ตัวอย่างคดีปกครอง สรยุทธ์ฟ้อง อสมท.เรียกค่าเสียหาย 300 ล้าน เป็นคดีปกครอง ทนายคลายทุกข์โดยทีมงานคดีปกครองขอนำกฎหมายปกครองเกี่ยวกับการฟ้องร้องดำเนินคดีกับส่วนราชการ มานำเสนอในวันนี้ดังนี้ ท่านใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคดีปกครองสอบถามได้ที่ 081-912-5833 ,02-948-5700 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 คดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของศาลปกครอง มาตรา 9 ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้ (1) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการออกกฎ คำสั่งหรือการกระทำอื่นใดเนื่องจากกระทำโดยไม่มีอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่หรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือโดยไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอน หรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้สำหรับการกระทำนั้น หรือโดยไม่สุจริต หรือมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม หรือมีลักษณะเป็นการสร้างขั้นตอนโดยไม่จำเป็นหรือสร้างภาระให้เกิดกับประชาชนเกินสมควร หรือเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ (2) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร (3) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร (4) คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง (5) คดีที่มีกฎหมายกำหนดให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐฟ้องคดีต่อศาลเพื่อบังคับให้บุคคลต้องกระทำหรือละเว้นกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด (6) คดีพิพาทเกี่ยวกับเรื่องที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครอง เรื่องดังต่อไปนี้ไม่อยู่ในอำนาจศาลปกครอง (1) การดำเนินการเกี่ยวกับวินัยทหาร (2) การดำเนินการของคณะกรรมการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (3) คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลแรงงาน ศาลภาษีอากร ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ศาลล้มละลาย หรือศาลชำนัญพิเศษอื่น ผู้ที่มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง มาตรา 42 ผู้ใดได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้อันเนื่องจากการกระทำหรือการงดเว้นการกระทำของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง หรือกรณีอื่นใดที่อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครองตามมาตรา 9และการแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนหรือความเสียหายหรือยุติข้อโต้แย้งนั้นต้องมีคำบังคับตามที่กำหนดในมาตรา 72 ผู้ นั้นมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดขั้นตอนหรือวิธีการสำหรับการแก้ไขความเดือดร้อนหรือเสียหายในเรื่องใดไว้โดยเฉพาะ การฟ้องคดีปกครองในเรื่องนั้นจะกระทำได้ต่อเมื่อมีการดำเนินการตามขั้นตอนและวิธีการดังกล่าว และได้มีการสั่งการตามกฎหมายนั้น หรือมิได้มีการสั่งการภายในเวลาอันสมควรหรือภายในเวลาที่ กฎหมายนั้นกำหนด อายุความในการฟ้องคดี มาตรา 49 การฟ้องคดีปกครองจะต้องยื่นฟ้องภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี หรือนับแต่วันที่พ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องขอต่อหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อให้ปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดและไม่ได้รับหนังสือชี้แจงจากหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือได้รับแต่เป็นคำชี้แจงที่ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าไม่มีเหตุผล แล้วแต่กรณี เว้นแต่จะมีบทกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น มาตรา 51 การฟ้องคดีตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) หรือ (4) ให้ยื่นฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี แต่ไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่มีเหตุแห่งการฟ้องคดี มาตรา 52 การฟ้องคดีปกครองที่เกี่ยวกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ หรือสถานะของบุคคลจะยื่นฟ้องคดี เมื่อใดก็ได้ การฟ้องคดีปกครองที่ยื่นเมื่อพ้นกำหนดเวลาการฟ้องคดีแล้ว ถ้าศาลปกครองเห็นว่าคดีที่ยื่นฟ้องนั้นจะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมหรือมีเหตุจำเป็นอื่นโดยศาลเห็นเองหรือคู่กรณีมีคำขอศาลปกครองจะรับไว้พิจารณาก็ได้ การขอบรรเทาทุกข์ชั่วคราวในระหว่างดำเนินคดี มาตรา 66 ในกรณีที่ศาลปกครองเห็นสมควรกำหนดมาตรการหรือวิธีการใด ๆ เพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่คู่กรณีที่ เกี่ยวข้องเป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดี ไม่ว่าจะมีคำร้องขอจากบุคคลดังกล่าวหรือไม่ ให้ศาลปกครองมี อำนาจกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวและออกคำสั่งไปยังหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยว ข้องให้ปฏิบัติได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงความรับผิดชอบของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐและปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นแก่การบริหารงานของรัฐประกอบด้วย "อสมท"แจงผู้ถือหุ้นตั้งค่าเผื่อหนี้สูญไว้ 300 ล้าน รับมือ "สรยุทธ์-ไร่ส้ม"ฟ้องศาลเรียกค่าเสียหาย 249 ล้าน ส่วนเอ็นบีทีเจอดี"โกลเด้นโบล์"ยื่นโนติสถึง"สาทิตย์" จี้ยุติใช้โลโก้ใหม่ อ้างคล้ายกับโลโก้ของบริษัท เข้าข่ายละเมิดเครื่องหมายการค้า เมื่อวันที่ 24 เมษายน บมจ. อสมท จัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อรายงานผลดำเนินการ ระหว่างการประชุม นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ อัยการพิเศษฝ่ายสัญญาและหารือ สำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะกรรมการ บมจ. อสมท ได้ชี้แจงให้ผู้ถือหุ้นทราบว่า ขณะนี้บริษัท ไร่ส้ม จำกัดของนายสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง กล่าวหาว่า อสมท ใช้คำสั่งทางปกครองมิชอบ พร้อมเรียกค่าชดเชยเป็นจำนวนเงิน 249 ล้านบาท แยกเป็นการเรียกคืนเงินจากค่าส่วนลดที่ควรจะได้จาก อสมท ในสัดส่วน 30% จากเงินค่าโฆษณา 130 ล้านบาท ที่บริษัท ไร่ส้ม ส่งให้ อสมท ไป คิดเป็นเงิน 55 ล้านบาท และการเรียกคืนเงินจากการที่ อสมท โฆษณาเกินเวลาตามที่ตกลงไว้กับบริษัท เป็นจำนวนเงินอีก 195 ล้านบาท นายสมบูรณ์กล่าวแสดงความมั่นใจว่า คดีนี้คงไม่มีปัญหา เพราะ อสมท ได้ดำเนินคดีบริษัทไร่ส้มไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยยื่นฟ้องผู้เกี่ยวข้องทางแพ่งและอาญา แต่ อสมท ตั้งค่าเผื่อหนี้สูญไว้กว่า 300 ล้านบาท เนื่องจากมีคดีฟ้องร้องในศาลหลายคดี โดยคดีของบริษัทไร่ส้มเป็นยอดเงินที่สูงที่สุด ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การประชุมครั้งนี้ผู้ถือหุ้นยังได้ลงมติให้นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลาม, นายญาณศักดิ์ มโนมัยพิบูลย์ กรรมการบริหาร บล.บัวหลวง, นางดารณี เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาร์เก็ตไวส์ และนางมัทนา เหลืองนาคทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เครือซิเมนต์ไทย เป็นกรรมการบริหารคนใหม่แทนกรรมการเดิมที่ครบวาระและลาออกไป ส่วนกรรมการที่ขาดอยู่อีก 1 คนนั้น เป็นตำแหน่งของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ขณะนี้การสรรหายังไม่แล้วเสร็จ ด้านนางอรัญรัตน์ อยู่คง รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า คาดว่าจะสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ได้ภายใน 2 เดือน หรือราวเดือนมิถุนายนนี้ ที่มา: http://www.decha.com/main/showTopic.php?id=3981 โดย น.ส. จิรัฐิพร สังข์โชติ เลขที่ 4 รปศ. 501
ก็ดีน่ะอยู่คนเดียวเหรอ