อ่านตอนเดิม รู้ทันDTAC

       จากตอนที่แล้ว DTAC เริ่มนโยบายขยายฐานลูกค้า โดยเริ่มโครงการ

  1. แฮปปี้สะสมสุข ตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๔๘ ถึง ธันวาคม ๒๕๕๐ มีฐานลูกค้ากว่า ๓ ล้านเลขหมาย จุดเด่นคือ มีทั้งเงินที่เติมให้ 400 บาทเมื่อใช้งาน ๑ ปี (ถือ sim ยาวขึ้น) ก้บ birthday Bonus (เทียบเท่ากับ Happy bonus) ซึ่งจะได้สูงสุด ๘๐๐ บาท และยอดนี้จะทบให้ในกระเป๋าหลักเอาไว้ใช้โทรทุกเครือข่ายตลอด ๒๔ ชั่วโมง
  2. ต่อมาเกิดโครงการ Happy bank 1 และ 2 ตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๕๑ ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ มีฐานลูกค้ามากขึ้น จุดเด่นคือ เมื่อเติมเงินในวันเกิดจะได้ Happy bonus เพิ่มเท่าตัว ซึ่งจะได้สูงสุดไม่เกิน ๕๐๐ บาท เอาไว้ใช้โทรทุกเครือข่ายตลอด ๒๔ ชั่วโมง (สำหรับ Happy bank1) และ เอาไว้ใช้โทรในเครือข่าย DTAC ตลอด ๒๔ ชั่วโมง (สำหรับ Happy bank2)

       โครงการ Happy bank 1 มีช่วงเวลาสั้นๆ สิ่งที่แตกต่างจาก แฮปปี้สะสมสุขคือ มีการสะสมค่าโทรในทุกไตรมาส ถ้าใช้ 400 บาท ทุกไตรมาสจะได้ happy bonus 50 บาท สูงสุด 200 บาท จุดเด่นของโครงการ happy bank คือ happy bonus ที่เติมให้ในวันเกิด ไปอยู่ในกระเป๋าหลักซึ่งจะใช้โทรได้ทุกเครือข่ายตลอด ๒๔ ชั่วโมง ซึ่งลูกค้าเก่าที่อยู่ในโครงการแฮปปี้สะสมสุข ก็จะได้สิทธิ์เช่นเดียวกันนี้

       ทางบริษัทฯ คงเห็นว่า ฐานลูกค้าเริ่มมีมากขึ้น สิทธิประโยชน์ของลูกค้าควรลดลง เนื่องจากค่าโทรทั่วไปเริ่มลดลงจากกลไกตลาด จึงเข็นโครงการ Happy bank 2 ออกมา ซึ่งเมื่อลูกค้าเติมเงินในวันเกิดสูงสุด 500 บาท ค่าโทรที่ได้มาจะแบ่งเป็น ๒ กระเป๋า คือ กระเป๋าหลัก 500 บาท+ กระเป๋าโบนัส 500 บาท..ซึ่งค่าโทรในกระเป๋าหลักจะโทรได้ทุกเครือข่ายตาม Promotion แต่ ค่าโทรในกระเป๋าโบนัสจะใช้โทรได้ในเครือข่าย DTAC และหักค่าโทรตาม Promotion

      สมมุติว่า ผมใช้ Promotion โทรในเครือข่าย DTAC นาทีละ 50 สตางค์ โทรนอกเครือข่ายนาทีละ 1.25 บาท และมีเงินในกระเป๋าโบนัส 500 บาท มีข้อสังเกตการใช้งานดังนี้

  • เมื่อผมโทรนอกเครือข่าย ระบบจะคิดค่าโทรนาทีละ 1.25 บาท และจะสะสมยอดการใช้ทุก 400 บาทในรอบไตรมาส ไปคำนวณ happy bonus ให้ 50 บาท รวมไม่เกิน 200 บาท
  • เมื่อผมโทรในเครือข่าย ระบบจะคิดค่าโทรนาทีละ 50 สตางค์ โดยไปหักค่าโทรจากกระเป๋าโบนัสก่อน ถ้ากระเป๋าโบนัสหมด จึงจะมาหักค่าโทรจากกระเป๋าโบนัส ซึ่งผมมีค่าโทรอยู่ 500 บาท ก็จะโทรได้ ๑,๐๐๐ นาที (กว่า ๑๖ ชั่วโมง:กว่าผมจะใช้ยอดนี้หมดใช้เวลา ๖ เดือน) และค่าโทรในกระเป๋าโบนัสจะไม่นำมาคำนวณเพื่อรับสิทธิสะสมยอดการใช้ทุก 400 บาท ในรอบไตรมาส

    ต่อมาวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๒ ใกล้หมดโครงการ Happy bank ในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ (คนที่สมัครสมาชิกภายใน ๓๐ กันยายน รับสิทธิ์ถึง ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๒) การใช้งาน Happy bonus จะเปลี่ยนไป

  1. จะใช้เป็นค่าโทรก็ได้ หรือ ส่งเป็น SMS (ข้อความอักษร) และ MMS (ข้อความภาพ) ก็ได้ โดยคิดค่าใช้จ่ายค่าโทร ๒ บาทต่อนาที และค่าส่ง ๒ บาทต่อครั้ง (แทนของเดิมที่คิดตาม Promotion)
  2. จะใช้โทรได้มากขึ้น คือ เงินในกระเป๋าหมดเร็ว เพราะจะคิดค่าโทรนาทีละ ๒ บาท (เข้าใจว่าข้อมูลบริษัทพบว่า happy bonus ของลูกค้าในระบบเพิ่มมากขึ้น)
  3. หากใช้ happy bonus ไม่หมดภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๓ บริษัทจะยึด happy bonus คืน โดย Delete ออกจากระบบ

   การที่บริษัท มีนโยบายยึด bonus คืน อาจจะมีหลักการคิด ๒-๓ เรื่อง

  1. ปิดโครงการ Happy bank 2 และเริ่มโครงการใหม่ อาจเป็น happy bank 3
  2. ลูกค้าเดิมมีอัตราการใช้ค่าโทรเฉลี่ยต่อเลขหมายลดลง และค่าโทรจากกระเป๋าหลักลดลง ทั้งที่จำนวนฐานลูกค้ามากขึ้น อาจเป็นเพราะมีผู้ถือ sim มากขึ้น แต่ไม่ค่อยได้ใช้งาน
  3. หมายเลขโทรศัพท์กองกลางเริ่มน้อยลงไม่เพียงพอต่อการขยายการบริการ จึงต้องการให้ลูกค้าที่ไม่ค่อยใช้โทรออก (ใช้รับอย่างเดียว) และมีหลายหมายเลข คืนหมายเลขกลับมากองกลางเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

    จะเห็นว่าหลักการบริหารของบริษัททั่วไป ซึ่งต้องการผลกำไรสูงสุด ในระยะแรกๆ เพื่อการขยายฐานลูกค้า จะเอาใจลูกค้าโดยเสนอผลประโยชน์ให้สูงสุด (โดยบริษัทยังมีผลกำไรจากการประกอบการ) ต่อมาเริ่มให้ผลประโยชน์น้อยลง (ส่วนหนึ่งเป็นเพราะค่าโทรลดลงด้วย กำไรต่อหน่วยเพิ่มขึ้น) 

     แต่อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ของโทรศัพท์ระบบเติมเงิน=happy ซึ่งมีผู้ใช้มากกว่าระบบรายเดือน=DTAC นั้นคือ bonus วันเกิด น่าคงยังมีอยู่ต่อไป แต่ผลประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้กลับลดลง

    สิ่งที่บริษัทได้กำไร คงไม่ใช่ค่าโทรอย่างเดียว แต่เป็นบริการเสริมอื่นๆ เช่น การโหลดเพลง การเล่น net ผ่าน GPRS เป็นต้น

beeman by Apinya

มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์  
神奇的蜂爷
  
(shen2  qi2  de1  feng1  ye2)