ผมมีนิสัยเสียที่แก้ไม่หาย ที่ในใจมี criticism หรือความรู้สึกยังไม่พอใจ ต่อสิ่งต่างๆ ระบบต่างๆ มากมาย   แม้จะระงับใจ กลั่นกรองการแสดงออกให้สื่อออกมาเฉพาะสารที่เป็นเชิงสร้างสรรค์    ก็คงจะยังมีสาระที่บาดใจบาดหูบาดตาบางท่านอยู่ด้วย   ซึ่งผมขออภัยไว้ในโอกาสนี้ 


          เจตนาของการแสดงความเห็นต่างๆ ของผม เป็นเจตนาสร้างสรรค์   ต้องการผลดีต่อสังคมหรือบ้านเมือง   ต้องการผล win – win   ดังนั้น ผมจึงไม่ปฏิเสธการทำงานร่วมมือกับหน่วยงานหรือกลุ่มคนที่ผมค่อนข้างระอา    ที่ผมตำหนิว่าอยู่ภายใต้มิจฉาทิฐิ  


          ที่จริงผมกับท่านที่อยู่ในหน่วยงานที่ผมตำหนิ ก็เป็นเพื่อนร่วมสังคมเดียวกัน   ร่วมมายาคติ  ร่วมความเขลา ด้วยกัน    เพียงแต่เรามีดีกรีความรุนแรงของกิเลสแตกต่างกัน    หรือแตกต่างกันในกรอบความคิด หรือกระบวนทัศน์


          ผมจึงไม่ถือตนเป็นศัตรู กับบุคคลหรือหน่วยงานที่ผมระอา    และยินดีร่วมมือ หรือรับใช้ ภายใต้เงื่อนไขที่ผมคิดว่าจะทำให้งานเดิน    ช่วงหลังๆ นี้ เมื่ออายุมากขึ้นผมพบว่าผมสามารถพูดตรงๆ เพื่อกระตุกสิ่งเบี้ยวให้ตรง    โดยคนเขาไม่ถือหรือไม่โกรธ


          ผมพบว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ ความร่วมมือเล็กๆ น้อยๆ ต่อบุคคลหรือหน่วยงานที่ผมเคยระอา ว่ามีกระบวนทัศน์ที่ผิด    ก็สามารถเปลี่ยนเส้นทางของเขา (บางส่วน) ให้กลายเป็นสัมมาทิฐิได้


          ผมจึงบอกตัวเอง ว่าผมเองแหละที่มีมิจฉาทิฐิ    คือไปตราว่าเขาเป็นบัวในตม   ที่จริงเขาเป็นบัวในน้ำ ที่ต้องการเวลาและกำลังใจ    ที่จะโผล่เหนือน้ำได้    ผมได้บทเรียนว่า ผมเป็นคนใจร้อน ต้องการผลเร็ว    คนอื่น หน่วยงานอื่นภายใต้เงื่อนไขที่ผมไม่เกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวไม่ถึง    เขามี speed คนละ speed กับผม    ผมจึงโชคดีที่เทวดาดลใจให้ถือคติ ร่วมมือดะ ช่วยดะ   ไม่ปฏิเสธความร่วมมือ แม้จะรู้สึกระอา


          ในที่สุดผมก็ได้กำไร ได้เรียนรู้    จากธรรมะที่ถือปฏิบัติ  ไมตรี เมตตา ขันตี


          ขอบันทึกว่า ผมได้คติประจำใจ “ช่วยดะ ร่วมมือดะ” นี้  จาก ศ. นพ. ร่มไทร สุวรรณิก  อาจารย์ของผมที่ศิริราช ผู้ล่วงลับ   ท่านติดป้ายไว้ที่ที่ทำงานของท่าน ซึ่งเป็นหน่วยรังสีไอโซโทป ว่า “รับไว้ ช่วยดะ”   และเมื่อผมเอาคาถาบทนี้ไปให้เพื่อนร่วมงานท่องและถือปฏิบัติ    ก็มีคนได้รับประโยชน์จากความสักดิ์สิทธิ์ของคาถานี้จำนวนมาก   ขอผลบุญนี้จงไปถึงท่านอาจารย์หมอร่มไทรในสัมปรายภพด้วยเทอญ

 

วิจารณ์ พานิช
๙ ก.ย. ๕๒