วันนี้ตอนเช้าอากศมืดฟ้ามัวฝนแต่พอสายหน่อยท้องฟ้าก็เปิดโล่ง ลมพัดแรงทั้งวัน อยู่ในที่พักไม่ได้ร้อนเกินเลยไปนั่งอ่านหนังสือละวิจัยลมเข้าออกที่สระน้ำกลางทุ่ง พร้อมกับพิจารณาในสิ่งที่ประสบมาทั้งดีและชั่วเพื่อปรับปรุงที่ไม่ดีและรักษาสิ่งที่ดีไว้ ธรรมฐิตนับถือพุทธศาสนามาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่(แม่บอก)ตามที่นับถือกันมาตั้งแต่ปู่ยาตาทวดและเขียนไว้ในสูติบัตร ตอนแรกเด็กๆก็นับถือตามที่แม่บอกไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมต้องเป็นอย่างนั้น พอโตหน่อยเป็นวัยรุ่นก็เข้าใจขึ้นนิดนึงแต่ก็แค่เปลือกและกะพี้ ในช่วงวัยรุ่นก็ใช้ชีวิตแบบคุ้มค่าสุดๆเลยได้เรียนรู้สิ่งที่ดีในสิ่งที่ไม่ดีมาพอสมควร และอีกอย่างหนึ่งตั้งแต่อายุสิบสองปีไม่เคยขอตังค์แม่กะพ่อใช้ หาใช้เองมาตลอดแถมยังเหลือไว้ให้แม่ทุกเดือน ถึงจะเที่ยวเสเพลยังไงก็ไม่เคยนำความเดือดร้อนมาให้แม่กะพ่อ เพราะในจิตลึกๆคิดว่าแยกแยะได้ระดับหนึ่ง ส่วนเรื่องการพนันขันต่อไม่เคยยุ่งเกี่ยว
มีบ้างก็แต่เหล้ายาปลาปิ้งเท่านั้น สิ่งเสพติดอื่นก็ไม่เคยข้องเกี่ยว ถือว่าใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่นแบบเต็มอิ่มเต็มคราบอย่างโชกโชนแล้ว พออายุครบบวชตามประเพณีชาวพุทธก็ขอแม่กะพ่อว่าจะบวชให้สักหนึ่งพรรษา โดยที่แม่กะพ่อไม่ได้ใช้ให้บวชๆด้วยสมัครใจตนเอง แม่กะพ่อก็ดีใจเพราะลูกคนแรกที่บวชให้(มีพี่ชายคนโตแต่ไม่ได้บวช)และก่อนบวชสามวันอบายมุขต่างๆเลิกเด็ดขาดแบบไม่ใยดีกะมัน ถึงวันบวชยังจำได้ว่าไม่สบายพอสมควร แรกๆในเพศสมณะก็เก้อเขินธรรมดาบวชแล้วหลวงปู่ก็ให้ศึกษาพระ-ธรรมวินัย โดยนิสัยเป็นคนชอบอ่านหนังสือเป็นสันดานมาอยู่ในวัดหนังสือเยอะแยะเลยได้โอกาสอ่านหาความรู้ทุกๆวัน(จนถึงปัจจุบันนี้) พอครบพรรษารู้สึกในมโนสำนึกลึกๆว่าน่าจะมีอะไรที่ซ่อนเร้นอยู่ในศาสนานี้ที่ให้เราได้ศึกษาค้นคว้าเลยเปลี่ยนความตั้งใจที่จะลาสิกขาเพื่อค้นหาสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในศาสนานี้ให้จงได้.......
(ยังมีตอนต่อไปขอรับ)
ก่อนไปมีของฝากให้ย้ำคิด
ชาวพุทธ๔ประการ
๑. “น้ำชานอกถ้วย” มีศรัทธาแต่ขาดปัญญาเพราะด้อยการศึกษา มีความเห็นผิด บ้าเดรัจฉานวิชา เครื่องลางของขลัง ดูหมอสะเดาะเคราะห์ ไสยศาสตร์ : เหมือนคนอยากเทน้ำใส่ถ้วย แต่เทออกนอกถ้วย
๒. “น้ำชาล้นถ้วย” ไม่มีศรัทธา มีปัญญาความรู้เพราะมีการศึกษาสูง มีความเห็นผิด มีทิฐิมานะ มองเรื่องศาสนาแง่ลบ ล้าสมัย จึงไม่สนใจ : เหมือนคนอยากเทน้ำใส่ถ้วย แต่ถ้วยมีน้ำเต็มอยู่ก็ยังเทใส่ น้ำจึงล้นออกจากถ้วย
๓. “น้ำชาผิดถ้วย” มีศรัทธา มีปัญญาความรู้ เห็นผิด ศึกษาปริยัติเฟ้อ สับสน สงสัยจึงจับหลักไม่ได้จึงปฏิบัติผิด หรือไม่สนใจปฏิบัติเลย (ศึกษาแต่ปริยัติอย่างเดียว) : เหมือนคนต้องการเทน้ำใส่ถ้วย แต่ไม่ได้เทใส่ถ้วยที่ต้องการ กลับไปใส่ถ้วยอื่นแทน
๔. “น้ำชาพอดีถ้วย” มีศรัทธา มีปัญญาความรู้ มีความเห็นถูก ศึกษาในทางปริยัติคู่กับปฏิบัติจับหลักปฏิบัติให้ถูกต้อง สามารถดับทุกข์ได้ : เหมือนคนต้องการเทน้ำใส่ถ้วย และใส่ในถ้วยที่ต้องการอย่างถูกต้อง
(ขอบคุณที่มา mail จากเพื่อนอินโดนีเซีย)
...ลองพิจารณาดูว่าเราเป็นแบบชาถ้วยไหน...

ธรรมะสวัสดีขอรับ..
นมัสการค่ะ มาอ่านประวัติของท่านต้องบอกว่าแม่มีบุญมากที่มีลูก มีดวงวิญญาณที่ประเสร็ฐมาถือกำเนิดในครรภ์
คนที่ได้บวช ถือว่ามีบุญเก่า และมีบารมีมาตั้งแต่ชาติก่อนๆๆๆ มีปัญญา....
ผมประเภท "ชาผิดถ้วย" อยู่ครับ
รู้ทุกอย่าง เก่งทุกเรื่อง ยกเว้น "ปฏิบัติ"
ก็คงพยายามสั่งสมสิ่งที่ดีไว้แล้วได้แบ่งปันให้ผู้อื่นได้บ้าง..
สาธุขอรับพี่แดง..
สาธุขอรับ..
นมัสการค่ะ...หลวงพี่
คงจะเป็น "ชาผิดถ้วย" เจ้าค่ะ..."สงสัย จึงจับหลักไม่ได้จึงปฏิบัติผิด" ประมาณนี้เจ้าค่ะ...เพราะสังเกตตัวเองว่าเวลาจะทำอะไรสักอย่าง ก็กว่าจะถึงบางอ้อก็ต้องลองหลายครั้ง..อาจเพราะเราสงสัยแต่ไม่ศึกษาสิ่งนั้นอย่างถ่องแท้...จึงจับหลักไม่ถูกเสียทีเจ้าค่ะ
ขอบพระคุณเจ้าค่ะ...
สาธุขอรับอาจารย์