกที่ผ่องถ่ายออกมาเป็น "ความรู้ฝังลึก" นั้นก็อีกอย่างหนึ่ง

ดังนั้น ทีมงานอาจจะเรียกเราว่าเป็นพวก "ศิลปิน" ก็ได้

ศิลปินในที่นี้หมายถึง คนที่ชอบทำอะไรตามใจ "ตามอารมณ์"

คือ อารมณ์ดีก็ทำ อารมณ์ไม่ดีก็ไม่ทำ

แต่ทว่า ถ้ามองอีกด้านหนึ่งก็เป็นโจทย์ที่ดียิ่งในการ "ภาวนา"

ถ้าหากเราสามารถก้าวผ่าน "อุปสรรคแห่งอารมณ์" นี้ไปได้ เราก็สามารถทำอะไรอะไร "ตามหน้าที่"

ถ้าหากเราตระหนักในหน้าที่ว่าหน้าที่ของเราคือ "เขียน" เขียน เขียน แล้วก็เขียน

มีหน้าที่เขียนก็เขียนไป หน้าตา G2K จะเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญ ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ท่านเรียกว่าเราไม่นำสิ่งภายนอกมาเป็น "อารมณ์"

สิ่งภายนอกทำให้เราไม่หวั่นไหว

เราจะเข้มแข็ง มั่นคง ไม่ปลดปลงไปกับ "โลกธรรม..."

หรือในอีกทางหนึ่งก็เป็นทางพัฒนา "ปัญญา"

เราจะต้องหาวิธีการใหม่ ๆ

เช่น ไปเขียนในโปรแกรมอื่นก่อน พอเขียนได้แล้วก็ค่อยนำมาลง

หรือว่าเขียนไว้ แล้ว copy ให้คนอื่นเอามาลง

หรืออย่างไรก็ได้ แต่ทั้งหมดนี้ถ้ามองให้ดีก็เป็นการ "หนีปัญหา"

เขียนมาตั้งนานก็พอที่สรุปได้ว่า มีหน้าที่เขียนก็เขียนไป สิ่งต่าง ๆ ภายนอกจะเป็นอย่างไร สิ่งภายในจะต้องไม่เปลี่ยนตาม...

จบดื้อ ๆ แบบนี้ล่ะนะ

ขอให้กำลังใจทีมงาน G2K ที่ตั้งใจสรรค์สร้างสิ่งดี ๆ ให้แก่เราเสมอมา...

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

อ่านความเห็นของท่านสุญญตา

แล้วทำให้นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทันทีว่า...ทุกวันนี้คนเรานั้นมุ่งดำเนินชีวิตให้ซับซ้อนยิ่ง

ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องยากยิ่งขึ้น...

เพราะสภาวะแห่งการปรุงแต่งที่นำพาไป...

"ดูง่าย...แต่ยาก"

อะไรคือ ความบั่นทอนสภาวะที่ตัดฉับลงไปที่ "ปัญญาอัตโนมัติ" ที่ปรากฏขึ้น...

ต้องไปคอยร้อยเรียงก่อน ตกแต่ง ดัดแปลงก่อนเหรอ...ค่อยนำมาเก็บไว้ อย่างนี้จะใช่ Tacit Knowledge ไหมหนอ...

วันนี้แทบไม่ไปอ่านอย่างอื่น ยังพออ่านได้ก็ที่ท่านเขียนนี้แหละ เพราะจริตมันชอบอะไรที่ตรงๆ จริงๆ ออกมาตรงๆ ไม่ต้องไปดัดไปแปลงสำนวน...ประมาณสร้างภาพสร้างตน

การคืน...กลับสู่สภาวะธรรมชาติจะทำให้เราได้พบกับความงดงาม

เหมือนปราชญ์ชาวบ้านน่ะไม่ต้องไปเรียน การจัดการความรู้ที่ไหน

แต่กลับมีกระบวนการที่ทำให้ผู้คนเข้าถึงความรู้ได้ง่าย...งาม และลงใจ

เพราะนั่นน่ะ มีความเป็นธรรมชาติและการเข้าถึงธรรมชาติ...

ไม่รู้นะ ... จริตเราอาจจะชอบอะไรที่ง่ายๆ สบายๆ เป็นธรรมชาติ

เป็นชื่นชอบบุคคลที่เข้าใกล้ถึงธรรมชาติมากกว่าบุคคลที่มักปรุงแต่งตนเอง

ฉันใดก็ฉันนั้น...ในเส้นทางแห่งการเดินไป...เราเลือกนำพาเราไปได้

อันไหนจริตเรา...เราก็ก้าวเดินร่วม

อันไหนไม่ตรงจริตเรา เราก็ห่างๆ ออกไปเสีย...

ก็เท่านั้นเอง...เอาอะไรมากมายในชีวิต

เพราะทุกอย่างมันก็ต่างๆ ดำเนินไปตามเหตุที่แต่ละบุคคลสร้างขึ้นมาเองทั้งนั้น

วันนี้...นั่งอยู่ท่ามกลางสภาวะแห่งธรรมชาติ...

มีฝนบ้าง ร้อนบ้าง...แต่เราก็ว่ามีเสน่ห์ดีนะ...เพราะปรากฏการณ์แห่งธรรมชาติที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดเพราะการปรุงแต่ง...แต่เพราะนั่นน่ะคือ ธรรมชาติ เรากลับได้พบกับความงาม...และง่าย ที่จะดำรงชีวิตร่วมอยู่ด้วยได้

เพราะเรานั้นมาจากธรรมชาติ...และที่สุดแล้วเราก็ต้องคืนกลับสู่ธรรมชาติด้วยเช่นกัน

ชอบจังบันทึกนี้