ขอบคุณเพื่อนคนนึง ที่ทำให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง

 

   

 

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเพื่อนคนหนึ่ง

 

               เดิมทีนั้นข้าพเจ้าก็เป็นแค่คนคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตให้ผ่านพ้นไปวันๆ ไม่เคยมีเป้าหมายอะไรในชีวิต  ไม่เคยตั้งใจเรียน ไม่เคยอ่านหนังสือ ไม่เคยทำสิ่งดีๆเพื่อใครเลย  เวลาแต่ละวันก็ถูกปล่อยให้เสียไปกับการเล่นเกมส์ เล่นอินเตอร์เน็ต อ่านการ์ตูน ดูโทรทัศน์ และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายตามแต่ที่ข้าพเจ้าต้องการ  นานๆครั้งถึงจะได้ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านสักครั้งหนึ่ง เมื่อย้อนนึกถึงเมื่อตอนนั้นแล้วรู้สึกว่าตัวเองช่างเป็นลูกที่แย่เสียจริงๆ

                   จนกระทั่งข้าพเจ้าเรียนอยู่ชั้นม.6 ซึ่งต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย  แต่ข้าพเจ้ากลับยังไม่รู้เลยว่าจะเลือกเรียนอะไรดี ด้วยความที่ไม่เคยมีเป้าหมายว่าต้องการจะประกอบอาชีพอะไรต่อไปในอนาคต  ต่างกับพวกเพื่อนๆที่พากันอ่านหนังสืออย่าขะมักเขม้นเพื่อเข้าเรียนในสาขาวิชาที่ตนต้องการ

                   และแล้ววันหนึ่งข้าพเจ้าก็ได้รู้จักและสนิทสนมกับเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งข้าพเจ้ารู้สึกถูกชะตาด้วยมากๆ  เดิมทีนั้นข้าพเจ้าไม่เคยมีเพื่อนสนิทที่สนิทกันมากๆแบบไปไหนไปกัน แบบนี้มาก่อนเลย  ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้จักกับคำว่ามิตรภาพ  รู้สึกมีความสุขมาก แล้วก็รักเพื่อนคนนี้มากๆด้วย

 

                    ข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่าอยากจะอยู่กับเพื่อนคนนี้ตลอดไปเลย แต่ช่างน่าเสียดายเพราะอีกไม่นานเราต่างก็จะต้องจบการศึกษาแล้วก็ต้องแยกย้ายไปตามทางของแต่ละคน  เคยคิดอยู่หลายครั้งว่าทำไมเราไม่เจอกันให้เร็วกว่านี้นะ  เพื่อนคนนั้นเขามีความฝันอยากจะเป็นทันตแพทย์แต่พ่อแม่เขากลับอยากให้เรียนแพทย์  ส่วนตัวของข้าพเจ้านั้นก็ยังคงไม่รู้อยู่ดีว่าจะเรียนอะไร รู้แต่เพียงว่าอยากจะเรียนอะไรก็ได้เพื่อให้ได้อยู่กับเพื่อนคนนี้ ซึ่งนั่นก็หนีไม่พ้นวิชาทางด้านสายแพทย์ ซึ่งก็เป็นที่รู้กันอยู่ว่านักเรียนมากมายปรารถนาอยากจะเรียนในสายนี้แต่มีน้อยคนนักที่จะสมหวัง  แล้วข้าพเจ้าที่ไม่เคยใส่ใจ ตั้งใจเรียน หรืออ่านหนังสือเลย  จะมีอะไรไปสู้กับคนเก่งๆพวกนั้นได้ล่ะ?

                 เพื่อนของข้าพเจ้าเป็นคนที่เรียนเก่งมาก แล้วก็ขยันอ่านหนังสือ และรับผิดชอบส่งงานตรงเวลาเสมอ แตกต่างกับข้าพเจ้าโดยสิ้นเชิง  สิ่งนั้นเองที่ทำให้ข้าพเจ้าตระหนักได้ว่า ควรจะต้องปรับปรุงตัวเองเสียใหม่ เพราะไม่อยากให้ตัวเองเป็นคนไม่เอาไหนในสายตาของเขา

                  "ตั้งแต่นั้นมา จากคนที่ไม่เคยละสายตาไปจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เลยก็กลายเป็นคนที่ไม่ยอมแตะต้องคอมพิวเตอร์โดยเด็ดขาด      คนที่ไม่เคยหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเลย ก็กลายเป็นว่าสามารถอ่านหนังสือได้ตลอดทั้งคืน     คนที่ไม่เคยตั้งใจเรียนก็กลายเป็นคนที่ใส่ใจฟังอาจารย์สอนได้ทั้งคาบ     คนที่ไม่เคยทำงานส่งทันเวลาก็กลายเป็นคนที่ทำงานเสร็จได้อย่างรวดเร็ว    และคนที่สอบตกแล้วตกเล่าก็สามารถสอบได้คะแนนสูงขึ้นมาได้"

                 แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำง่ายๆเลยทีเดียว ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นข้าพเจ้ามีความกดดันมาก และก็เครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกข์มาก กดดันมากที่จะต้องปรับปรุงตัวเองด้วยเหตุผลแค่ว่าต้องการเป็นที่ยอมรับเท่านั้นเอง  ในขณะเดียวกันก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ฤดูกาลของการสอบโควตามาถึง  ในตอนนั้นโควตาที่ข้าพเจ้าหวังไว้ที่สุดคือ ทันตแพทย์ขอนแก่น เพราะเพื่อนของข้าพเจ้าจะได้เรียนในสิ่งที่ชอบ และข้าพเจ้าจะได้เรียนด้วยกัน  แต่เมื่อประกาศผลออกมา ข้าพเจ้าสอบไม่ติดเนื่องจากคะแนนคณิตศาสตร์ไม่ถึงเกณฑ์ แต่เพื่อนสอบได้  ข้าพเจ้าเสียใจมาก แต่ก็ดีใจด้วยที่เพื่อนสอบได้สมปรารถนา

                  ข้าพเจ้าเลยตั้งใจว่าจะต้องรอสอบAdmission แล้วก็ เลือกทันตแพทย์ที่ขอนแก่นนี้ให้ได้  แต่เพื่อนของข้าพเจ้าบอกว่าอยากมีเพื่อนเป็นหมอ ข้าพเจ้าเลยตัดสินใจว่าจะต้องสอบเข้าคณะแพทย์ขอนแก่นนี้ให้ได้ ซึ่งก็เหลือเพียงโอกาสสุดท้ายเพียงโอกาสเดียวคือ กสพท. ซึ่งข้าพเจ้าก็เลือกขอนแก่นไว้เป็นอันดับ1  เมื่อลองมาคิดๆดูแล้วก็น่าโมโหตัวเอง เมื่อเวลาที่พ่อแม่บอกว่าอยากให้ลูกเรียนแพทย์ก็ไม่เคยใส่ใจ แต่กับเพื่อนคนนึงที่พบกันได้ไม่นานกลับอยากจะทำอะไรเพื่อเขาได้ถึงขนาดนั้น

                  ข้าพเจ้ายอมสละสิทธิ์โควตาทุกอย่างที่สอบได้ เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิ์ กสพท.และAdmission เหมือนเป็นการหวังน้ำบ่อหน้าที่ไม่รู้ว่าจะสอบได้หรือไม่ แต่เพื่อสิ่งที่หวังแล้วข้าพเจ้าจึงได้ตัดสินใจเช่นนั้นลงไป จนกระทั่งประกาศผลสอบ ข้าพเจ้าสอบติดในรอบสุดท้ายนี้ หลังจากที่พยายามสอบมาหลายรอบแล้ว  ทั้งๆที่เป็นคณะ และมหาวิทยาลัยที่ข้าพเจ้าปรารถนามาตลอด แต่เมื่อประกาศผลข้าพเจ้ากลับไม่ได้รู้สึกดีใจเลย นั่นก็เป็นเพราะว่าเพื่อนคนนั้นเขาได้สละสิทธิ์ทันตแพทย์ขอนแก่น  ไปเรียนที่อื่นซึ่งข้าพเจ้าไม่มีทางที่จะตามไปได้เลย  และให้เหตุผลว่าคนเราต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด

 

                 ซึ่งนั่นก็ทำให้ข้าพเจ้าเสียใจมาก เคยถามตัวเองว่ามาที่นี่ทำไม? เพราะรู้สึกว่าได้สูญเสียเหตุผลของการมาอยู่ที่นี่ไปเสียแล้ว  แต่หลังจากที่ข้าพเจ้าได้พบกับ เพื่อนๆ พี่ๆที่นี่ ข้าพเจ้าก็รู้สึกได้ถึงความรัก ความอบอุ่น  ความสุข ที่ได้อยู่ร่วมกัน ซึ่งข้าพเจ้าคงไม่สามารถหาสิ่งนี้ได้จากที่ไหนอีกแล้ว  ทุกวันนี้ข้าพเจ้ามีความสุขมากที่ได้อยู่ในคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นแห่งนี้  ข้าพเจ้าจะพยายามอย่างเต็มที่และทำให้ดีที่สุด ถึงแม้ว่าเหตุผลแรกเข้าของข้าพเจ้าจะไม่ได้มาจากความต้องการของตัวเอง  แต่เมื่อได้มาอยู่ที่นี่แล้ว ข้าพเจ้าก็รู้สึกรัก ผูกพัน และตั้งใจว่าจะต้องจบมาเป็นแพทย์ที่ดีให้ได้ในวันข้างหน้า

                   สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนคนนั้นมากๆ ที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มีวันนี้ ได้มีความสุข ได้พบเจอกับสิ่งดีๆ คนดีๆ และรู้ว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าได้พยายามทำไปนั้นมันไม่ได้เสียเปล่า เพราะความพยายามทั้งหลาย ได้ส่งผลให้ข้าพเจ้าได้มายืนอยู่ ณ จุดจุดนี้ นั่นเอง

 

 

              ข้อคิดจากเหตุการณ์ครั้งนี้มากมายนัก ความจริงแล้วยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่ข้าพเจ้ายังไม่ได้เล่า    ถ้าจะว่าไปแล้ว เวลาไม่ถึง 1ปี ที่ข้าพเจ้าได้รู้จักกับเพื่อนคนนี้ ทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายในชีวิต ได้เข้าใจอะไรหลายๆอย่าง มากกว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้ในเวลาตลอด 18ปีในอดีตของข้าพเจ้า เสียอีก ยกตัวอย่าง เช่น

 

1. ข้าพเจ้าได้รู้ว่าหากคนเรามีความพยายามมุ่งมั่นจริงๆ แม้จะต้องเหนื่อยยากเพียงใด ก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

2. ข้าพเจ้าได้รู้ว่า ในบางครั้งหากเราไม่ได้ในสิ่งที่ปรารถนา สิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดที่เราต้องการแล้วนั้น  ก็จงทำใจและอยู่กับสิ่งที่มี  และทำสิ่งที่มีนั้นให้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา

3. ข้าพเจ้าได้รู้ว่าการจะทำสิ่งใดให้ได้ผลดี หรือประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นจะต้องมีแรงบันดาลใจ ซึ่งเราจะสร้างขึ้นมาเองก็ได้

4. ข้าพเจ้าได้รู้ว่า การที่เราปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลง พัฒนาตนเองขึ้นมานั้น เหตุผลก็เพื่อตัวของเราเอง ไม่ใช่เพื่อให้ใครมายอมรับ

5. ข้าพเจ้าได้รู้ว่าไม่ควรยึดมั่น ยึดติดกับสิ่งใด หรือกับใครมากจนเกินไป เพราะคนอื่นเขาก็ไม่สามารถเป็นได้ดั่งที่ใจเราปรารถนาเสมอไป

6. ข้าพเจ้าได้รู้ว่าคนในครอบครัวนั้น รักเรามากเพียงใด  เมื่อยามที่เราสำเร็จก็ยินดีด้วยความจริงใจ เมื่อยามที่เราผิดพลาดก็ให้อภัยและไม่เคยซ้ำเติม

7. ข้าพเจ้าได้รู้ว่า มิตรภาพ ความจริงใจ และความรักเป็นอย่างไร รักพ่อ แม่ รักเพื่อนๆ รักพี่น้อง  รักทุกๆคน อย่ามีอคติกับใคร ก็ทำให้จิตใจมีความสุขได้

8. สุดท้ายนี้อยากบอกคุณพ่อคุณแม่ว่า ถ้าไม่มีท่านทั้งสองคอยเป็นกำลังใจให้เสมอมา ลูกก็คงไม่มีวันนี้ขึ้นมาได้หรอกค่ะ  รักพ่อรักแม่ที่สุดเลยยยยยย

* * * * * * * * * * * * * * * * * * *