Dead Poets Society : ครูครับ....เราจะสู้เพื่อฝัน

Dead Poets Society : ครูครับ....เราจะสู้เพื่อฝัน
 

เห็นว่า กศน. ย่อมาจาก ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ในชื่อศูนย์นี้มี คำว่า
“นอกระบบ” และ คำว่า “ตามอัธยาศัย” อ่านแล้วทำให้นึกถึงครู Keating (คีตติ้ง) ในหนังเรื่องนี้นะค่ะ 
เป็นเรื่องราวระหว่างครูกับศิษย์ที่ดูแล้วประทับใจมากและเหมือนเป็นแรงบันดาลใจทั้งหมดที่ทำให้ Tungoae ตัดสินใจมาสมัครเป็นครู ศรช. แบบลงหลักปักฐานเป็นอาชีพหลัก....
ครูคีตติ้งสอนหนังสือที่โรงเรียน Welton ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีจารีต ประเพณีเข้มงวดมาก แต่เมื่อมีครู Keating ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเพราะครูมีการสอนที่ไม่ยึดถือตามแบบตำรา โดยให้นักเรียนค้นหาตัวเองให้พบ รู้จักที่จะมีมุมมองในแง่มุมที่แตกต่างหลายๆแง่มุม ที่สำคัญที่สุดคือการใช้ชีวิตและการทำตามฝันของตน

มีฉากหนึ่งที่ชอบมากที่ครูคีตติ้งพาลูกศิษย์ไปดูรูปรุ่นพี่ พร้อมฉากนี้มีคำเด็ด 
Siez the day = คาเปเดีย  แปลว่า จงฉกฉวยวันเวลาไว้ ทำตามความฝันของตัวเอง เพราะนั้นคือทางแห่งความสุข

อีกฉากที่ประทับใจที่ครูคีตติ้งบอกให้ลูกศิษย์ฉีกตำรากวีทิ้ง ครูไม่ได้สอนให้ศิษย์ก้าวร้าวนะค่ะ แต่ต้องการให้ศิษย์ค้นหาความเป็นกวีในตัวเอง ถ้าคุณอยากเป็นกวีคุณต้องไปในทะเล ในสายลม ในแสงแดด ในดอกไม้ ในเรื่องราวมากมายรอบๆตัว ความเป็นกวีไม่ได้อยู่ในหนังสือ อันนี้ดูแล้วโดนใจสุด....ในส่วนนี้ลองคิดดูนะค่ะหนังสือเล่มหนึ่งเราอาจยึดถือชนิดเอาเป็นเอาตายแต่จริงๆแล้วถูกเขียนขึ้นโดยคนแค่คนเดียวซึ่งไม่ใช่ศาสดา ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นจะเป็นต้นแบบที่สมบูรณ์แบบ  อันนี้อยากให้ลองให้โอกาสคนที่คิดต่างจากคนอื่นด้วยนะค่ะ

อีกฉากที่ทำให้ยิ้มได้ คือที่เรียกชื่อครู ครูไม่หัน แต่พอเรียก “ Oh captain , my captain” กลับหันเฉยเลย ฉากนี้ชอบอีก

ฉากที่ครูเล่นฟุตบอลกับศิษย์ ครูดูเป็นครูในฝันที่ในชีวิตไม่เคยเจอ

ฉากที่ครูเรียกลูกศิษย์ออกมาแต่งกวีสด หน้าห้อง..อันชอบ ครูพยายามเรียกสัญชาติญาณดิบของศิษย์ออกมาเพราะต้องการเห็นตัวตนที่แท้จริงของศิษย์และชี้ให้ศิษย์มองเห็นตัวเองด้วย

สาระของหนังเรื่องนี้นะค่ะ เป็นการต่อสู้กันระหว่างครูหัวอนุรักษ์ กับครูหัวสมัยใหม่ การต่อสู้ระหว่างค่านิยมที่เคร่งครัดที่มุ่งพัฒนาคนไปสู่ความสำเร็จ กับ แนวคิดเสรินิยมที่ครูคีตติ้งสอนให้ค้นหาตัวตนของตน นั้น ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมที่คาดไม่ถึงขึ้น สุดท้ายครูต้องถูกขับไล่ออกจากโรงเรียนในฉากสุดท้ายซึ้งจนกลั้นน้ำตาไม่ได้เลยเชียว เมื่อศิษย์ทุกคนลุกขึ้นไปยืนบนโต๊ะเรียนเพื่อส่งครูคีตติ้ง เป็นการบอกเจตนารมณ์ ว่าจะไม่เดินตามคนอื่นแต่จะเดินตามหัวใจของตัวเอง แบบที่ครูสอนไว้ ไร้คำพูดใดๆทั้งสิ้นสำหรับฉากนี้แต่เรียกน้ำตาชนิดซับกันกระดาษชิดชูหมดเป็นม้วนๆๆ
ตอนจบของเรื่องนี้งดงามมาก ทุกอย่างในโลกนี้เหมือนเหรียญสองด้านนะค่ะ คือ ไม่สุขก็ทุกข์
ไม่แพ้ก็ต้องชนะ เรื่องนี้จบแบบไม่สมหวัง แต่เทียนที่ครูจุดไว้ในใจลูกศิษย์ไม่มีวันดับ และโลกก็ยังหมุนต่อไปได้ ถึงจะไม่ใช่ด้วย ความสมหวัง แต่ก็ด้วย ความหวัง ซึ่งเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจมนุษย์มาตั้งแต่ถือกำเนิดจนสิ้นชีวิต

เขียนมาเล่าให้ฟังอยากให้ใครที่ทำงานเป็นครูได้ดูนะ บางที่อาจคิดอะไรดีๆขึ้นมาได้หลายๆอย่าง
ใครดูแล้วชอบเหมือนกัน ชอบเพราะอะไรมาบอกกันบ้างนะค่ะ
  Smiley

***************************

ครั้งหนึ่ง หนังสือ BIOSCOPE ฉบับที่ 90 ประจำเดือน พฤษภาคม

กองบรรณนาธิการของหนังสือชื่อ คุณอ้วน นครโพธิ์ไพโรจน์ ได้อ่านบทความของครูโอ๋ที่ไปลงในเว็บบอร์ดของเว็บ กศน.อำเภอพระนครศรีอยุธยา กับ กศน.บ้านแพรก พอดีคุณอ้วนจะทำหนังสือ ครบรอบ 20 ปีของหนังเรื่อง DEAD POETS SOCIETY ที่มีบทบาทกับบุคคลในสังคมหลายๆอาชีพ จึงได้มาขอครูโอ๋สัมภาษณ์ลงหน้า 64 ของหนังสือฉบันนี้ค่ะ เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจ เพราะหนังเรื่องนี้เป็นหนังเกี่ยวกับครูนอกกรอบคนหนึ่ง ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ครูโอ๋มาเป็นครู ศรช. และเป็นหนังที่ครูโอ๋ชอบมากที่สุดในชีวิตเรื่องหนึ่งเลยที่เดียว