กรณีศึกษาที่2

บทที่ 1

บทนำ

ความเป็นมาและความสำคัญ

 

              การศึกษา หมายความว่า กระบวนการเรียนรู้เพื่อการเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้สึก การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างจรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากสภาพแวดล้อม สังคมการเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุน ให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 กำหนดแนวทางการจัดการศึกษา โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ โดยจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ ประกอบกับมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมและเทคโนโลยี ก่อให้เกิดทั้งผลดีและผลเสียต่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบันของบุคคล ทำให้เกิดความยุ่งยากซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคม มีศักดิ์ศรี มีความสุขอยู่ (กรมวิชาการ.2545 : 9)

                พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 หมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

              มาตรา 63 รัฐต้องจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนำ และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการส่งกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ วิทยุโทรคมนาคม และการสื่อสรมนรูปอื่น เพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย การทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมตามความจำเป็น

              มาตรา 64 รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิตและพัฒนาแบบเรียน ตำราหนังสือทางวิชาการ สื่อสิ่งพิมพ์ วัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่น โดยเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการผลิต จัดให้มีเงินสนับสนุนและมีการให้แรงจูงใจแก่ผู้ผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา  ทั้งนี้ โดยเปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม

              มาตรา 65 ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิตผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ความสามารถ และทักษะในการผลิตรวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพและประสิทธิภาพ

              มาตรา 66 ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถ ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในโอกาสแรกที่ทำได้เพื่อให้มีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

              มาตรา 67 รัฐต้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนาการผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้เกิดการใช้ที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ของคนไทย

              มาตรา 68 ให้มีการระดมทุนเพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาจากเงินอุดหนุนของรัฐ ค่าสัมปทาน  และผลกำไรที่ได้จากการดำเนินกิจการด้านสื่อมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ และโทรคมนาคมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและองค์กรประชาชน รวมทั้งให้มีการลดอัตราค่าบริการเป็นพิเศษในการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อการพัฒนาคนและสังคม หลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินกองทุนเพื่อการผลิต การวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ใหเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

              มาตรา 69 จัดให้มีหน่วยงานกลางทำหน้าที่ พิจารณาเสนอนโยบาย แผนส่งเสริมและประสานการวิจัย การพัฒนาและการใช้ รวมทั้งการประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพของการผลิตและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

              ยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ

จากกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศระยะ พ.ศ.2544 – 2553 ของประเทศไทย ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ไว้ 5 ด้าน คือ

  1. ด้านการบริหารงานของรัฐ (E - GOVERNMENT)
  2. ด้านการพานิชยกรรม (E – COMMERCE)
  3. ด้านการอุตสาหกรรม (E – INDUSTRY)
  4. ด้านการศึกษา (E – EDUCATION)
  5. ด้านสังคม (E – SOCIETY)

โดยกำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาด้านการศึกษา

(E-Education) ดังนี้

เป้าหมาย พัฒนาและเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรมนุษย์ในทุกระดับของประเทศเพื่อรองรับการพัฒนาสู่การเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้

              ยุทธศาสตร์การพัฒนา

  1. พัฒนากลไกการบริหารนโยบายและการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ
  2. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศเพื่อการศึกษาให้เกิดการเข้าถึงอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน
  3. สนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในทุกระดับ
  4. เร่งพัฒนาและจัดหาความรู้(Knowledge) และสาระทางการศึกษา (Content) ที่มีคุณภาพและมีความเหมาะสม
  5. ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสารสนเทศและความรู้

 

แผนแม่บทในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา

ขั้นพื้นฐาน

ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กำหนดแผนแม่บทในการพัฒนา

เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา ที่อบสนองแผนระดับชาติและระดับกระทรวง โดยกำหนดยุทธศาสตร์และเป้าหมาย 4 ด้าน คือ

  1. ยุทธศาสตร์ที่ 1 จัดหาระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย
  2. ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาและสรรหาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
  3. ยุทธศาสตร์ที่ 3 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้
  4. ยุทธศาสตร์ที่ 4 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ

จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ซึ่งเป็นแม่บทสำคัญในการจัดการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนเพื่อพัฒนาสู่การเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตของสังคมในปัจจุบันได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และยังมีแนวโน้มว่าจะยังคงเพิ่มขึ้นอีกต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการศึกษาไม่ว่าจะเป็นทางด้านการสืบค้นข้อมูล การพัฒนาสื่อการสอนซึ่งสามารถที่จะใช้ให้นักเรียนเกิดการพัฒนาการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสามารถช่วยให้ผู้สอนได้พัฒนากิจกรรมกระบวนการจัดการการเรียนรู้ได้ตามความมุ่งหวัง

ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542 ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย