เราไปแสวงหาแสงสว่างที่พอเป็นหนทางเยียวยาและรักษาผู้ป่วยที่โชคร้ายป่วยด้วยโรคฮีโมฟีเลีย
คืนวันอาทิตย์(30 ส.ค.52)ผมอยู่ที่แพร่ ลืมไม่ได้ว่ามีนัดกับคนสำคัญไว้ จึงโทรศัพท์ถามว่าที่บ้านบ่อหอยฝนตกไหม? เพราะถนนที่กำลังจะลาดยาง ถูกไถกลบ บดให้แน่น ผิวเรียบเป็นมันแวววาว ยังไม่ได้โรยหินคลุก สภาพของมันจึงลื่น ฝนตกทีไร ล้อรถไหลเลื้อยเป็นรอยงูคลาน กว่าจะได้ถนนลาดยางอย่างนี้ เราต้องสังเวยชีวิตนับไม่ถ้วน บ้างตกเลือด บ้างถูกงูกัด บางคนป่วยหนักไปไม่ถึงโรงพยาบาล ถนนสายนี้จึงเต็มไปด้วยวิญญาณ ปูด้วยเลือด น้ำตา และความรู้สึกเจ็บปวดของคนสุดชายขอบ สุดพรรณนา ผมกลับถึงบ้านเที่ยงคืนด้วยความทุลักทุเล หลับตานอนครู่เดียว ไม่ทันสว่าง ก็มีคนมาเรียก “หมอพร้อมจะไปหรือยัง” ไม่ได้ไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหนหรอก แต่เราไปแสวงหาแสงสว่างที่พอเป็นหนทางเยียวยาและรักษาผู้ป่วยที่โชคร้ายป่วยด้วยโรคฮีโมฟีเลีย “โรคเลือดออกง่าย” ผู้ป่วย 14 รายของจังหวัดน่าน ได้รับงบประมาณยืดอายุ คนละ ประมาณ 90,000บาทต่อปี ผู้ป่วยหรือผู้ปกครองต้องฉีดยาแฟกเตอร์ เข้มข้น ให้เป็น ผู้ป่วยเลือกผมเป็นผู้ดูแล เป็นพี่เลี้ยงเพราะผมอยู่ในหมู่บ้าน แบบเขาสามารถพึ่งได้ตลอดเวลาก็ว่าได้ ผมรู้ตัวว่าต่อจากนี้ไป คงจะทอดทิ้งผู้ป่วยรายนี้อยู่ตามลำพังไม่ได้ หนึ่งวันที่อากาศร้อนระอุ อารมณ์เสียกับบิ๊กๆหนอมแหนมระดับชาติซึ่งนั่งในห้องเย็น(แอร์)ที่เท้าไม่เคยถูกดิน มองไม่เห็นความดีของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร แต่ก็มีความสุขมีความภูมิใจเล็กๆที่ได้เป็นตัวเลือกของผู้ป่วยฮีโมฟีเลีย ซึ่งเขาฝากความหวังของชีวิตไว้กับเรา