อ่านจับใจความสำคัญ ไม่ยากอย่างที่คุณคิด
  ในอดีต ข้าพเจ้าเป็นคนที่ไม่ชอบการอ่านมากๆ คิดว่าการอ่านเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผลการเรียนของข้าพเจ้าก็เริ่มตกลงซึ่งเป็นผลจากการที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ ทำให้ข้าพเจ้าได้คิดว่า ต่อไปเราจะเอาแต่ใจตนเองไม่ได้อีกแล้ว จึงได้เริ่มที่จะหันมาอ่านหนังสือบ้าง แต่ก็อ่านไม่เข้าใจอยู่เสมอๆเพราะไม่สามารถที่จะจับใจความสำคัญของสิ่งที่อ่านได้ ข้าพเจ้าจึงได้เริ่มค้นคว้าหาหลักในการอ่านจับใจความสำคัญมากขึ้น

การอ่านจับใจความสำคัญ : คือ  การอ่านที่มุ่งหาสาระสำคัญของเรื่อง ส่วนที่เป็นใจความสำคัญและส่วนขยายใจความสำคัญของเรื่อง

 

วิธีการฝึก 
     ในการฝึกการอ่านจับใจความสำคัญของข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าเริ่มจากการที่ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับการอ่านจับใจความสำคัญมาก่อนว่า มีวิธีใดบ้างที่ข้าพเจ้าสามารถนำมาปรับใช้กับตนเองได้ และมีหลักอย่างไรในการใช้แนวทางเหล่านั้น     จากนั้น ข้าพเจ้าก็ได้เริ่มมาวางแผนในการฝึกเทคนิคการอ่านของข้าพเจ้า โดยข้าพเจ้าเตรียมหนังสือที่ข้าพเจ้าต้องการที่จะอ่านจับใจความสำคัญมา ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นหนังสือเรียนที่ข้าพเจ้าใช้ในการสอบนั่นเอง แนวทางการฝึกของข้าพเจ้า มีแนวทางดังนี้
1. อ่านเนื้อหาผ่านๆโดยตลอดเพื่อให้รู้ว่าสิ่งที่จะอ่านเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร สิ่งใดคือจุดสำคัญหรือประเด็นของเรื่อง
2. อ่านเนื้อหาใหม่โดยอ่านอย่างละเอียด ทำความเข้าใจกับเนื้อหาให้ได้มากที่สุด
2. หลังจากอ่านเสร็จแล้ว ให้เขียนทบทวนว่า ตนเองได้รับอะไรจากสิ่งที่อ่านบ้าง สรุปเรื่องที่อ่านโดยใช้ภาษาของตนเอง
3. ปฏิบัติตามคำสั่งหรือข้อเสนอแนะภายหลังการอ่าน


ตัวอย่างหนังสือที่ข้าพเจ้าเคยอ่าน


ผลการฝึก
ภายหลังจากที่ข้าพเจ้าได้ฝึกอ่านมาเป็นเวลาพอสมควร ข้าพเจ้าก็รู้สึกได้ว่า ข้าพเจ้าสามารถอ่านหนังสือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถจดจำเนื้อหาในการอ่านแต่ละครั้งได้มากกว่าเดิม ทำความเข้าใจเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น และสามารถที่จะถ่ายทอดในสิ่งที่ข้าพเจ้าอ่านให้แก่ผู้อื่นได้


ข้อคิดที่ได้จากการฝึก
1. การอ่านจับใจความสำคัญ ควรเริ่มจากการอ่านจับใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้าให้ถูกต้องแม่นยำเสียก่อน ถ้าเรื่องไหนมีหลายย่อหน้าแสดงว่ามีหลายใจความสำคัญ เมื่อนำประเด็นสำคัญในแต่ละย่อหน้ามาพิจารณารวมกันแล้วจะทำให้จับแก่นเรื่อง ได้ง่ายขึ้น
2.
ใจความสำคัญแต่ละย่อหน้า หมายถึงข้อความที่มีสาระคลุมข้อความอื่นๆในย่อหน้านั้นไว้ทั้งหมด เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้เขียนต้องการสื่อให้ผู้อ่านรู้ในย่อหน้านั้นๆ
3.
ใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้า ส่วนมากมักอยู่ในประโยคใดประโยคหนึ่ง เช่น ประโยคต้นย่อหน้า กลางย่อหน้า ท้ายย่อหน้า หรือไม่ปรากฏชัดเจนที่ใดที่หนึ่ง
4.
กำหนดเป้าหมายในการอ่านให้ชัดเจนทุกครั้ง กำหนดว่าจะอ่านเพื่ออะไร เช่น เพื่อความรู้ เพื่อความเพลิดเพลิน เป็นต้น
5.
การมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน จะช่วยให้เราเข้าใจและจับใจความความเรื่องที่อ่านได้ง่ายขึ้น ซึ่งเราสามารถที่จะหาหนังสือที่เกี่ยวข้องมาอ่านประกอบกันเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น


เอกสารอ้างอิง
http://www.st.ac.th/bhatips/tip49/reading1.html
http://blog.spu.ac.th/monkeyammy/2008/06/19/entry-1
http://www.vcharkarn.com/vblog/37415/3