ขอปรมมือให้ทีมงานศูนย์จัดการศึกษาในต่างประเทศและบริหารความรู้ สำนักงาน ก.พ. ที่เชิญชวนผมและอดีตนักเรียนทุนฯที่กลับมาทำงานในไทยไม่เกิน 3 ปี มาระดมความคิดระบบพี่เลี้ยงนักเรียนทุนฯใหม่ 8 ก.ย. 2552 ณ รร.แกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน

ขอบคุณท่านวิทยากรที่เพิ่มแรงจูงใจในการทำงานชดใช้ทุนรัฐบาลไทย (ภาษีประชาชน) ให้เต็มศักยภาพ

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาล ก.พ. พึงมีความเป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐมืออาชีพ ได้แก่

1. มีสติปัญญา สร้างสรรค์ สุจริตชน (สัมมาทิฎฐิเพื่อการพัฒนาตนให้เกิดแรงจูงใจ ทัศนคติที่มีคุณค่า มีวินัย สุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน จริงใจ เพื่อการพัฒนางาน - อ่านเพิ่มเติมจาก พุทธธรรม ของพระพรหมคุณาภรณ์)

2. พึงละตัณหา (ความอยากได้อยากมี คาดหวังตำแหน่ง เงินทอง หน้าตาตนเองมากจนเกินพอดี) มานะ (พยายามหลงติดชื่อสถาบัน) ทิฎฐิ (คลั่งไคล้ทฤษฎีอุดมการณ์มากเกินสิ่งที่ปฏิบัติได้จริง) รวมเรียกว่า อามิสไพบูลย์

3. พึงสร้างฉันทะ (ความอยากริเริ่มเปลี่ยนแปลง) ทมะ (ฝึกฝนตนเอง) สัจจานุรักษ์ (เอาความจริงด้วยเหตุผล) เพียรปิดทองหลังพระ อยู่กับความเป็นจริงที่มีปัญหาอย่างมีความสุข มีวิสัยทัศน์ อุดมการณ์ ความกล้าหาญ คุณธรรม และจริยธรรม ดั่งเพชรที่มีหลายมุม 

4. หากเปรียบ Thinking skill คือ เรากำลังขี่จักรยาน ให้ล้อหน้าคือ People skill ให้ล้อหลังคือ Technical skill นั่นคือ การพัฒนาทุนมนุษย์ให้ดีและเก่ง (Human Capital through education-research-technology) เป็นการพัฒนาศักยภาพ (know-jow, knowledge, innovation as producivity growth) ที่ยั่งยืนนานกว่าการพัฒนาความเก่งของมนุษย์ ซึ่งทำได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั่น เพราะดาวรุ่งตกรางไปไม่ถึงดวงดาว (ไม่สร้างสัมพันธภาพทำงานเป็นทีม โตเร็วเกินไปขาดวุฒิภาวะ ไม่มีตัวตายตัวแทน คนรอบข้างไม่มั่นใจ หยุดค้นคว้า ไม่เปิดใจรับ Feedback ขาดการมองตนเองผ่านหน้าต่างเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในโลกภายนอกอย่างรวดเร็วพร้อมๆ กับขาดการมองตนเองผ่านกระจกเพื่อรับรู้ใจผู้อื่น มีอัตตา (ego) สูงและไม่ยืดหยุ่นความคิด (พูดแต่เรื่องตนเอง 44 ครั้งใน 20 นาที)

5. จากหนังสือ Good to Great (2001) ภาวะผู้นำเกื้อหนุนและบุคลากรที่มีคุณภาพและวินัยทางความคิด/การกระทำ/แสดงออก/วัฒนธรรม คือ ปัจจัยแห่งความสำเร็จทีทำให้องค์การยิ่งใหญ่...ต้องพัฒนาขึ้นอย่างค่อยค่อยไป...เริ่มจากระดับ 1 มีความสามารถสูงเฉพาะบุคคล ระดับ 2 พึงคายความเก่งและสร้างทีมให้เก่ง ระดับ 3 พึงเป็นผู้จัดการที่มีความสามารถให้ทีมทำงานตามนโยบาย ระดับ 4 ผู้นำที่มีประสิทธิภาพให้ทีมงานมีวิสัยทัศน์ และระดับ 5 ผู้บริหารที่มุ่งมั่น อ่อนน้อม ถ่อมตน

6. ผู้นำต้องคิด (รับรู้ รอบรู้ ล่วงรู้) และเรียนรู้อย่างใคร่ครวญ เพื่อลดระยะเวลาของโอกาสและความชัดเจนเพื่อเกิดการปฏิบัติ นั่นคือ "เราไม่จำเป็นต้องรอปฏิบัติ ณ จุดที่พร้อมของโอกาสและความชัดเจน" แต่เราควรมองหาช่องทางของการสร้างเครือข่ายระหว่าง 4P - Public Private Partnership (People) Practice พร้อมเก่งและอดทนกว่าเดิมเพื่อหาหนทางปรับปรุงระบบที่มีปัญหาสะสมมานาน

7. Peter Drucker (1999) said that "Success in the knowledge economy comes to those who know themselves - their strengths, their values, and how they best perform" เราต้องค้นหาจุดแข็งของตนเอง ฉลาดวางจุดแข็งของตนเองให้ถูกกาลเทศะ เริ่มสอนแนะนำผู้อื่น (รู้แล้วแบ่งปัน ยิ่งให้ยิ่งเพิ่ม หาเวทีปลูกปัญญาอย่างต่อเนื่อง) สำรวจค่านิยมและคุณค่าของตนเองเพื่อปรับเจตคติให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์การ แสดงศักยภาพของการพัฒนาตนเองและงานที่รับผิดชอบโดย Research&Development (R&D) อย่า Copy & Development (C&D)

8. ควรทบทวน "บุพนิมิต 7" ได้แก่ เลือกแหล่งความรู้แบบอย่างที่ดี, มีวินัย, มีแรงจูงใจใฝ่รู้สู่สิ่งยาก ยิ่งยากยิ่งได้มาก, มุ่งพัฒนาตนให้เต็มศักยภาพ, ปรับทัศนคติค่านิยมของตนให้เหมาะสมกับสถานการณ์, มีสติกระตื้อรือล้น, แก้ปัญหาพึงพาตนเองด้วยความรู้คิด นอกจากนี้ลองทดสอบตนเองตามหลัก "พรหมวิหาร 4" C-test: competence, commitment, contribution, courage & emotional control

9. นักเรียนทุนฯในฝันอย่าทำร้ายประเทศ ต้องกตัญญูรู้คุณ เป็น Knowledge Broker & Creator และมีจิตอาสาหรือสาธารณะ [อยากให้ทุกท่านเข้าไปฟังเพลง "จำขึ้นใจ" ที่ www.jumkunjai.com ]

10. เราต้องใช้เวลาในการสร้างความเข็มแข็งของระบบองค์การด้วยความดี เติมโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป มุ่งพัฒนาสร้างสรรค์ ใช้เวลาแก้ไขปัญหา ได้ผลบางส่วน จนเจริญรุ่งเรืองกลายเป็น Organization Learning (OL) บางครั้งอาจยอมผู้มีอำนาจและโน้มน้าวให้เขาเห็นความดึและความถูกต้อง Green & Clean (Merit) ดูตัวอย่างจาก www.ida.gov.sg

11. สุดท้ายทบทวนตนเองว่า "WISDOM" = "What I Shall Do Differently (ดีและแตกต่างจากเดิม) On Monday Morning?...Possibility to change to innovation