การทำนาปรัง

องค์ความรู้   :  การทำนาปรังเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและเพิ่มผลผลิต

 ความเป็นมา
           พื้นที่ทำนาในเขตหมู่ที่ 5 ตำบลวัดขนุนเกษตรกรส่วนใหญ่จะผลิตข้าวนาปีตามแบบดั้งเดิมมักประสบปัญหาน้ำท่วมขังทุกครั้งที่มีปริมาณน้ำฝนมาก   ทำให้พื้นที่นาข้าวเกิดความเสียหายทุก ๆ ปีทำให้ผลผลิตข้าวต่ำ    จึงมีรายได้ไม่แน่นอน
           พ.ศ. 2545  นายบุญสงค์  พันธ์คง  อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ที่ 5 ตำบลวัดขนุนเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความเหมาะสมในการทำนาปรังได้เพราะพื้นที่นาข้าวอยู่ใกล้บริเวณคลองสายยูมีปริมาณน้ำเพียงพอกับการทำนาจึงริเริ่มทำนาครั้งที่ 2 (นาปรัง ) พื้นที่  9 ไร่ ปรากฏว่าผลผลิตที่ได้ใกล้เคียงกับการทำนาปี และปีต่อมาได้ทำนาครั้งที่ 2 โดยเพิ่มพื้นที่มากขึ้นเป็น  15 ไร่
            ปี 2547 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้สนับสนุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและเครื่องสูบน้ำให้แก่เกษตรกรผู้ริเริ่มทำนาปรังทำให้เกษตรกรข้างเคียงเกิดความสนใจหันมาทำนาครั้งที่ 2 เพิ่มมากขึ้นและได้รับการสนับสนุนน้ำมันจากองค์การบริหารส่วนตำบลวัดขนุน
           ปี 2552 นายคล่อง   คล้ายสถิตย์    และเกษตรกร หมู่ที่ 3 ตำบลวัดขนุน  มีพื้นที่ทำนาหมู่ที่ 5  จำนวน 11 ไร่ได้ทำนาปรัง   ใช้พันธุ์ข้าวพันธุ์ชัยนาท 1    ได้จดบันทึกรายรับรายจ่าย   และรายละเอียดในการทำนาปีทุกขั้นตอน   เปรียบเทียบกับการทำข้างนาปรัง    ผลสรุปว่า  ลงทุนปลูกข้าวนาปรังทั้งหมด  19,000.- บาท    ขายผลผลิตได้  36,000.- บาท  ผลผลิตเฉลี่ย   800 กิโลกรัม/ไร่   เปรียบเทียบกับผลผลิตข้าวนาปี  ต้นทุนการผลิตเท่ากับข้าวนาปรัง  แต่ได้ผลผลิตเฉลี่ย  600 กิโลกรัม/ไร่    แต่หากเกิดน้ำท่วมขังจะทำให้ข้าวเสียหาย  ทำให้ได้ผลผลิตน้อยกว่านี้                           
           สรุปว่าพื้นที่ดังกล่าวหากมีน้ำเพียงพอสามารถทำนาปรังได้ผลผลิตดีกว่าการทำนาปีเพราะ
      1)      ข้าวนาปรังมีผลผลิตต่อไร่สูงกว่าข้าวนาปี  
      2)      รายได้ต่อไร่สูงกว่าข้าวนาปี
      3)      ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ
      4)      ศัตรูข้าวน้อยกว่าการทำข้าวนาปี
 การนำมาใช้ประโยชน์
                กรณีที่เกษตรกรมีที่นาที่มีสภาพพื้นที่ลุ่ม   น้ำท่วมบ่อย   และมีน้ำเพียงพอช่วงฤดูแล้ง   เหมาะสมแก่การทำข้าวนาปรัง  เพราะให้ผลผลิตสูงกว่าการทำข้าวนาปี