นายชวน หลีกภัยเห็นว่าสุจิปุลิ เป็นเครื่องมือในการบริหารห้องสมุด และบุคลากรที่เป้นทรัพยากรสำคัญควรจะเป็นผู้ที่มี สุจิปุลิ ด้วย

การประชุมวิชาการในวิชาชีพในแวดวงบรรณารักษ์มีอยู่ไม่กี่เจ้าที่จัดเป็นประจำ เช่น สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย สมาคมห้องสมุดเฉพาะ สำหรับโอกาสที่ได้เข้าร่วมคราวนี้มีสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นเจ้าภาพ จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยจัดในหัวข้อ การจัดการการเปลี่ยนแปลงห้องสมุดในทศวรรษหน้า หรือ Change Management of Librarian in the Next Decade ซึ่งจัดไปเมื่อวันที่ 3-4 กันยายน 2552 ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ กทม. 

งานนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน 200 กว่าคนเป็นผู้ปฏิบัติงานในห้องสมุด และเกือบ 100 คนนั้นปฏิบัติงานในหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง  สำหรับสิริพรนั้นกว่าจะได้เข้าร่วมประชุมก็ต้องทำบันทึกเสนอ และมีภารกิจที่ต้องกลับมาจัดเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อนำเสนอสาระที่ได้รับจากการประชุมแก่พี่น้องผองเพื่อนอีก ก่อนจะนำเสนอสาระ ในความเห็นส่วนตัว เห็นว่า ในการพัฒนาบุคลากรของห้องสมุด บรรณารักษ์ควรจะได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการปีละครั้งเป็นอย่างน้อย

 

  

ช่วงพิธีการในวันแรกแล้ว นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มาปาฐกถาพิเศษเรื่อง สุจิปุลิ-ฟัง คิด ถาม เขียน หัวใจของผู้ที่ปฏิบัติงานห้องสมุด...อดทึ่งไม่ได้ในการเตรียมข้อมูลของท่าน ทั้งที่ครั้งแรกอดคิดไม่ได้ว่า นักการเมือง ก็พูดเก่งอย่างนี้แหละ แต่ทว่า การค้นคว้า เรียบเรียง เมื่อนำมาถ่ายทอดให้ผู้เข้าร่วมประชุมฟังแล้วก็แสดงเห็นเชิงประจักษ์ว่านายชวน หลีกภัย เป็นตัวอย่างผู้ที่ใช้เทคนิคสุจิปุลิในการดำเนินงาน ดำเนินชีวิต

สิ่งที่สิริพรได้รับจากทัศนะของนายชวน หลีกภัย  นั้น คือว่า สุจิปุลิ เป็นเครื่องมือของการดำเนินงาน  และการบริหาร และในด้านของห้องสมุดก็สามารถนำมาใช้ได้การเพิ่มประสิทธิภาพได้เช่นเดียวกัน

สุ-สุตตะ คือการฟัง ฟังเพื่อนร่วมงาน ฟังลูกน้อง ฟังผู้ใช้บริการ เพื่อความเข้าใจที่ถ่องแท้  และในปัจจุบันไม่จำกัดแค่การฟังด้วยหู แต่อาจหมายรวมถึงวิธีการรับฟังสามารถผ่านสื่อต่างๆ ได้มากมาย เช่น เว็บไซต์ กล่องแสดงความคิดเห็นต่างๆ

จิ-จิตตะ คือการ คิด ใส่ใจ จดจำ โดยการนำข้อมูลที่ได้รับจากการฟัง ไปคิดวิเคราะห์  คิดแบบมีวิจารณญาณ ทั้งนี้เพื่อการแก้ไขปัญหา หรือพัฒนาให้ดีขึ้น ในด้านการบริหารงานก็ใช้ได้ในการคิดเอาใจเขามาใส่เรา ใส่ใจในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งจะทำให้การทำงานเป็นทีมมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

ปุ-ปุจฉา คือการซักถาม เมื่อเกิดข้อสงสัย (เห็นด้วยหรือไม่ว่าคนไทยไม่ค่อยสงสัยในบ้างเรื่องโดยเฉพาะเรื่องราวของตน แต่กลับขี้สงสัยอย่างมากในบางเรื่องเช่นเรื่องของชาวบ้าน อิอิ) เพื่อให้เกิดความกระจ่าง ชัดเจน และนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วน ลิ-ลิขิต คือ การจดบันทึก ซึ่งสมัยนี้ทำได้หลายรูปแบบเพิ่มมากขึ้นกว่าการเขียนในกระดาษเพียงอย่างเดียว นอกจากจะใช้ในการช่วยด้านความจำในการปฏิบัติงานแล้ว อาจช่วยในการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้ ในยุคนี้มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์มากมายที่ให้นำมาใช้ เช่น ปฏิทินออนไลน์ที่สามารถใช้บันทึกการดำเนินงานหรือสิ่งที่ต้องทำประจำวันได้ โปรแกรมสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลในลักษณะการจัดการความรู้ เช่น wiki, wordpress, weblog เป็นต้น ซึ่งห้องสมุดอาจจะต้องหันมามองสิ่งเหล่านี้บ้างเพื่อตอบสนองความเป็นสังคม online และ  social networking

ประเด็นต่อมา ในการพัฒนาห้องสมุดซึ่งเป็นศึกษาค้นคว้า  บุคลากรห้องสมุดนับเป็นกำลังสำคัญ ไม่ว่าแต่เฉพาะห้องสมุด องค์กรที่พัฒนาจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร  องค์กรใดไม่เน้นการพัฒนาบุคลากรนั่นแสดงให้ถึงความล้าหลังทางการบริหาร  ซึ่งการพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้ที่ สุจิปุลิ นั้น โดย

-                          ฟัง- สร้างวัฒนธรรมในการฟังที่ดี เพื่อกระตุ้นการแสดงความคิดเห็นแบบประชาธิปไตย และแสดงความคิดเห็นในฐานะเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

-                          คิด- กระตุ้น ส่งเสริม ให้บุคลากรคิดเป็น ทุกอย่างมีสองด้าน บางสถานการณ์ใช้การสั่งการแบบเป๊ะ...งานที่ได้มีความรวดเร็ว ถูกต้อง ได้ดังใจ แต่ระวังบุคลากรจะกลายเป็น Deadwood  หากงานบางงานหากใช้การเรียนรู้ด้วยตนเอง การคิดนอกกรอบ โดยมี Advisor คอยให้คำแนะนำ องค์กรนั้นจะมีนักคิด นักสร้างสรรค์ แม้ว่าอาจจะใช้เวลามากกว่า

-                          ซักถาม- เปิดใจสำหรับการซักถาม มี Advisor หรือระบบให้คำปรึกษาหารือ หรือ การสอนงาน  ที่สำคัญที่สุด คือ การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง 

-                          เขียน หรือบันทึก 1)ในระดับองค์กรมีโครงสร้างองค์กรและมีการมอบหมายงานอย่างชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษร  2)สำหรับการปฏิบัติงาน ข้อมูลที่บันทึก ต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง มีคุณภาพ  3)เมื่อบันทึกแล้วควรสามารถที่จะเรียกกลับมาใช้ประกอบการดำเนินงานต่อไปได้ เช่น สถิติการปฏิบัติงาน  การกำหนดประเภท เป็นต้น

  • ยังมีสาระที่ได้จากการประชุมต่อค่ะ ในหัวข้อเรื่อง เทคโนโลยีเว็บ 2.0 (web 2.0, library 2.0, Enterprise 2.0)  จำเป็นสำหรับห้องสมุดจริงหรือ? ถ้าว่างแล้วแวะไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกันนะคะ