เจ้าผู้ครองนคร ได้สร้างเจดีย์ขึ้น บริเวณที่แข่งขันดำน้ำ และให้ชื่อว่า “เจดีย์ขาว” หรือที่เรียกอีกชื่อว่า “เจดีย์กิ่ว” เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่คนรุ่นหลัง ให้รำลึกถึงปู่เปียงผู้ที่ยอมเสียสละชีวิตเพื่อบ้านเมือง...

          เรื่องที่แล้ว...  ผมเล่าเรื่องการเดินทางไปเชียงใหม่ไปแล้ว

         เรื่องนี้...  จากอยู่พี่รถแดงคันที่สองนั่นแหละครับ  (พี่รถแดงนกขุนทอง)  เรื่องมันมีอยู่ว่า...  ตอนที่เดินทางไปขนส่งอาเขต  พี่รถแดงก็เล่าเรื่องต่าง ๆ  นา ๆ  ให้ฟัง  จน...  พอมาถึง  บริเวณนึ่ง  เป็นถนนเลียบแม่น้ำหรืออะไรนี่แหละ...  พี่แกก็ชี้ให้ดู  เจดีย์สีขาว  ตั้งอยู่กลางถนน  ที่ดู ๆ  ไปคล้ายวงเวียนซะเหลือเกิน  (ไม่ได้ลบหลู่นะครับแต่คนไม่เคยเห็นมาก่อนจะไม่ทราบจริง ๆ)  แม่น้ำนั่นก็แม่น้ำปิง...

         พี่รถแดง...  เล่าว่า  (นี่ถ้าผมเป็นคนใหญ่คนโตจะมอบโล่นักประวัติศาสตร์  นักประชาสัมพันธ์ให้เลย  เอ้า...)  เจดีย์สีขาวนี้  มีที่มาที่ไป  เป็นที่เคารพของคนเชียงใหม่...  อย่าไปลบหลู่เด็ดขาด

         พี่แกเล่าว่า  สมัยก่อน...  มีข้าศึกยกทัพมาเมืองเชียงใหม่  และข้าศึกก็มีการท้าทายประลองความสามารถกัน  โดยการดำน้ำในแม่น้ำปิง  โดยสมัยนั้นไม่มีนาฬิกา  จึงใช้การหุงข้าวเป็นการบอกเวลา  โดยมีเงื่อนไขว่าฝ่ายใดสามารถดำน้ำได้ทนกว่ากันในระยะเวลาที่ข้าวในหม้อสุก  ถือว่าชนะ  โดยใช้เมืองชียงใหม่เป็นประกัน 

         ข้าศึก...  เป็นฝ่ายที่มีผู้มีความสามารถในเรื่องการดำน้ำอยู่แล้ว  และรู้อยู่แล้วว่าผู้คนในเมืองเชียงใหม่ไม่มีใครสามารถสู้ได้จึงกล้าท้าประลอง  ในการนี้ผู้ครองนครเชียงใหม่ก็ได้รับคำท้าซะด้วย...  และประกาศรับสมัครคนเข้าแข่งขันประลองในครั้งนี้...

         แต่...  ไม่มีใครกล้าประลอง  มีแต่เพียงปู่เปียง  ที่เป็นชาวเชียงใหม่  ได้อาสาเข้าแข่งขันในครั้งนี้  ในการแข่งขันได้มีการตอกหลักกลางลำน้ำปิง  โดยให้ผู้แข่งขันดำลงไปและกอดหลักไว้  ใครโผ่จากน้ำขึ้นมาก่อนถือว่าเป็นผู้แพ้...  จนการแข่งขันเริ่มขึ้น  ข้าศึก  และปู่เปียงดำลงไปในแม่น้ำปิง...

         ก่อนดำลงไป...  ปู่เปียงได้เอาผ้าขาวม้าลงไปในน้ำด้วย  ซึ่งก็ไม่มีใครสนใจ...  จนเวลาผ่านไป...  จนข้าวสุกหม้อ  ฝ่ายข้าศึกก็โผล่ขึ้นมาจากน้ำ  แต่...  ไม่มีร่างของปู่เปียง  ข้าศึกและผู้ครองนครเชียงใหม่คอยเท่าไรปู่เปียงก็ไม่ยอมขึ้นจากแม่น้ำสักที...

         ข้าศึก...  และผู้ครองนครจึงได้ให้คนดำน้ำลงไปดู  ปรากฏว่า  ปู่เปียงได้เสียชีวิตลงแล้ว  โดยมีผ้าขาวม้าผูกตัวเองมัดติดกับเสาหลักเอาไว้...  ข้าศึกเห็นเช่นนั้น...  ว่าปู่เปียงเป็นคนรักชาติบ้านเมือง  ยอมเสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อบ้านเมือง  จึง...ได้ยอมแพ้และถอยทัพกลับ...

         ต่อมา...  เจ้าผู้ครองนคร  ได้สร้างเจดีย์ขึ้น  บริเวณที่แข่งขันดำน้ำ  และให้ชื่อว่า  “เจดีย์ขาว”  หรือที่เรียกอีกชื่อว่า  “เจดีย์กิ่ว”  เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่คนรุ่นหลัง  ให้รำลึกถึงปู่เปียงผู้ที่ยอมเสียสละชีวิตเพื่อบ้านเมือง... 

         เรื่อง...  ก็มีความเป็นมาแบบนี้ครับ

         พี่รถแดง...  เล่าอีกว่า  แต่ก่อนเจดีย์จะเล็กกว่านี้  แต่ถูกรถชนเสียหาย  เลยมีการซ่อมแซมและใหญ่กว่าเดิม...  แต่ยังคงนับถือเหมือนเดิม  แถมยังทิ้งท้ายซะด้วยว่า  “ผมไม่ได้ชนนะ”  แน่...  มีการแก้ตัวไว้ก่อนล่วงหน้าอีกแน่ะ...

         ไม่แน่ใจนะ...  ว่าจำมาผิดหรือเปล่า  พอดีไม่ใช่คนแถวนั้น  พี่แกบอกว่าตรงนั้นคือบริเวณวังสิงห์คำ  หน้าเทศบาลนครเชียงใหม่  มั้ง... 

         และ...  สิ่งที่เล่ามานี้  ผิดหรือถูก  หรือบิดเบือนอย่างไรไม่ทราบนะครับ  แต่...  ที่ต้องการบอกก็คือ  เรื่องดี ๆ  อย่างนี้น่าจดจำกว่าหมีแพนด้าอีกครับ...  ถ้ามีคนให้ข้อมูลเหมือนพี่รถแดงคนนี้ได้เกือบทุกคัน  ผมว่าเยี่ยมเลยหละ... 

         ถ้า...  ผิดพลาดข้อมูลส่วนไหน  ขออภัยมาด้วยนะครับ...  ส่วนความดีผมยกให้พี่รถแดงคนนั้นทั้งหมดครับ...