เก่งแต่ร้าย

ในภาวะการแข่งขันสูงเช่นปัจจุบัน  เป็นที่ยอมรับกันองค์กรที่มีคนเก่งย่อมได้เปรียบกว่า  เพราะคนเก่งจะสามารถสร้างผลงานที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพภายในระยะเวลาอันสั้น  และมีผลเสียน้อยที่สุด  ทุกองค์กรจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน  ให้ได้คนเก่ง และคนดี   แต่การจะพัฒนาคนให้เป็นคนเก่งคนดีได้แล้วนั้น   การรักษาพวกเขาเหล่านี้ไว้กับองค์กรยิ่งยากกว่า

       การพัฒนาคนเก่งนั้น กฤติน   กุลเพ็ง  (2551) กล่าวไว้ในหนังสือไม่อยากเสียคนเก่งในองค์การ ต้องทำอย่างไร ว่า การพัฒนาต้องดึงจุดดี และจุดแข็ง ดึงศักยภาพของเขาออกมาใช้เพื่อองค์การ ควบคู่ไปกับการใส่ความรู้และทักษะเรื่องอื่นเพื่อที่จะสร้างความภูมิใจให้กับเขาแต่อย่าลืมด้วยว่าในกลุ่มพนักงานดาวเด่นนั้นยังประกอบไปด้วย

 

พนักงานที่สามารถเติบโตเป็นพนักงานระดับบริหารได้   

และ

พนักงานที่ไม่สามารถเติบโตเป็นพนักงานในระดับบริหาร

แต่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ผู้บริหารต้องมีเครื่องมือในการพิจารณาในเรื่องเหล่านี้ เพื่อที่จะได้บริหารจัดการเรื่องการฝึกอบรมพัฒนาได้ถูกต้อง

อ. กฤติน   กุลเพ็ง ยังได้แบ่งพนักงานดาวเด่นแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ

        1.       เก่งและดี

        2.       เก่งแต่ร้าย

 

       ประเภทที่แรก เป็นที่รักของคนทุกคน พวกที่มององค์การเป็นหลัก มากกว่ามองตัวเองส่วมรวมต้องมาก่อนเต็มใจให้ความร่วมมือเสมอ

 

        ประเภทที่สอง เป็นจำพวกที่พบมากในบางองค์การโดยเฉพาะองค์การที่มีการแข่งขันระหว่างพนักงานสูง คือ ประเภทเก่งแต่ร้าย 

       ถ้าองค์การไหนไม่จำเป็นต้องง้อคนกลุ่มนี้คงไม่เป็นไร แต่ หลายองค์การต้องอาศัยความสามารถของคนกลุ่มนี้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นการพึ่งพาความสามารถทางเทคนิค ความรู้เฉพาะสาขาวิชาชีพที่มีอยู่ เราจะดึงคนเหล่านี้มาช่วยองค์การให้เต็มที่อย่างไร

 

       เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันขบคิดแก้ปัญหาท้าทายนี้เพื่อให้ได้คนเก่งที่ต้องเป็นคนดีด้วย  องค์การต้องทำอย่างไร