มีคำถามเกิดขึ้นว่า ถ้าอุปกรณ์ ป้องกันร่างกาย ที่จะต้องใส่เมื่อดูแลผู้ป่วยโรคติดต่อรุนแรงหมดไป   จะทำอย่างไร เมื่อเกิดการระบาดที่เพิ่มมากขึ้นและมีความรุนแรง  ทำให้มานั่งคิดและคำนวนว่าจะต้องเตรียมการ ประมาณการ จัดซื้อ ทำงบประมาณ ค่าใช้จ่ายสำรองไว้ เมื่อเกิดการระบาดของไข้หวัดใหญ่ H1N1 ในระลอกที่สอง ซึ่งจากบทเรียนที่ผ่านมา ขาดแคลนหน้ากากอนามัย 

เครื่องป้องกันร่างกาย (Personal Protective Equipment  : PPE)

        PPE ประกอบด้วย mask (N 95 หรือ Medical/ surgical mask) , ถุงมือ ,  เสื้อกาวน์ , แว่นป้องกันตา (goggles) โดยมีจุดเน้นในระยะการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ ดังนี้
  • ใช้ Medical/ Surgical Mask ในการดูแลผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจทุกคน กรณีต้องทำกิจกรรมที่ ก่อให้เกิดฝอยละออง เช่น ใช้เครื่องช่วยหายใจ            ดูดเสมหะ พ่นยา ฟื้นชีพ หรือการดูแลใกล้ชิดผู้ป่วยที่ไอมาก ควรใช้ N 95
  • ถุงมือ ใช้เฉพาะเมื่อต้องแตะสัมผัสเลือด สารคัดหลั่งหรือเนื้อเยื่อของผู้ป่วย/ศพ  และต้องเปลี่ยนถุงมือทุกครั้งที่จะดูแลผู้ป่วยรายอื่น
  • เสื้อกาวน์ และ แว่นป้องกันตา (goggles)  ให้ใช้กรณีที่ทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อ    การฟุ้งกระจายของเสมหะหรือสารคัดหลั่ง
      การใช้ PPE ใน Cohort Ward ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน PPE ในการดูแลผู้ป่วยแต่ละ ราย ยกเว้นถุงมือซึ่งต้องเปลี่ยนเสมอเมื่อต้องเปลี่ยนไปดูแลผู้ป่วยรายอื่น

 

      ใช้ N-95 Mask และ Goggle เสมอในการทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝอยละออง     ในห้อง/หอผู้ป่วยแยกโรค  ห้องฉุกเฉิน และหอผู้ป่วยวิกฤต
       ควรฝึกซ้อมการใช้ PPE  ทั้งการใส่และถอด PPE ให้ถูกต้อง
       การใส่และถอด ถ้าปฏิบัติไม่ถูกต้อง มีโอกาสอย่างมากที่จะทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อ และผู้ดูแลติดเชื้อได้ง่ายที่สุด จากที่ผ่านมา ข้อสังเกตว่าผู้ทีใช้เครื่องป้องกันร่ายกายอย่างครบถ้วนและปฏิบัติตามขั้นตอน ไม่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่