ตัวอย่างเรียงความเรื่องที่ ๒

 

ถ้าหนุ่มสาวไม่ทิ้งถิ่น

สถิติจำนวนประชากรที่ย้ายเข้ามาอาศัยในเมืองใหญ่ ๆ เช่น กรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่อื่น แสดงชัดว่าคนไทยในปัจจุบันพอใจใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ ๆ มากกว่าในชนบท ถ้าใครมีโอกาสท่องเที่ยวไปในชนบทคงจะพบเห็นแต่เด็กและคนแก่ เพราะคนหนุ่มสาวในวัยทำงานได้อพยพเข้าไปอยู่ในเมืองใหญ่กันเกือบหมด บางคนก็ออกไปขายแรงงานในต่างประเทศ เหตุไรจึงเป็นเช่นนี้ คงไม่ผิดถ้าจะตั้งข้อสันนิษฐานว่า เหตุผลที่คนหนุ่มสาวละทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดคือ ค่าแรงงาน หรือค่าตอบแทนที่สูงกว่า งานที่ทำก็สบายกว่า หรือน่าตื่นเต้นกว่า

ถ้าเราลองนึกถึงการอพยพไปขายแรงงานกันให้ละเอียดถี่ถ้วนแล้ว น่าจะฉุกคิดว่าแท้จริงหนุ่มสาวชาวชนบทของเรากำลังทำร้ายและทำลายตนเองอย่างมาก เพราะเมื่อเขาอพยพมาทำงานในกรุง ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ กรุงไทเป กรุงกัวลาลัมเปอร์ หรือแม้แต่กรุงโตเกียวก็ตาม คงต้องพักอาศัยอยู่ในชุมชนแออัด จำต้องทนอยู่ในสภาพสังคมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งกายและจิต คงจะต้องเผชิญสารพิษ เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ร่างกายคงเสื่อมโทรมเร็วผิดปกติ ทั้งค่าครองชีพในเมืองใหญ่นั้นสูงลิบ ถึงค่าแรงจะมากแต่ก็คงจะเก็บออมไม่ได้ ยังจะมีสิ่งยั่วยวนยั่วยุให้ต้องใช้จ่ายเงินอีกมาก เงินที่ได้มาคงไม่เหลือเก็บ ยิ่งกว่านั้นเมื่อเงินขาดมือลง หนี้สินก็จะพากันดาหน้าเข้ามาหาเป็นอาคันตุกะที่ไม่เคยได้รับการเชื้อเชิญ สภาพทั้งหมดนี้กลายเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความดิ้นรนกระเสือกกระสน