ที่จริงพิธีกรรมเป็นสิ่งดี ถ้าใช้เป็น   ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน   เพื่อดึงพลังทางจิตวิญญาณออกมาใช้


 แต่ในสังคมไทยส่วนใหญ่เรามักหยุดอยู่แค่พิธีกรรม    คิดว่าเมื่อพิธีกรรรมจบ การทำงานก็จบด้วย    พิธีกรรมกลายเป็นภาพรวมของงานทั้งหมด    ซึ่งผิด   เพราะจริงๆ แล้ว พิธีกรรมเป็นเพียงส่วนนิดเดียวของงาน   ยังไม่ใช่เนื้องานจริง


 KM และเครื่องมือด้านการจัดการสมัยใหม่จำนวนมาก ถูกนำมาใช้แบบพิธีกรรม   เพื่อเอาใจนายผู้นำมันเข้ามา   หรือเอาใจ กพร.   คล้ายๆ เอามากราบไหว้บูชา    แล้วก็บ่นว่าไม่เห็นมีประโยชน์อะไร   รังแต่จะเป็นภาระ


 สังคมไทยจึงกลายเป็นสังคมพิธีกรรม   มีเครื่องมือดีๆ เข้ามาสำหรับใช้งาน ก็กลับถูกนำไปแปลงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับบูชา    แทนที่จะเอามาใช้เป็นเครื่องมือ หรือเป็นทาสในการทำงาน 


 KM ที่ถูกต้อง ที่เป็นเครื่องมือกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวอยู่ในกระบวนการทำงาน   จะช่วยเป็นยาแก้โรคติดพิธีกรรม หลงพิธีกรรม    จะเข้าใจว่า การทำ KM แบบพิธีกรรมก็คล้ายๆ การจุดธูปเทียนบูชาศาลพระภูมิ   คือให้ความสบายใจชั่วครู่   แต่ไม่ให้ปัญญาเหมือนอย่างการลงมือทำงานแบบมีการ ลปรร. เพื่อการพัฒนางาน พัฒนาคน เนียนอยู่ในเนื้องาน

 


วิจารณ์ พานิช
๗ ส.ค. ๕๒
ระหว่างนั่งรถไปสนามบินเพื่อไปร่วมประชุม UKM 15 ที่ มน.