ความประทับในการเข้าสัมมนาคอร์สลุยไฟ อับดับแรกเลยคือ
ประทับใจในตัวแอนโทนี่ ร็อบบินส์ เขาเป็นคนที่มีพลังจริง ๆ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเขา ไม่เคยแสดงอาการเหนื่อย ตลอดระยะเวลาที่เขาเป็นโค้ช อยู่บนเวที ทั้งวันจนถึงเที่ยงคืน (มีเสียงแหบนิดหน่วย เพราะวิธีการโค้ช ของเขา เขาใช้พลังเสียงมากจริง ๆ ) ประทับใจทีมงานของเขาที่มีความพร้อมเพรียงในการจักกิจกรรมบันเทิง เร้าใจแทรกระหว่างช่วงการเรียนในแต่ละหัวข้อ ไม่น่าเชื่อว่า ผู้ชายคนที่ประสบความสำเร็จระดับโลกคนนี้ เคยผ่านช่วงชีวิตที่ยากจน แร้นแค้นสุด ๆ นั่นคือเมือเขาคลอดออกมา พ่อของเขาก็ทิ้งแม่กับเขาไว้ตามลำพัง แม่มีพ่อเลี้ยงอีกสามคน แอนโทนีถูกทั้งแม่ตัวเองและพ่อเลี้ยงทำร้าย ทุบตี ตั้งแต่เด็ก แต่เขาไม่เคยใช้เรื่องเหล่านั้นมาเป็นปมในการนำตัวเองให้ตกต่ำ เขาเล่าว่าชีวิตวัยเด็กของเขา เขาไม่มีใครเป็นต้นแบบเลย เขาเลยใช้เวลาส่วนใหญ่อ่านหนังสือในห้องสมุด การศึกษาเขาก็ต้องเรียนไปทำงานไป เขาไม่มีบ้านที่เป็นหลักแหล่ง ตอนอายุ 17 ปีเขา อ่านเจอว่ามีคอร์สสัมมนา เขาก้ขอให้บุรุษไปรษณีย์ ช่วยเขาในเรื่องหาบ้านเลขที่เพื่อกรอกในใบสมัคร เขามีเงินเล็กน้อยไม่พอกับการจ่ายค่าลงทะเบียน เขาจึงไปหยิบยืมขอเบิกเงินล่วงหน้า เพราะการอ่านกับการเป็นคนใฝ่เรียนใฝ่รู้ ทำให้เขาก้าวมาเป็นคนที่ประสบความเร็จระดับโลก....อยากให้กำลังใจกับนักศึกษา กศน. ทุกคน ว่าถ้าได้ปลดปล่อยพลังความสามารถ สนใจใฝ่เรียนรู้ อนาคตอยู่ในการกำกับของเราเอง และที่ลืมไม่ได้คือต้องรักการอ่าน การศึกษาด้วยตนเอง (Self direct )...และร่วมรณรงค์ให้คนไทยมาอ่านหนังสือกันเยอะ ๆ

การรักการอ่าน จุดแรกต้องเริ่มจากสิ่งที่ตัวเราชอบ เช่น เรารักต้นไม้ ชอบปลูกต้นไม้ เมื่อเข้าร้านหนังสือ เราก็จะดูหนังสือ
เกี่ยวกับต้นไม้ ชอบไม้ดอกไม้ประดับ ก็อ่านหนังสือไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งให้ความเพลิดเพลิน จะไม่วางหนังสือเล่มนั้นเลย อย่างป้าชอบปลูกต้นไม้ประเภทไม้อวบน้ำ (succulence) เช่น ต้นตะบองเพชร ต้นกุหลาบหิน ต้นหางจระเข้ ถ้ามีโอกาสแวะร้านหนังสือจะซื้อหนังสือร้านเอเซียบุ๊คส์ ราคาพอประมาณ แต่จะหลงไหลในรูปภาพของต้นไม้ ซึ่งมีภาพที่สวยงามและแปลกๆมาก จะนำภาพต้นไม้ที่ปลูกมาให้ดูด้วยนะ นี่เป็นจุดเริ่มการอ่านหนังสือที่เราชอบ
พี่เค้า เจ๋งจริง