เวลาที่เรารู้สึกว่าจะ “สูญเสีย” ใครไปจิตนี้ช่าง “หวั่นไหว…”
ความรู้สึกแห่งการ “สูญเสีย” นั้นช่าง “ระลึก” จน “ไหวหวั่น...”
จิตใจนี้ “กระวน กระวาย” ส่งผลให้ร่างกายนี้ “ปรวนแปร...”
ลมหายใจเข้าออกสั้น ร่างกายสะท้าน “สั่น” เหตุเพราะ “ธาตุลม” นั้น “แปรผัน...”

เวลาที่เขาอยู่กับเรานี้เราไม่ “ดูแล” เขาให้ดี ครั้นถึงเวลาที่เขา “ไป” เรากลับต้องมา “เสียใจ” เพราะ “นิสัย” ของเราเอง...
อยู่ด้วยกันไม่รู้จัก “ดูแล” การทำร้ายจิตใจกันนั้นหนักหนากว่า “ร่างกาย...”
ความเงียบเฉย หน้าบึ้ง ถมึงตึง อาการเหล่านี้เป็นแรงดึงที่พร้อมจะดีดกลับ
หนังสติ๊กยิ่งดึงแรงเท่าไร เขาก็ยิ่งดีดหนีเราไป “ไกล” เท่านั้น...

โถ โถ โถ “ความโง่” แห่งจิต...
จิตนี้มัวยึด มัวถือ มัวติด นำจิตใจนี้ไปแนบสนิทกับ “อารมณ์”
เมื่อโกรธแล้วไม่รู้จัก “ให้อภัย” ก็ต้องมานั่งหวั่นไหวเพราะ “เสียใจ” อยู่อย่างนี้

โอ้เราหนอช่าง “โง่” นัก ไม่รู้จักดูแลคนที่อยู่รอบข้าง
วันนี้เขาหนีไปแล้วปล่อยให้เรา “อ้างว้าง”
เปรียบแม้นกับหนทางที่ไร้แสงแห่งดวงไฟ...

จิตเรานี้เศร้าและเหงานัก
เกินที่จักดูแลและแก้ไข
โอ้จิตหนอ จิตทุกข์ จิตหวั่นไหว
โศรกเสียใจ ทุกข์ระทม ขมขื่นใจ

แม้นจะเศร้า เหงาหงอย จนโลกมืด
ก็มิอาจ รื้อฟื้น มิตรภาพ
เวลานี้ พิจารณา หาโอกาส
ความพลั้งพลาด ผิดเป็นครู ฟื้นฟูใจ

ความผิดหนึ่ง พึงรู้ เพื่อดูจิต
หากซ้ำสอง รุดเร่งพิศ รีบแก้ไข
หากผิดสาม เร่งเยียวยา ให้จิตใจ
ผิดครั้งใด ทบทวนใจ อภัยกัน

ให้อภัย เกินเถิด เพื่อนมนุษย์
วิเศษสุด หมดบางหมาง ทางสุขสรรค์
ส่งรอยยิ้ม หมดศัตรู คู่ร้างกัน
มิตรภาพนั้น กลับคืนได้ เพราะ “อภัย...”