การบริหารงานสหกรณ์ในสถานประกอบการ
ในวงการสหกรณ์มีบทความ กรณีศึกษาและองค์ความรู้มากมายที่เขียนไว้ว่า “สหกรณ์” นั้นเป็นวิธีการที่ดี และเป็นระบบที่จะช่วยให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สำหรับคนในวงการสหกรณ์เองก็เชื่อว่า “สหกรณณ์นี่แหละที่จะช่วยประชาชนได้” ในฐานะที่เป็นประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการภาคเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ อยากจะเล่าประสบการณ์การทำงานในสหกรณ์เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการบริหารงาน ว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกสหกรณ์นั้น ทำได้ยากถ้า “กรรมการ” ไม่เข้าใจบทบาทตัวเอง แต่ในส่วนตัวแล้ว การทำงานในสหกรณ์เป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถอย่างยิ่ง เพราะการบริหารงานสหกรณ์ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความเฉพาะ และพิเศษกว่าองค์การอื่นในโลก เพราะเป็นทั้งสถาบันการเงิน และองค์กรเพื่อสังคม ในเวลาเดียวกัน การบริหารงานแบบนี้ความยากไม่ใช่อยู่ที่ความสามารถในการทำกำไร แต่อยู่ที่ว่า จะทำอย่างไรให้สมาชิกมีความเป็นอยู่ที่ดี มีความมั่นคงทางการเงิน มีความสุขเมื่อมาใช้บริการสหกรณ์ มีความภาคภูมิใจในการเป็นสมาชิก ฯลฯ
ในการบริหารงานสหกรณ์ เป็นการบริหารงานด้วยการธุรกิจกันสมาชิกและสหกรณ์อื่น และไม่ได้มุ่งกำไรสูงสุด แต่มุ่งประโยชน์สูงสุดของส่วนรวม ซึ่งในการบริหารภายใต้หลักสหกรณ์สากลทั้ง 7 ข้อนี้ไปพร้อมกัน
- การเปิดรับสมาชิกทั่วไปและด้วยความสมัครใจ การเป็นสมาชิกสหกรณ์ควรเป็นด้วยความสมัครใจและเปิดให้ทุกคนที่ต้องการสมัครเป็นสมาชิกเพื่อใช้บริการของสหกรณ์และเต็มใจรับผิดชอบในฐานะสมาชิก และสามารถเข้ามาเป็นสมาชิกและออกจากการเป็นสมาชิกโดยเสรี สมาชิกไม่มีข้อจำกัดทางสังคม การเมือง เชื้อชาติ และศาสนา
- 2. การควบคุมโดยสมาชิกตามหลักประชาธิปไตย การควบคุมและการจัดการสหกรณ์เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อเป็นสมาชิกของสหกรณ์ สมาชิกทุกคนมีสิทธิในสหกรณ์เสมอภาคกันในการใช้สิทธิออกเสียงหนึ่งคนต่อหนึ่งเสียง ไม่ได้ยึดถือหุ้นมากเป็นที่ตั้ง แต่ยึดถือว่า “คน” เป็นที่ตั้ง ดังนั้น ถ้าสมาชิกคนหนึ่งจะมีหุ้นสะสมมากมายเพียงใด ก็มีสิทธิเท่ากันหมดทุกคน คณะกรรมการดำเนินการที่จะทำหน้าที่ในการบริหารงาน จึงต้องมาจาการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ตามหลักประชาธิปไตย
- การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจโดยสมาชิก ในการดำเนินธุรกิจของสหกณ์ สมาชิกสหกรณ์พึงให้ความร่วมมือในการใช้บริการและควบคุมการบริหารจัดการตามแนวทางประชาธิปไตย เพื่อให้สหกรณ์ดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง และร่วมรับประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจอย่างเที่ยงธรรมตามสัดส่วนของการมีส่วนรวมทางเศรษฐกิจกับสหกรณ์ ซึ่งสหกรณ์จะทำธุรกิจกับสมาชิกก่อนเท่านั้น เมื่อมีทุนเหลือจึงทำธุรกิจกันหน่วยงานอื่น
- หลักการปกครองตนเอง และความเป็นอิสระสหกรณ์เป็นองค์การอิสระ และเน้นการพึ่งพาตนเอง โดยการควบคุมของสมาชิกตามแนวทางประชาธิปไตย ในกรณีที่สหกรณ์จำต้องมีข้อตกลงหรือผูกพันกับองค์การอื่น ๆ รวมถึงองค์การของรัฐ หรือต้องแสวงหาทุนจากแหล่งภายนอก สหกรณ์ต้องกระทำภายใต้เงื่อนไขอันเป็นที่มั่นใจได้ว่า มวลสมาชิกจะยังคงไว้ซึ่งอำนาจในการควบคุมตามแนวทางประชาธิปไตย และยังคงดำรงความเป็นอิสระของสหกรณ์ได้
- การศึกษา การฝึกอบรม และข้อมูลข่าวสาร สหกรณ์พึงให้การศึกษาและการฝึกอบรมแก่มวลสมาชิก ตัวแทนสมาชิก กรรมการ ผู้จัดการ และพนักงาน เพื่อบุคคลเหล่านั้นให้สามารถมีส่วนช่วยพัฒนาสหกรณ์ของตนได้อย่างมีประสิทธิผล รวมถึงการให้ข่าวสารแก่สาธารณชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก่เยาวชน และบรรดาผู้นำทางความคิดในเรื่องคุณลักษณะ และคุณประโยชน์ของสหกรณ์ เพื่อให้อุดมการณณ์สหกรณ์ได้กระจ่ายเข้าไปในทุกส่วนของประชาชน
- การร่วมมือระหว่างสหกรณ์ สหกรณ์สามารถให้บริการแก่สมาชิกได้อย่างมีประสิทธิผลสูงสุด และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ขบวนการสหกรณ์ได้ โดยการประสานความร่วมมือกันในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ ในด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาและสร้างประโยชน์สูงสุดต่อขบวนการสหกรณ์
- 7. ความเอื้ออาทรต่อชุมชน สหกรณ์เป็นองค์การเพื่อสังคม จึงต้องมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาสัมคมให้มีความยั่งยืน เพราะบรรดาสมาชิกสหกรณ์ก็เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่สหกรณ์ตั้งอยู่ ฉะนั้นสหกรณ์ก็ต้องมีความรับผิดชอบในการพัฒนาชุมชนนั้น ๆ ทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งในที่สุดก็เพื่อประโยชน์ของบรรดาสมาชิกของสหกรณ์นั่นเอง
การบริหารงานสหกรณ์โดยยึดหลักสหกรณ์ข้างต้น จึงเป็นงานที่ท้าทายความสามารถมากที่สุด เพราะตัวแปรสำคัญอยู่ที่ตัวสมาชิก และกรรมการ ซึ่งถ้าคน 2 กลุ่มนี้ไม่เข้าใจบทบาทตัวเองแล้วอุปสรรคในการบริหารงานจะเพิ่มมากขึ้นเป็นอย่างมาก ที่เป็นเช่น ขอกล่าวว่า กรรมการเป็นคนสำคัญ ในการบริหารงานสหกรณ์ กรรมการต้องทำตัวเป็น “พ่อแม่” ที่จะคอยให้การอบรมสั่งสอนสมาชิกสหกรณ์ได้รู้จักดำเนินชีวิตตามวิธีแห่งสหกรณ์หรือเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทาน คอยปัญหาเมื่อสมาชิกได้รับความเดือนร้อน คอยเตือนเมื่อสมาชิกปฎิบัติตัวในทางที่ผิด ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นได้ตามหลักสหกรณ์ที่กำหนดไว้อย่างกว้าง ๆ
สิ่งที่บงบอกว่า “กรรมการ” เป็นคนสำคัญบทบาท และหน้าที่ของกรรมการ คำว่า “คณะกรรมการดำเนินการ”ประกอบด้วย ประธานกรรมการหนึ่ง และกรรมการอีกสิบสี่คน คณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินการสหกรณ์ เป็นผู้บริหาร ไม่ใช่กรรมการตัดสินว่าอะไรถูกหรือผิด อุปสรรคสำคัญของสหกรณ์คือคณะกรรมการดำเนินการ ทำงานงานคล้ายกรรมการตัดสิน ไม่ได้ทำงานคล้ายผู้บริหารเหมือนกันตอนที่หาเสียงว่าจะอาสาเข้ามาบริหารกิจการของสหกรณ์ให้เจริญก้าวหน้าตามที่เคยพูดไว้ และทิ้งหน้าที่ในการบริหารงานให้ฝ่ายจัดการซึ่งไม่มีอำนาจมากพอในการกำหนดนโยบาย เมื่อฝ่ายบริหารได้บริหารงานตามหน้าที่ก็จะส่งผลไปถึงประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายจัดการด้วย
สหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการ นับเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงานในหน่วยงาน แต่มีขีดจำกัดในเรื่องของการเข้าออกและเวลาในการปฏิบัติงาน ซึ่งสหกรณ์บางแห่งอาจไม่ได้รับการส่งเสริมจากสถานประกอบการเท่าที่ควร อย่างไรก็ดีในการบริหารงานคณะกรรมการจะต้องสร้างระบบต่างๆ เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในการดำเนินการของสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และการให้บริการที่รวดเร็ว ตลอดจนรองรับการเข้าออกของสมาชิกสหกรณ์ที่มีความเป็นไปได้สูงอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนงานของพนักงานในองค์การ การให้บริการทางการเงินแก่สมาชิกสหกรณ์กรรมการทำควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และอาจต้องพูดได้ว่า “อย่าตามใจสมาชิก” เพราะธรรมชาติของสมาชิกสหกรณ์ต้องการกู้เงินมากกว่าการออมอยู่แล้ว ดังนั้นในการบริหารงานต้องให้การส่งเสริมการออมมากกว่าการให้สินเชื่อ บทบาทนี้กรรมการต้องใช้หลักข้อ 5 การศึกษา การฝึกอบรม และข้อมูลข่าวสาร ให้มาก การที่จะให้สมาชิกสหกรณ์เป็นประโยชน์และดำเนินการออมให้เห็นผลนั้นต้องใช้เวลาที่ยาวนั้น แต่ผลของมันนั้นมั่งคง สวยงาม และหอมหวานมากนัก
การสร้างความต่อเนื่องในการบริหารงานของสหกรณ์เป็นเรื่องสำคัญอีกประการหนึ่ง เมื่อสหกรณ์ต้องมีการเปลี่ยนกรรมการที่จะทำหน้าที่ในการบริหารงานบ่อยจึงต้องมีการทำแผนกลยุทธ์ใช้ในการบริหารงานสหกรณ์โดยการกำหนดเป็นแผนระยะยาวที่ชัดเจนถึงแม้จะเปลี่ยนกรรมการกี่ชุดก็ตามแผนงานในการพัฒนานั้นก็จะยังคงดำเนินการต่อไปได้อย่างมั่นคง และให้ความยืดหยุ่นกับแผนระยะสั้นให้กรรมการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองแผนกลยุทธ์ระยะยาวของสหกรณ์
การจัดสรรประโยชน์ให้กับสมาชิกสหกรณ์ไม่ควรให้เงินปันผลเป็นแรงจูงใจในการออมแก่สมาชิกมากเกินไป แต่ควรจัดสวัสดิการสมาชิกในการที่จะให้ความช่วยเหลือ และดูแลสมาชิกต่อไปจนกว่าจะเสียชีวิต แม้ว่าสมาชิกผู้นั้นจะพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานแล้ว ไม่สามารถหักเงิน ณ ที่จ่ายได้ แต่ยังคงให้เป็นสมาชิกสมทบต่อไปได้ เพราะการให้การดูแลสมาชิกในระยะยาวนั้นจะทำให้สมาชิกเป็นประโยชน์ของสหกรณ์ในอนาคตมากขึ้น หรือให้สมาชิกเป็นว่าเงินออมที่ตนออมกับสหกรณ์นั้นจะเป็นรายได้ที่ให้เลี้ยงดูตนเองในยามที่เกษียณอายุงานแล้วไปจนตลอดชีวิต และช่วยเสริมสร้างให้สมาชิกสหกรณ์เกิดความศรัทธาในระบบสหกรณ์ และส่งต่อไปยังบุตรหลาน ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นเกราะในการสร้างความมั่นคงของสหกรณ์ตราบนานเท่านาน
โดย : สมปอง งามแฉล้ม
เพื่อ : แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และขอคำแนะนำในการบริหารงาน
สวัสดีค่ะคุณสมปอง...แวะมาทักทายค่ะ
ขอบคุณที่เข้าไปเยี่ยมนะค่ะ