การเสริมสร้างมนุษยสัมพันธ์
ความหมายของมนุษยสัมพันธ์
มนุษยสัมพันธ์
หมายถึงการจูงใจคนอย่างมีประสิทธิภาพที่ว่าด้วยศาสตร์และศิลป์ในการสร้างความพึงพอใจ
รักใคร่ ศรัทธา เคารพ นับถือ ครองใจคน
โดยแสดงพฤติกรรมอย่างเหมาะสมทั้งวาจา และใจ
เพื่อโน้มให้เกดความรู้สึกที่ดี ความเป็นกันเอง ร่วมมือ
ร่วมใจอันที่จะบรรลุสิ่งที่พึงประสงค์อย่างราบรื่นและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
ขอบข่ายของมนุษยสัมพันธ์
-
ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์
ปัจจัยที่มัผลต่อพฤติกรรมความสามารถในการรับรู้
การยอมรับตนเองและผู้อื่น
-
ศึกษาเกี่ยวกับแรงจูงใจตนเองและผู้อื่น
เพื่อกระตุ้นให้บุคคลมีพฤติกรรมที่เหมาะสม
- ศึกษาเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร
ความเข้าใจระหว่างบุคคล ระหว่างกลุ่ม
และความสำเร็จในการทำงานของกลุ่มและองค์การ
-
ศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ในการทำงาน
การบริหารงานแนวใหม่ ซึ่งเน้นที่คุณภาพมนุษย์ การร่วมมือ
ซึ่งทำให้เกิดความพึงพอใจในการทำงานร่วมกัน
ความสำคัญของมนุษยสัมพันธ์
1. มนุษย์เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรกลมากกว่าตัวบุคคล
2.
มนุษย์มีส่วนช่วยจูงใจบุคคลเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น
ซึ่งบุคคลจะกระทำเพื่อตอบสนองความต้องการทางกายภาพ
3.
มนุษยสัมพันธ์เป็นพื้นฐานของการร่วมมือกันเป็นทีม
ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ปรัชญาของมนุษยสัมพันธ์
1. ทุกคนมีความเป็นคนเท่าเทียมกัน
ต้องเป็นผู้ที่มีคุณค่าและความสำคัญต่อการเป็นมิตร
2.
มนุษย์มีความต้องการไม่มีที่สิ้นสุด
มีความต้องการทางด้านวัตถุและจิตใจ
3.การไม่เบียดเบียนกันและกันของมนุษย์
ทำให้สังคมสงบสุขและอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
จุดมุ่งหมายในการสร้างมนุษยสัมพันธ์
1. เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างมนุษย์
ก่อให้เกิดความราบรื่นต่อการคบหา
2. เพื่อให้เกิดความเลื่อมใส ศรัทธา
เชื่อถือและไว้วางใจ
3. เพื่อส่งเสริมและดำรง
ไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ให้บังเกิดความร่วมมือร่วมใจ
และความพึงพอใจในการทำงานร่วมกัน
4.
เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีและบรรลุวัตถุประสงค์
5. เพื่อให้เกิดความรักใคร่
สามัคคีกลมเกลียว อันเป็นที่ช่วยป้องกันความขัดแย้ง
ความระแวงและความไม่ไว้วางใจ
6.
เพื่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีในการทำงาน
ให้เกดความสำเร็จในกิจการ
7. เพื่อนำความหวัง
ควาตั้งใจของชีวิตไปสู่ความสำเร็จ
8. เพื่อให้เราได้ทำงานร่วมกัน
เกิดความรักใคร่และความนิยม นับถือ ด้วยใจจริง และบริสุทธ์
ประโยชน์ของมนุษยสัมพันธ์
1. ทำให้เราเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์มากขึ้น
โดยเฉพาะทางด้านความต้องการ การจูงใจ ความเชื่อ ค่านิยม
ตลอดจนถึงบุคลิกภาพ
2. ทำให้เราตระหนัก รับรู้
และเข้าใจตนเองมากขึ้น ถ้าได้วิเคราะห์ผลการปฏิบัต้การของตนเอง
3.
ทำให้เราสามารถปฏิบัติตัวได้เหมาะสมกับผู้อื่น รู้จักใช้เทคนิค
เกิดความราบรื่นในการอยู่ร่วมกัน
4. ทำให้เราเข้าใจผู้อื่นมากยิ่งขึ้น
และยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล
5.
ทำให้การทำงานทั้งของตนเองและงานกลุ่มประสบความสำเร็จและมีประสิทธิภาพ
องค์ประกอบของมนุษยสัมพันธ์
1. การเข้าใจตน
เป็นการรู้จักตนเองอย่างถ่องแท้ว่าตนเป็นใคร มีความรู้ ความสามารถ
ทักษะ และประสบการณ์มากเพียงใด มีจุดแข็ง
จุดอ่อนของตนเองในเรื่องใด
2. การเข้าใจผู้อื่น
เป็นการรู้ธรรมชาติของคน ความแตกต่างระหว่างบุคคล
3. การเข้าใจสิ่งแวดล้อม
เป็นการเรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเราและผู้อื่น
ซึ่งมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน
ประเภทหรือรูปแบบของความสัมพันธ์ของบุคคลในกลุ่ม
1. สมานลักษณ์
เป็นกระบวนการที่บุคคลแม้ว่าจะมีความแตกต่างทางด้านเจตคติ
2. ความกลืนกลาย เป็นกระบวนการผสมกลมกลืนระหว่างบุคคล
3. การร่วมมือ
เป็นกระบวนการที่กลุ่มตกลงจะทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 3
ชนิด คือ
-
การร่วมมือแบบปฐมภูมิ
-
การร่วมมือแบบทุติยภูมิ
-
การร่วมมือแบบตติยภูมิ
4. การเห็นพ้องต้องกัน
เป็นกระบวนการที่คล้ายกับการร่วมมือ
5. การแข่งขัน
บุคคลทั้งสองฝ่ายหรือมากกว่าดิ้นรนสู่เป้าหมายเดียวกัน
ทฤษฏีที่เกี่ยวข้องกับมนุษยสัมพันธ์
1. ทฤษฏีจูงใจ
เป็นการปฏิบัติการภารกิจในชีวิตประจำวันให้ประสบความสำเร็จ
มีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่การงาน
มักจะมีสิ่งที่มากระตุ้นให้บุคคลเกิดความรู้สึกอยากทำงานให้บรรลุเป้าหมาย
2. ทฤษฏีความต้องการของมนุษย์
การที่จะใช้สิ่งจูงใจใดให้ได้ผล จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษา
เกี่ยวกับความต้องการของผู้ที่จะใช้แรงจูงใจว่าเขามีความต้องการทางด้านใด
ซึ่งจะมีอยู่ 5 ระดับ คือ ความต้องการทางด้านร่างกาย
ความต้องการทางด้านความปลอดภัยมั่นคง ความต้องการทางด้านสังคม
ความต้องการทางด้านเกียรติยศชื่อเสียง
ความต้องการทางด้านความสำเร็จตามความนึกคิด
3. ทฤษฏีสององค์ประกอบของเฮิร์ซเบิร์ก
เป็นการศึกษาค้นคว้าการทำงานในหลาย ๆ อาชีพและเขาได้สร้างทฤษฏีขึ้นมา
โดยลบล้างว่า เงินเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำงาน
4. ทฤษฏีการจูงใจ
เป็นการศึกษาของแมคคลีแลนด์ แอทดินสัน และคณะ พบว่าการจูงใจมี 3
ประการ คือ ความต้องการสัมฤทธิ์ผล
ความต้องการความสัมพันธ์ ความต้องการอำนาจ
5. ทฤษฏีของ SRET Law
เป็นหลักสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้างานกับผู้บังคับบัญชา
6.ทฤษฏีว่าด้วยการยอมรับ
รู้จักยอมรับความเห็นของผู้อื่น
7.
ทฤษฏี X ทฤษฏี Y เป็นความเชื่อเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์
8.
หลักความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลของโรเจอร์
มีองค์ประกอบที่สำคัญอยู่ 3 ประการ คือ
- ความจริงใจ
ทั้งกาย วาจา ใจ
-
ความเข้าใจบุคคลอื่นในสภาพที่ตรงความจริง
-
การยอมรับค่าของตน
9. กฏทองคำ การสร้างสัมพันที่ดีกับบุคคลอื่น
โดยยึดคำว่า
จงปฏิบัติต่อคนอื่นเหมือนกับที่ท่านต้องการให้คนอื่นปฏิบัติต่อท่าน
10. กฏทองคำขาว
ตรงข้ามกับกฏทองคำ ยึดคำว่า
จงปฏิบัติต่อเขาอย่างที่เขาปฏิบัติต่อเรา
11. ทฤษฏีความสมดุลของไฮเดอร์
เกี่ยวกับการสร้างสัมพันธภาพ หากว่าบุคคลใดชอบสิ่งใด
ท่านก็ชองสิ่งนั้นด้วย โอกาสที่เราจะผูกมิตรกันจะมากขึ้น
12. ทฤษฏีลิง 3 ตัวของขงจื้อ มีลักษณะ
เอามือปิดหู ปิดตา ปิดปาก
ตัวที่ 1
ปิดหู หมายถึง การควบคุมการฟัง การได้ยิน
ตัวที่ 2
ปิดตา หมายถึง การควบคุมการดู การเห็น
ตัวที่ 3
ปิดปาก หมายถึง การควบคุมการพูดและการแสดงออก
ขอบคุณครับ
การศึกษาไม่มีสิ้นสุดจริง ๆ ผมอายุ 59 ปี ก็ยังศึกษาต่อไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้งานอินเตอร์เน็ต
เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน
ขอบคุณครับ
การศึกษาไม่มีสิ้นสุด ผมอายุ 59 ปียังศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเอาสาระความรูในอินเตอร์เน็ตไปสนับสนุน
ด้านการเรียนการสอนในคณะศิลปศาสตร์ วิทยาเขตชุมพร
อ.เดชา