การซื้อ-ขายน้ำยางสดระหว่างชาวสวนกับโรงงานหรือ

ชาวสวนยางกับพ่อค้าน้ำยางสด หรือ กลุ่มน้ำยางกับ

โรงงาน ในการซื้อขายน้ำยางสด ย่อมมีการตรวจสอบ

คุณภาพสินค้า(น้ำยางสด) ให้รู้ว่าของมีคุณภาพตามที่ได้

ตกลงกันไว้หรือเปล่า เพื่อนำไปสู่การจ่ายเงินตามคุณภาพ

และปริมาณของสินค้า(น้ำยางสด) โดยทั่วไปและในส่วนของ

โรงงานที่ผลิตน้ำยางข้นจากน้ำยางสด จะมีการทดสอบดังนี้

1.ทดสอบปริมาณเนื้อยางแห้งในน้ำยางสด หรือ ค่า%DRC

เป็นค่าที่ใช้ตกลงในการซื้อขาย เพราะโรงงานจะซื้อน้ำยาง

โดยเน้นที่ปริมาณเนื้อยาง ไม่ใช่ซื้อน้ำ(น้ำยางสด=เนื้อยาง+

น้ำ)

2.ทดสอบความเป็นด่างในน้ำยางสด (จะคิดในรูป

%ปริมาณแอมโมเนียต่อน้ำหนักน้ำยางสด)

เนื่องจากน้ำยางสดหากไม่มีการเติมสารเคมีรักษาสภาพแล้ว

จะเริ่มเสียสภาพหลังจากการกรีดประมาณ 6 ชั่วโมง

จะมีจับตัวเป็นก้อนหรือแยกชั้นเป็นเนื้อยางและเซรุ่ม(น้ำ)

รวมทั้งมีกลิ่นเหม็นบูดเน่า

ก็คือที่เรียกกันว่า "น้ำยางบูด" นั่นเอง สารเคมีที่เติม

เพื่อรักษาสภาพน้ำยาง ก็คือ สารละลายแอมโมเนีย หรือ

ที่ชาวสวนเรียกว่า แอม หรือ แอมน้ำ ซึ่งสารเคมีเหล่านี้

ทางโรงงานจะจ่ายให้ลูกค้าที่นำน้ำยางสดมาขายให้

เมื่อลูกค้านำน้ำยางมาขาย ก็จะทดสอบว่าลูกค้าเติม

สารเคมีที่ให้ไปหรือเปล่า รวมทั้งเอาไว้คำนวณเพื่อที่จะ

เติมเพิ่มเพื่อรักษาสภาพน้ำยางให้อยู่จนถึงกระบวนการผลิต

เป็นน้ำยางข้น

3.ทดสอบหาปริมาณกรดไขมันที่ระเหยได้ในน้ำยางสด

หรือค่า VFA number หรือ ค่าวี ที่ชาวสวนยางเรียก

เป็นค่าแสดงว่ามีปริมาณกรดไขมันที่ระเหยได้ในน้ำยางสด

ว่ามีเยอะน้อยเพียงใด เป็นค่าแสดงว่าน้ำยางสดมีคุณภาพ

มากน้อยเพียงใด และเสี่ยงต่อการเสียสภาพหรือบูดหรือไม่

เพราะหากน้ำยางที่เสียสภาพและมีกลิ่นเหม็นบูดเน่า

จะมีค่า VFA สูง