นำเสนอโดย รศ. ดร. ฉัตรนภา พรหมมา ในชื่อว่า “การพัฒนาระบบบริหารจัดการคุณภาพงานวิจัยแบบบูรณาการเพื่อท้องถิ่น” ผมได้เห็นวิธีการสร้างตัว สร้างองค์กร ให้มีพลังหรือ “สินทรัพย์ทางปัญญา” (intellectual capital) เพื่อการทำงานเป็นเนื้อเดียวกันกับการเปลี่ยนแปลงที่เป็นพลวัตของท้องถิ่นอย่างน่าชื่นชม
คำเล่าของ อ. ฉัตรนภา ว่าต้นทุนสำหรับการทำงานนี้เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ เมื่อ สกว. ให้ทุนทำวิจัยประเมินสถานภาพองค์ความรู้เกี่ยวกับจังหวัดอุตรดิตถ์ ทำให้มีประสบการณ์มาทำงานกับ อบต. โดยเริ่มต้นที่การประเมินสถานภาพตำบลซึ่งง่ายกว่ามาก ทำให้ผมระลึกชาติกลับไปนึกถึงเหตุการณ์เมื่อ ๑๒ ปีก่อน ที่ สกว. เริ่มต้นชักชวน สรภ. (สมัยนั้นยังไม่เป็นมหาวิทยาลัย) มาทำวิจัยเพื่อท้องถิ่น เริ่มด้วยการทำความรู้จักจังหวัดของตนก่อน
ผมขอบันทึกความประทับใจ ต่อการทำงานกับ อจ. มรภ. จำนวนหนึ่งในช่วงนั้น ว่าส่วนใหญ่มาแบบคิดว่าจะได้รับการอุปถัมภ์ให้ทุน โดยไม่ได้ตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง เพราะว่าเมื่อมาคุยกับเจ้าหน้าที่ สกว. ในช่วงนั้นก็พัฒนาความสัมพันธ์แบบเกื้อกูลกันโดยไม่คิดถึงคุณภาพงาน
เมื่อเรื่องมาถึงผม ซึ่งเป็นทั้ง ผอ. สกว. และ รักษาการ ผอ. ฝ่าย ๑ ที่ดูแลงานวิจัย สรภ. ชุดนี้ ผมก็เอาเกณฑ์คุณภาพมาจัดการแยกแยะความก้าวหน้าในการทำงาน กว่าครึ่งทำงานแบบไม่รับผิดชอบ ไม่มีคุณภาพ ผมก็ยกเลิกไม่ให้ทุนต่อ ทำให้เจ้าหน้าที่ สกว. คนนั้นทักท้วงว่าเขารับปากไว้แล้วว่าจะให้ทุน ถ้าไม่ให้เขาจะเสียหน้า ซึ่งผมก็ไม่ยอม และเข้าใจว่าหลังจากนั้นผมจะโดนป้ายสีหลายเรื่องผ่านทางการสื่อสารหลายทาง แต่ผลจำรายละเอียดไม่ได้เสียแล้วเพราะความจำไม่ดี
แต่กรณีของ ดร. ฉัตรนภา ตรงกันข้าม ท่านทำงานแบบโชว์ผลงาน ไม่ใช่หวังการช่วยเหลือหรืออุปถัมภ์ ผมประทับใจในความตั้งใจทำงานอย่างประณีต และเรียนรู้วิธีการทำงานวิจัยและจัดการงานวิจัยอย่างรวดเร็ว ท่านจึงกลายเป็นแม่เหล็ก ดึงดูดทุนวิจัยสู่ สรภ. อุตรดิตถ์ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็น มรภ. อุตรดิตถ์ มากมาย
ผมนึกไม่ถึงว่าชุดโครงการวิจัย สรภ. เมื่อปี ๒๕๔๐ จะเป็นต้นทุนด้านการเรียนรู้วิธีจัดการงานวิจัยให้แก่กลุ่ม มรภ. ถึงเพียงนี้
โปรดดูในภาพประกอบ จะเห็นว่าระบบบริหารจัดการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นของ มรภ. อุตรดิตถ์ มีความซับซ้อนและมีกลไกเรียนรู้เชิงระบบบูรณาการอยู่
ภาพที่ผมประทับใจที่สุดคือการใช้ทุนวิจัยจาก สสส. จำนวน ๑๘ ล้านบาทใน ๓ ปี ทำงานสร้างเสริมสุขภาวะในพื้นที่ร่วมกับ อบต. โดยมีการมอบหมายให้แต่ละคณะรับผิดชอบ อบต. จำนวนอย่างน้อย ๓ อบต. ทำงานพัฒนาสุขภาวะอย่างเป็นองค์รวมร่วมกัน โดยมีทีมจัดการกลางไปเยี่ยมหน่วยจัดการงานวิจัยของคณะขณะทำงาน เท่ากับเป็นการงอกทักษะในการทำงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่จากการลงมือปฏิบัติจริง
ดร. ฉัตรนภา บอกว่า มีการจัดการงานวิจัยทั้งที่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยมีคู่มือการบริหารจัดการคุณภาพงานวิจัยแบบบูรณาการเพื่อท้องถิ่น
จากที่ฟังการนำเสนอ ผมคิดว่า มรภ. อุตรดิตถ์ มีระบบการจัดการงานวิจัยที่เป็นระบบทั้งมหาวิทยาลัย และเป็นระบบการจัดการงานวิจัยเพื่อการทำงานวิจัยและพัฒนาท้องถิ่นที่ unique น่าชื่นชมมาก หวังว่าทักษะนี้จะซึมซับไปทั่วองค์กรจนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรในที่สุด ประเทศไทยก็จะได้มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น ที่มีทักษะในการทำงานเพื่อท้องถิ่นจริงๆ
วิจารณ์ พานิช
๘ ก.ย. ๕๒

รศ[1]. ดร. ฉัตรนภา พรหมมา คนสวมเสื้อสีขาว

สไลด์สรุประบบจัดการคุณภาพงานวิจัยของ มรภ[1]. อุตรดิตถ์
ผมกำลังศึกษาระบบบริหารจัดการงานวิจัยของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย เพื่อร่างรูปแบบ ระบบบริหารจัดการงานวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาครับ ความเห็นของท่านอาจารย์เป็นประโยชน์มากเลยครับ ขอบคุณมากครับ