ทำใจ และยอมรับกับความจริง ตระหนักถึงบทบาท ปล่อยวาง และเป็นจิตรกรตัวยง
เมื่อวันที่ 13 - 15 สิงหาคม 2552 มีโอกาสไปอบรม เรื่่อง หลักสูตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้แก่เจ้าหน้าที่สำนักงาน ณ จังหวัดเชียงใหม่ ตอนแรก ผมไม่ได้อยากไปอบรมแนวนี้หลอกครับ 55+ เพราะผมชอบแนว กร๊าฟฟิค หรือออกแบบ ถ่ายภาพ เพราะจะได้เอาปรับใช้กับงาน ปัจจุบันงานระบบราชการค่อนข้างห่วยนะครับ เวลานำเสนอ ก็เจอแต่พาเวอร์พ้อยแบบง่อยยย กัน เก่าๆๆ แก่ๆๆ 555+ ไม่เจ๋งเลย ผมเลยอยากไปอบรม พวก flashplayer โปแกรมตัดต่อ อะไรแบบนั้น ผมว่าเวลามีคนมาดูงาน มันเจ๋งดี เพราะระบบงานของเราก็ค่อนข้างเทพพอดตัว *-*
ครับผมลากพี่เจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ไปด้วยแหระ เรื่องของเรื่อง คือผมไม่กล้านอนคนเดียวกลัวผีนะครับ และหาโอกาสไปพักผ่อนด้วย นอกจากนั้นยังมีข้อกำหนดของทาง สนง. เลขาว่าต้องมีบุคลากรไปอบรมอยางน้อง 1 ครั้ง ได้การอบรมที่กล่าวข้างต้นที่ผมอยากไปนะ มันมีแต่ที่ กทม. หมดเลยครับ แต่ผมไม่อยากไปเพราะ 1 ผมกลัวหลง 2 ค่าใช้จ่ายแพงมาก ได้เบี้ยเลี้ย 210 บาท แถมหักข้าวกลางวัน เนื่องจากระเบียบการอบรมมีข้าวเลี้ยง แม่เจ้าครับ 210 อยู่ กทม. 555+ กินไรกานดีละ ผมเลยเลือกไปที่ ชม. แทนครับ มันก็มีหัวข้อที่ว่าเท่านั้นเอง เลยต้องไปอบรม
แน่นนอนครับเป็นครั้งแรกที่ผมออกจากรังแบบไปต่างจังหวัดคนเดียว เพราะพี่เจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์เขาไปรออยู่ที่ ชม. ก่อนไปประมาณ 2 - 3 อาทิตย์ ผมได้ถามพี่ที่ สนง. หลายคนว่า จะไปแบบไหนดี รถเมย์ หรือรถไฟ ทุกคนลงมติว่า รถทัวร์ เร็วสุด และมีทุกชั่วโมง ดังนั้นผมนั้งรถเมย์สาย 12 ไปจาก ม.นเรศวร เพื่อไปลงศูนย์ขนส่งในตัวเมือง พิษณุโลก แล้วกะว่างจะไปถามเขาว่ารถทัวร์ไปเชียงใหม่ ซื้อตรงไหน กี่โมง ประมาณนั้น พอไปถึงโชคดีครับเจอน้องนิสิตที่บ้านอยู่เพชรบูรณ มันบอกว่าพี่ซื้อตั๋วรถ ไปเชียงใหม่ สายเก่า ไปเร็วกว่า ผมก็ถามว่า แล้วสายเก่า- สายใหม่ ต่างกันแบบไหน มันตอบผมว่า สายเก่าเขาไม่ค่อยจอดหลอกวิ่งตรงอย่างเดียวทางมันไม่ดี คนไม่ค่อยมีขึ้น มันเปลี่ยว แต่สายใหม่ทางใหญ่รถเยอะ ขับช้า ตำรวจเยอะ ตรวจความเร็ว เข้าเมืองบ่ายรถติด มันถามผมว่า แล้วพี่คิดว่าจริงไหม ผมนึกในใจ เออจริงของมัน เอาซื้อเลยตั๋วรถสายเก่า (สายเก่าคือ เส้นสุโขทัย ตาก ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่) และแล้วผมก็ขึ้นรถสายเก่า
สุดยอดครับขึ้นรถตอน 11.30 น. นับเวลาล้อหมุนนะครับ ถึงเชียงใหม่ 18.30 เป็นเวลากว่า 7 ชั่วโมง รถมันจอดทุกจังหวัด จอดรับคนข้างทาง หลุมเพียบ 55+ ผมจะลงไปเข้าห้องน้ำครับ ปวดแบบสุดๆ กระเป๋ารถบอกผมว่า อย่านานนะ เราต้องการทำเวลา ผมก็รีบครับ เสร็จแล้วผมรีบขึ้นรถเลย แต่พอมาที่รถ รถก็ยังไม่ออก เพราะอะไรรู้ไหมครับ คนขับกำลังส่องพระเครื่อง (แล้วบอกให้รีบจะทำเวลา อยากจะตบให้กระโหลกแตกไอ้เราก็รีบ) ใครจะไปเชียงใหม่ ดูกรณีผมนะครับ อย่าเด็ดขาด รถสายเก่า

และแล้วผมก็มาถึงอย่างปลอดภัย คืนก่อนวันอบรม ผมได้พูดคุยกันกับพี่เจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ว่า มันจะน่าเบื่อไหม ถ้าไม่งั้นเราฟังๆ หลับๆๆ เดี๋ยวก็เสร็จมั้งพี่ ดูสาวๆ อะไรประมาณนั้น พี่เจ้าหน้าที่คอมฯ บอกว่าผมว่า จะมีสาวๆ เหรอวะ อบรมแบบนี้มีแต่ จนท. แก่ๆๆ แน่นนน นอน 55555+ 40 up ผมนึกภาพบรรยากาศคุณป้า แก่ๆๆ นั้งอบรม โดยมีวิทยากร แก่ๆๆ บรรยาย โอ้ย กำและชีวิต แต่ผิดคาดครับ เช้าวันอบรมตอนทานอาหารเช้า และลงทะเบียน แม่เจ้า เจ้าหน้าที่สาวๆ สวยทั้งนั้นเลย "ไม่เกี่ยวอะไรกับการไปอบรม" แต่ที่ผมบอกสาวๆ มันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้บรรยากาศในการอบรมน่าสนใจ มันเป็นสภาพแวดล้อมทางกายภาพดีๆ นะครับ กลับมาเรื่องการอบรมต่อ สาวๆ มาลงทะเบียนเต็มเลย มีคนแก่ไม่กี่คน แต่สาวๆ สวยๆ ลงทะเบียนเสร็จเลี้ยวขวาเข้าห้องอบรม 1 และพวกป้าๆ ลงทะเบียนเสร็จเลี้ยวซ้าย ห้องอบรม 2 ทายสิครับผมเลี้ยวห้องไหม ?...... ถูกครับผมเลี้ยวซ้ายครับ นรกขภูมิชัดๆ 55+ มีแต่ป้าเต็มห้อง มีผมหนุ่มสุด บรรยากาศในห้องครับไม่มีโต๊ะ มีแต่เก้าอี้ครับ ผมกระซิบกับพี่ จนท. คอมว่า เอาแล้วเขาให้ทำกิจกรรมละลายพฤติกรรมชั่ว พี่เตรียมเลือกป้าๆ ได้เลย ว่าจะรู้จักใคร 55+ เป็นดังคาดเมื่อวิทยากรเดินทางมาถึง อายุทั้ง 2 ท่านรวมกันประมาณ 120 ปี หรืออาจมากกว่านั้น แล้วท่านก็กล่าวคำทักทาย และให้แบ่งกลุ่มจริงๆ ด้วย ฮาาาถ้าซื้อหวยผมถูกไปแล้ว การอบรมก็เป็นเชิงบรรยายแนะนำตัว และละลายพฤติกรรมผ่านเกมต่างๆ ครับเหมือนจะไม่มีอะไร แต่สนุกมากครับ วิทยากรท่านฮาแบบมีสาระ ผมชอบตอนท่านท่านในหัวข้อการอบรมข้อหนึ่งครับ หัวข้อมันบอกว่า จงบอกสิ่งที่ตนเองพึงพอใจ และไม่พึงพอใจ ที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งมีน้องผู้ชายอยู่คนหนึ่งครับ งงใช้ไหมครับว่ามีน้องผู้ชายที่เด็กกว่าผมได้ไง ในเมื่อผมบอกว่าผมเด็กสุด ก็ตอนแรกผมไม่คิดว่าเขาเป็นน้องครับหน้ามันแก่มากผมแทบจะยกมือไหว้มันอยู่แล้ว 555+ น้องคนนี้ผมขอเลี้ยงเขาว่าเจ้าเชื่อยครับ เขาเนิบๆๆ ค่อยพูด ค่อยๆ ทำ งุ่มๆๆ ง่้ามๆๆ แบบหอยทากนะครับ ผมชอบตอนที่เขาตอบวิทยากรครับ เขาตอบว่าจุดเด่นหรือข้อดีในตัวเขาคือ ไปทำงาน ข้อเสียคือ ผมเป็นคนขี้เกียจ สุดยอดครับคนแบบนี้น่าคบหามาก เพราะผมคิดว่าในสังคมสมัยนี้จะมีสักกี่คนที่กล้าที่จะพูดขนาดนี้ เขาบอกเขาพยามแก้อยู่แต่แก้ไม่หาย ซักที ซึ่งเทียบกับพี่ๆ หลายๆ คนที่เขาได้แต่บอกว่า เป็นคนเสียละ ทำงานไม่เคยกลับบ้านต่ำกว่า 5 โมงเย็นเลย 6 โมงกว่าๆๆ ตลอด พอเขาเข้ามาถามผมผมก็ตอบพร้อมขำนิดๆ ว่าพวกผมกลับกันกี่โมง งานที่คณะนิติ มน. คงสบายอยู่กับเด็กๆ ผมตอบไปว่า ผมกลับช้าที่สุดก็เช้า หรือไม่ก็ทำงาน 2 วัน 2 คืนติดๆ พักไม่กี่ชั่วโมง เวลามีโครงการเข้า จนกระทั้งอาจารย์วิทยากร เล่าเรื่องหนึ่งให้ฟังว่า " มีชายคนหนึ่งชื่อ จอน ชายคนนี้เป็นพนักดีมาก มีความรับผิดชอบ เขาชอบนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงาน ซึ่งในขณะที่ทุกคนเลิกงานกันหมดแล้ว เมื่อแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดทีไรก็จะเจอจอนนั่งทำงานอยู่หน้าคอมตลอด หลังๆ มาก็เป็นเรื่องปกติที่จอน จะนั่งทำงานคนเดียวในสำนักงาน จนแม่บ้านกลับ กระทั้งคืนวันหนึ่ง แม่บานก็เข้าไปทำความสะอาดห้องจอน ตามปกติก็เห็นจอนนั่งอยู่ ก็คิดว่าเป็นประจำทุกวัน เลยไม่อยากไปลบกวน แต่เห็นว่า เสื้อจอนเปื้อนสีแดงที่ไหล่ แต่ก็คิดในใจว่าเดี๋ยวคืนนี้จอนคงกลับบ้าน แม่บ้านก็กลับบ้านตามปกติ พอตอนแม่บ้านก็มาเปิด สนง. ตามปกติ ก็พบว่าจอนยังนั่งทำงานอยู่หน้าคอม และใส่เสื้อตัวเดิม แม่บ้านก็จะแซวจอนว่าทำงานหนักเกินไปป่าวคะ ไม่กับบ้านไปอาบน้ำเลย ระวังเน่านะ แต่เมื่อแม่บ้านไปก็เห็นจอนหลับตาอยู่ ก็เลยไม่อยากกวน จนกระทั่้งตกเย็นก็ยังเห็นจอนนอนอยู่จึงเข้าไปจับตัวจอนหวังให้จอน ได้กลับไปพักผ่อนที่บ้าน เท่านั้นเอง แม่บ้านก็ทราบว่าจอนได้เสียชีวิตไปเสียแล้ว พอผู้บริหารทราบข่าว ก็จัดงานศพให้จอน อย่างสมเกียรติ และให้รางวัลพนักงานดีเด่นแก่จอน และวิทยากรได้เล่าอีกเรื่องหนึ่งให้ผมฟัง ว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูแลรักษาสุขภาพของตนเองไว้ได้ดีมาก และเขาได้จบชีวิตลงด้วยวัยอันไม่สมควร แต่ว่าเขาได้ทำเรื่องบริจาคอวัยวะ ให้แก่โรงพยาบาล ทั้งตับ หัวใจ ไต และอื่นๆที่ใช้ได้ ร่างของหญิงผู้นั้น สามารถต่อชีวิตคนที่ มาพัฒนาสังคม และประเทศชาติของเขาได้อีกนับ 10 คน วิทยากรเลยถามผมว่า การให้ ต้องดูว่าเราทำไปแล้วได้อะไรตอบแทน ทำใจ และยอมรับกับความจริง ตระหนักถึงบทบาท ปล่อยวาง และเป็นจิตรกรตัวยงในการบริหารชีวิตให้สมดุล ทุกอย่างสร้างด้วยมือเรา
ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นเลยสิค่ะ ถ้าไงเขียนอีกนะค่ะจะเข้ามาติดตามค่ะ
อ่านนิดๆๆ จิตแจ่มใส่