มาแล้วมาแล้ว!!!!!!!
บล็อกที่แล้วเราได้นำเสนอการเพาะต้นกล้าแบบแรกไปแล้วนะคะ
แล้วที่ติดค้างกันเอาไว้ก็คือการจิ้มพริก
จะมัวชักช้ากันทำไมไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ
ขั้นตอนแรกก็เตรียมดินปลูกเลยนะคะ

(กระสอบแค่นี้สบายมากค่ะ)

ดินที่ใช้ในการปลูกคือดินสำเร็จ
ที่มีแร่ธาตุอาหารที่ต้นกล้าต้องการ
ให้ทายกระสอบนี้ราคาเท่าไหร่
ติ๊กต๊อกๆๆๆ......เฉลยเลยแล้วกันค่ะ
กระสอบละ30บาทเอง ถูกจังเลย

อันนี้เขาเรียกว่าถาดหลุมเพาะกล้าค่ะ
เอาไว้วัดเปอร์เซ็นในการงอกค่ะ
ตอนแรกพ่อเป็นคนทำให้เพื่อนๆดูค่ะ

แค่เอาดินใส่เกลี่ยๆให้เต็ม

แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
แล้วเพื่อนก็เกิดอาการคันไม้คันมือ
อยากลองทำกันเองบ้าง

เอาดินใส่

แล้วก็เกลี่ยๆดินให้เต็ม

รดน้ำให้ชุ่ม

รอให้น้ำซึมลงหลุม
ใกล้แล้วนะคะเราจะได้รู้กันสักทีว่าทำไมพ่อถึงเรียกวิธีนี้ว่าจิ้มพริก
ไปดูกันต่อเลยค่ะ
ระหว่างที่รอให้น้ำซึมมาดูเมล็ดพันธุ์กันค่ะ
นี่คือเมล็ดพันธุ์พริกค่ะ
ไม่ได้ซื้อมากจากที่ไหนก็ได้มากที่ที่ปลูกแหละค่ะ
เก็บไว้เป็นบางส่วนเพื่อนำมาเพาะต้นกล้าต่อ
มาดูกันต่อเลยนะคะ

หลังจากที่รอน้ำซึมได้สักพักเราก็เอาเมล็ดพันธุ์มาวาง
หลุมละ2-3เมล็ด

แล้วก็เอากิ่งไม้น้อยๆจิ้มเมล็ดลงไป

แล้วก็กลบด้วยดินบางๆจากนั้นก็รดน้ำ
แล้วเอาไปวางเรียงๆกันในที่ๆมีแสงแดดที่ไม่แรงมาก
แหม!เล่นทำเอาเพื่อนๆงงกันมานาน
ว่าทำไมต้องเรียกว่าจิ้มด้วย
ทีนี้ก็หายงงกันแล้ว.........
ความจริงแล้วเรื่องการเพาะต้นกล้า น่าจะมาก่อนการเก็บเกี่ยว
แต่ตอนที่เราไปถึงสวน คนงานเขาเก็บพริกกันไปครึ่งงานแล้ว
เพราะถ้ายิ่งสายมากแดดก็จะแรง ทำให้เหนื่อยเร็ว
และพริกที่เก็บมาก็จะดูไม่สด
เราก็เลยมาทำการเพาะปลูกทีหลัง
ขอบคุณลุงๆป้าๆคนงานที่สอนพวกเราเก็บพริกนะคะ
และที่สำคัญต้องขอบคุณพ่อที่ให้ความรู้ทุกอย่างที่เราอยากรู้
ป.ล.อาทิตย์ก่อนไม่ได้กลับบ้านแต่พ่อโทรมาบอกว่า
ต้นกล้าที่พวกเราช่วยกันเพาะ มันงอกออกมาแล้ว
ด้วยความที่เพื่อนๆแต่ละคนนั้นมือใหม่หัดจิ้ม
ผลที่ได้ก็คือ.........มันงอกออกมาไม่พร้อมกัน
การจิ้มพริก
จิ่มพริก อย่างนี้นี่เอง