ความเห็นต่อไปนี้เสนอใน creative mode คือไม่รับรองว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่ที่รับรองคือถ้าจะนำไปใช้จริงๆ ต้องมีการปรับปรุงอีกมาก
ระบบอุดมศึกษาไทย ต้องการการพัฒนาระบบการเรียนการสอน ต้องการอาจารย์ที่เอาใจใส่ด้านการเรียนการสอนลูกศิษย์ และทำงานวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ เป็นเอตะทัคคะด้านการเรียนรู้ในศาสตร์นั้นๆ หรือสาขาวิชา หรือวิชาชีพนั้นๆ
เราต้องการยกย่องอาจารย์ที่เอาใจใส่การ inspire ลูกศิษย์ มีวิธีตั้งคำถามที่ท้าทายลูกศิษย์ มีวิธีทำให้การเรียนวิชา/สาขา นั้นๆ เรียนสนุก และเกิดการเรียนรู้ที่ลึก มีวิธีทำให้ นศ. ที่เบื่อเรียน กลับสนุกกับการเรียน มีวิธีทำให้ นศ. ที่เกเร หรือประพฤติชั่ว กลับเนื้อกลับตัวกลับใจเป็นคนดี มีวิธี ฯลฯ วิธีการ (ความรู้) เหล่านี้เมื่อทำให้เป็นระบบ มีความแม่นยำน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง ให้เอาไปใช้ต่อได้ หรือเอาไปทดลองต่อได้ ก็น่าจะถือเป็น “ผลงานทางวิชาการ” ที่นำไปใช้เป็นหลักฐานเข้าสู่ตำแหน่ง ผศ. รศ. ศ. ได้
เราต้องการกติกาเรื่องตำแหน่งทางวิชาการที่ใจกว้างกว่าที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เพื่อทำให้ระบบอุดมศึกษามี “คุณภาพที่มีดุลยภาพ”
เรื่องนี้พูดกันมากว่า ๒๐ ปี แต่ไม่เกิดผลเป็นรูปธรรม
ผมจึงลองเสนอวิธีสร้างสายผลงานวิชาการสายใหม่ คือสายการเรียนการสอน โดยใช้วิธีการ R&D ผสม KM
วิธีการคือจัดทีมวิจัย (และพัฒนา) ขึ้น ๑ ทีม ที่เป็นคนเอาใจใส่ด้านการเรียนการสอน และมีคนในทีมที่มีความรู้ด้านเทคนิคการเรียนรู้และการวัดผลการเรียนรู้อยู่ในทีมด้วย เป็นทีม “หาศาสตราจารย์ด้านการเรียนการสอน” สำหรับสร้างเกณฑ์ประเมินคุณภาพผลงานวิชาการด้านพัฒนาการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ ดังนั้นเป้าหมายสุดท้ายของทีมนี้คือ ยกร่างเกณฑ์คุณภาพผลงานวิชาการด้านพัฒนาการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้ สำหรับเอาไปเสนอต่อทีมที่ ๒ คือทีมผู้ทรงคุณวุฒิ หรือ Review Panel ว่าเกณฑ์ที่ยกร่างขึ้นเหมาะสมที่จะใช้หรือไม่ ควรมีการปรับปรุงที่ใดบ้าง
ที่แปลกใหม่คือ จะเป็นการทำงานยกร่างเกณฑ์จากข้อมูลจริง ผสมกับความรู้เชิงทฤษฎี ไม่ใช่ยกร่างจากทฤษฎีล้วนๆ หรือลอกของต่างประเทศ เป็นการสร้างเกณฑ์จากความเป็นจริงในสังคมไทย
ทีมยกร่างทำหน้าที่ไปหาตัวอาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่น่าจะมีผลงานด้านปฏิบัติจริง และด้านการเผยแพร่วิธีการออกมาเป็นผลงานวิชาการ อยู่ในข่ายที่น่าจะเข้าสู่ตำแหน่ง ศ. หรือ รศ. หรือ ผศ. ด้านการเรียนการสอนได้ รวบรวมผลงานของท่านมาจำแนกแยกกลุ่มแยกระดับของผลงานวิชาการ โดยใช้ความรู้เชิงทฤษฎีด้านการเรียนรู้เป็นเครื่องช่วย แล้วจึงสังเคราะห์ออกมาเป็นข้อเสนอยกร่างเกณฑ์ระดับคุณภาพของผลงานวิชาการด้านการเรียนการสอน จำแนกออกมาเป็นเกณฑ์ระดับ ผศ., รศ., และ ศ.
โดยอาจใช้วิธีการประชุมระดมความคิดกับผู้ทรงคุณวุฒิกลุ่มใหญ่หน่อยก็ได้ แล้วนำเสนอต่อทีมที่ ๒
ทีมที่ ๒ มีหน้าที่ทำให้เกณฑ์นี้ใช้ได้ แล้ว สกอ. เอาไปทำให้กลายเป็นระเบียบที่มหาวิทยาลัยต่างๆ เอาไปใช้ได้
ข้อพึงระวังคือ โครงการนี้ต้องไม่มีวาระแอบแฝงเพื่อผลักดันตำแหน่งวิชาการให้แก่ใครทั้งสิ้น และเมื่อได้เกณฑ์ออกมาแล้ว ก็เป็นอิสระของแต่ละมหาวิทยาลัยจะเอาไปปรับใช้ โดย สกอ. จัด workshop วิธีปฏิบัติในการพิจารณาคุณภาพของผลงานวิชาการแนวการเรียนการสอนให้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติอยู่ในข่ายจะเป็น reader ของผลงานวิชาการ
วิจารณ์ พานิช
๓ ก.ย. ๕๒