เพลงฮิตกับเพลงที่สวยงามไม่เหมือนกัน

วีรบุรุษในกองขยะ

 http://www.carabao2524.com/board/show.php?ques_no=4167

 

ห้องเรียนที่มีคาราบาวเป็นครูกลับมาอีกครั้ง  คราวนี้ไปสร้างห้องเรียนกันในวงแอลกอฮอล์  ด้วยเหตุจากฤทธิ์ไวน์แดง 4 ขวดใหญ่กับเพื่อนพ้องน้องพี่อีกหลายคน  เมื่อคืนวาน มีบทสนทนาสั้น ๆ แต่เป็นการ “จุดประกาย” ให้ความคิดกลับมาบ้าบออีกครั้ง

ตีสองถึงบ้าน  ตีสามยังไม่นอน ตีสี่พิมพ์งาน ตรวจทานอีกทีในอีก 12 ชั่วโมงต่อมา

ตีสาม..

ผมหยิบหนังสือที่มีภาพ “โมนาลิซ่า” มานั่งพิจารณา  หาความสวยงามอย่างที่คนทั่วโลกยกย่อง ผมผ่านตาภาพหญิงสาวที่ยิ้มแบบมีเลศนัย (อย่างที่เขาว่า) มาตั้งแต่สมัยเรียน  แต่หญิงสาวในรูปนี้ก็ไม่ต้องรสนิยมส่วนตัวมากนัก สำหรับผมโมนาลิซ่านอกจากไม่ใช่ผู้หญิงสวยแล้ว  ยังดูแปลก ๆ  เพราะผมมองว่าโมนาลิซ่ามีเค้าโครงของใบหน้าและรายละเอียดต่าง ๆ  ของลีโอนาร์โด ดาวินชีผู้ให้กำเนิดเธอด้วยซ้ำ  แต่เราเชื่อกันต่อ ๆ มาว่าโมนาลิซ่า “สวย” และความเชื่อนี้ก็ถูกส่งต่อมานานหลายร้อยปี

ผมปิดหนังสือเล่มนั้นและเก็บมันกลับขึ้นชั้น  ย้อนกลับไปคิดถึงประโยคที่ผมมักใช้บอกกับนักศึกษาอยู่บ่อย ๆ ว่า

“ภาพที่สวยที่สุดยังไม่มีใครเคยได้เห็นเพลงที่เพราะที่สุดยังไม่มีใครเคยได้ฟัง”

อาจจะเป็นตรรกะเดียวกันที่ผมไม่เชื่อว่าโมนาลิซ่าสวยนั่นเอง  ผมถึงสรุปแบบกำปั้นทุบดินดัง “โบ๊ะ” ว่า

โมนาลิซ่าก็แค่ภาพฮิต......เพลงเมดอินไทยแลนด์ก็เป็นเพลงฮิต เช่นกัน...

หลายปีที่ผ่านมาผมมีคำถามค้างคาในใจหลายคำถาม  คำถามเดียวที่ผมไม่ค่อยเชื่อในคำตอบของนักดนตรี    คาราบาว คือ “ไม่เบื่อ” จากคำถาม....

“เบื่อมั้ย ? ที่ต้องเล่นเพลงเดิมซ้ำ ๆ กันเป็นสิบปี”

ก็ขนาดคนฟังที่ไม่ได้ฟังทุกวันยังเบื่อเลย....(ความรู้สึกเบื่อที่ได้รับจากความจำเจนี้มีศัพท์เฉพาะเรียกว่า

Cliché Song)  

 

 

 

ความตื่นเต้นที่ติดตามฟังคาราบาวทั้งเวทีเล็กเวทีใหญ่  บัตร 50 บาท หรือ 2000 บาทก็ไม่ต่างกัน  คือ ตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศรอบข้างบวกกับเพลงที่อินโทรคำรามขึ้นมา  แค่ห้าเพลงแรก

......สัญญาหน้าฝน......แร้งคอย......รักทรหด.....เจ้าตาก.....เมดอินไทยแลนด์  (สองชั่วโมงยาวไป) ......จนถึง......บัวลอย  จบการแสดง

(เปาะ แปะ  ๆ ๆ ๆ ๆ ....เพราะเริ่มเมากันแล้ว)

คนฟังมีความสุขสนุกสนานที่ได้เต้นรำตามทำนองที่ร่ายเรียงบนเวที  พวกเขาฟังเพลงคาราบาวที่ฮิตติดหู  หรือเข้าไปเสพสุนทรียรสของดนตรีที่ถูกรสนิยมกันแน่ ? 

จริงอยู่...ที่ความหายของเพลงเพราะของแต่ละคนอาจไม่ใช่เพลงเดียวกัน  แต่เคยสักครั้งหรือไม่ ? ที่บนเวทีการแสดงในค่ำคืนนั้นจะมีเพลง “ของเรา” สักเพลง  “...เสียงขลุ่ยกลืนกลบ ลบสำเนียงรอบกาย แสงจันทร์กระจายโอบพื้นเดียวกัน...” (ฟังเพลงนี้จากการรื้อเทปในลังเก่า)

“...ยามนี้ฟ้ามืดมน ลมฝนเทกระหน่ำ ต่างตอกย้ำฤดูกาลที่ผ่านเวียน...”  (ซีดีมือสองที่แอบจิ๊กมาจากเพื่อนนักข่าวบันเทิง)

“...คืนเหน็บหนาวมักมีเรื่องราวให้เล่าสู่ ใครอยากรู้กระเถิบเข้ามา...” (เอ็มพีสามที่ไร้ท์เองกับมือ)

โมนาลิซ่าเป็นภาพที่มีมูลค่าสูง  แต่ก็เป็นมูลค่าที่มนุษย์เป็นผู้ตั้งกรอบราคาขึ้นมา  เป็นภาพฮิตระดับโลกจากฝีมือจิตรกรนามอุโฆษ  เมดอินไทยแลนด์ เป็นเพลงที่มีคุณค่าในบริบทสังคม ณ ช่วงเวลานั้น  เป็นคุณค่า (ทางใจ) ที่ประเมินราคาไม่ได้  สร้างสรรค์โดยคาราบาวศิลปินเพลงเพื่อชีวิตที่กำลังจะเป็นตำนานระดับโลก

เหมือนกันตรงที่เป็น “สาร” ที่ฮิตติดอันดับ  และเหมือนกันตรงที่เป็น Cliché ในทัศนะส่วนตัว..

แล้วภาพสวยสำหรับผม คือ ภาพอะไร ?  ยังจำภาพเขียนภาพแรกของตัวเองกันได้มั้ย ?  ดินสอที่ลากอย่างไม่มั่นใจเป็นภูเขาสองลูก เติมเส้นโค้งระหว่งเขากลายเป็นดวงอาทิตย์ครึ่งดวง  แต่งลายเส้นขยุกขยุยเป็นลายพลิ้วไหวของทะเล เติมจินตนาการของภาพนั้นให้เต็มอิ่มในความรู้สึกด้วยเรือใบลำเล็ก ๆ และนกหนึ่งฝูงใกล้ ๆ ภูเขา 

ระบายสีน้ำตาล  สีแดง สีฟ้า  ให้แจ่มจัดแจ๋ที่สุดเท่าที่จะทำได้  ลองกลับไปเขียนดูสิครับ.....จะอมยิ้มไม่รู้สึกตัว

นั่นต่างหากภาพที่สวยที่สุด  เพราะมันเป็นภาพที่สร้างขึ้นมาจากจิตใจทั้ง ๆ สมัยนั้นเรายังไม่เคยเห็นทะเลด้วยซ้ำ..

คาราบาวมีเพลงฮิตบนเวที....แต่ก็มีเพลงสวย ๆ ที่นอนนิ่งเป็นวีรบุรุษในกองขยะอยู่ตั้งหลายเพลง

                “พี่ ๆ คาราบาวจะไม่เล่นให้ฟังกันบ้างหรือ ?”

 

ตีสามครึ่ง

ผมหยิบเพลงที่สวย ๆ ตามความรู้สึกมาไล่ฟังทีละเพลง  เป็นความคลาสสิคที่ไม่มีโอกาสได้เห็นบนเวที  บางเพลงเท่ห์จนเกือบถ่อย (เพลงหำเฮี้ยน) บางเพลงน่าตื่นเต้นจนเกือบหวือหวา (เพลงวอลซ์ทบ.)  บางเพลงเรียบง่ายจนเกือบสามานย์ (ถึกควายถุยภาค 9) บางเพลงก็หลักแหลมคมคิดจนเกือบเจ้าเล่ห์ (ในนามแห่งความรัก)

สำหรับแฟนเพลงคาราบาวที่ตามผลงานมาเกิน 10 ปี...การนั่งฟังเพลงคาราบาวอย่างสงบ  อาจไม่ใช่ภาพที่นักดนตรีคุ้นชิน  จนอาจพลั้งคิดไปว่า “คนดูไม่สนุก” แต่การนั่งฟังอย่างสงบนั่นต่างหาก (สำหรับเรา) คืออาการที่ฟังเพื่อให้เกิดปัญญาจากการค่อยเสพเนื้อในงาน

ตีสี่กว่าแล้ว

ความเงียบทำหน้าที่อย่างสงัดยิ่งกว่าเดิม  ฝันเห็นคาราบาวในแบบเรียบง่าย  แบบที่คนดูและคนเล่นเห็นหัวใจของกันและกัน  ในสถานที่เล็ก ๆ คนดูพอประมาณ เล่นบางเพลงที่สวย งดงาม ให้ทั้งสองฝ่ายล่องลอยอยู่ในความเงียบท่ามกลางเสียงอึกทึกของดนตรี

“....ฟ้าที่ขาดดาวไม่อาจพราวรัศนมีส่อง ค่ำคืนไหนฟ้าหน้ามองคนหน้าใส....”

สมองทำงานช้า เปลือกตาถูกข่มเหงจากความง่วงงงงัน  ความคิดสุดท้ายเข้ามาทันเวลาพอดี 

เพลงฮิตกับเพลงที่สวยงามไม่เหมือนกันเลย!!!!