บทที่ 5 เรื่องการเสริมสร้างมนุษยสัมพันธ์
1.ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับมนุษยสัมพันธ์
1.1.ความหมายของมนุษยสัมพันธ์ มนุษยสัมพันธ์หมายถึงความสัมพันธ์ในทางสังคมระหว่างมนุษย์ ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน
1.2.ขอบข่ายของมนุษยสัมพันธ์ ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ ศึกษาเกี่ยวกับการจูงใจตนเองและผู้อื่น ศึกษาเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร ศึกษาเกี่ยนกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษยสัมพันธ์ในการทำงาน
1.3.ความสำคัญของมนุษยสัมพันธ์
1.มนุษยสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลมากกว่าเครื่องจักร
2.มนุษยสัมพันธ์มีส่วนช่วยจูงใจบุคคลเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น
3.มนุษยสัมพันธ์เป็นพื้นฐานของการทำงานร่วมกันเป็นทีม
1.4.ปรัชญาของมนุษยสัมพันธ์
1.มนุษย์ทุกคนมีคุณค่าความเป็นคนเท่าเทียมกัน
2.มนุษย์มีความต้องการไม่มีที่สิ้นสุด
3.การไม่เบียดเบียนกันและกันของมนุษย์ทำให้สังคมสงบสุขและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
1.5.จุดมุ่งหมายของการสร้างมนุษยสัมพันธ์
1.เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างบุคคล
2.เพื่อให้เกิดความเลื่อมใส ศรัทธา เชื่อถือ ไว้วางใจเข้าใจดีต่อกัน
3.เพื่อส่งเสริมและดำรงไว้ซึ่งความอันดีต่อกัน
4.เพื่อให้งานได้สำเร็จลุล่วงและบรรลุวัตถุประสงค์ของสถาบัน
5.เพื่อให้เกิดความรักใคร่สามัคคีกลมเกลียว
6.เพื่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีในการทำงาน
7.เพื่อนำความหวังความตั้งใจความสำเร็จของชีวิตไปสู่ความรุ่งโรจน์
8.เพื่อให้คนที่เราติดต่อด้วย อยู่ด้วย ทำงานด้วย รัก นิยมและเคารพมากที่สุดอย่างจริงใจ
9.เพื่อให้คนที่เราติดต่อด้วยอยู่ด้วยให้ความร่วมมือตามที่เราประสงค์ให้มากที่สุด
10.เพื่อให้ตัวเราเกิดความรักและทำงานด้วยอย่างจริงใจและบริสุทธิใจ
1.6.ประโยชน์ของมนุษยสัมพันธ์
1.ทำให้เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์มากขึ้น
2.ทำให้เราตระหนัและเข้าใจตนเองมากขึ้น
3.ทำให้เราเข้าใจบุคคลอื่นมากขึ้น
4.ทำให้เราสามารถปฏิบัติตนให้เข้ากับบุคคลอื่น
5. ทำให้การทำงานทั้งส่วนตนและกลุ่มประสบความสำเร็จและมีประสิทธิภาพ
1.7.องค์ประกิบของมนุษยสัมพันธ์
1.การเข้าใจตนเป็นการรู้จักตนอย่างถ่องแท้ว่าตนเป็นใคร ทำให้บุคคลยอมรับค่าแห่งตนและยอมรับประสิทธิภาพความรับผิดชอบของตนเองสิ่งสำคัญในการเข้าใจตนเองคือจะช่วยให้เรารู้จักปรับตัวให้เข้ากับบุคคลอื่นได้ดีมากขึ้น
2.การเข้าใจผู้อื่นเป็นการเรียนรู้ธรรมชาติของคนความแตกต่างระหว่างบุคคลและประสบการณ์ทางด้านใดอยู่ในระดับใดมีคุณลักษณะเด่นทางด้านใดบ้าง
3.การเข้าใจสิ่งแวดล้อมเป็นการเรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเราและบุคคลอื่นมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันสิ่งแวดล้อมเป็นสาเหตุและเป็นผลที่ทำให้มนุษย์มีพฤติกรรมส่วนตัวและพฤติกรรมในสิ่งแวดล้อมต่างกัน
1.8.ประเภทหรือรูปแบบของความสัมพันธ์ของบุคคลในกลุ่ม
1.การสมานลักษณ์
2.การกลืนกลาย
3.การร่วมมือ
4.การเห็นพ้องต่อกัน
5.การแข่งขัน
6.ความขัดแย้ง
2.ความเป็นมา แนวคิด หลักการและทฤษฎีเสริมสร้างมนุษยสัมพันธ์
2.1.ความเป็นมา จุดเริ่มต้นของมนุษย์สัมพันธ์คือความสัมพันธ์ของมนุษย์ตั้งแต่เริ่มต้นมาเพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องอยู่เป็นกล่มเป็นพวก
2.2.ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับมนุษยสัมพันธ์
2.2.1.ทฤษฎีการจูงใจ ความหมาย"คือเงื่อนไขหรืสภาวการในอินทรีย์ที่กระตุ้นให้อินทรีย์เกิดพฤติกรรมหรือทำให้พฤติกรรมที่เกิดขึ้นอย่างมีเป้าหมาย"
2.2.2.ทฤษฎีความต้องการของมนุษย์
1.ความต้องการทางด้านร่างกาย
2.ความต้องการความปลอดภัยมั่นคง
3.ความต้องการทางด้านสังคม
4.ความต้องการเกียรติยศ ชื่อเสียงและการได้รับการยกย่องนับถือ
5.ความต้องการที่จะได้รับความสำเร็จตามความนึกคิด
2.2.3.ทฤษฎีสององค์ประกอบของเฮิร์ซเบิร์ก เป็นแนวคิดเกี่ยวกับความต้องการทั่ว ๆ ไป
1.องค์ประกอบภายนอก ได้แก่ ค่าจ้างหรือเงินเดือน เงื่อนไขในการทำงาน ความมั่นคงในงาน ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล สถานภาพทางสังคม
2.องค์ประกอบภายใน ได้แก่ การได้รับการยินยอม ความก้าวหน้า ความรับผิดชอบ สัมฤทธิผลของงาน ตัวงานเองหรือลักษณะของงาน
2.2.4.ทฤษฎีการจูงใจ
1.ความต้องการสัมฤทธิผล
2.ความต้องการความสัมพันธ์
3.ความต้องการอำนาจ
2.2.5.SRET Law เป็นหลักในการสร้างสัมพันธภาพระหว่างหัวหน้างานกับผู้ใต้บังคับบัญชา
S มาจาก Security มีความมั่นคงปลอดภัย
R มาจาก Rewaed ควรให้รางวัลบำเน็จความชอบตามโอกาสอันควร
E มาจาก Effort มีความมานะพยายามในการทำงาน
T มาจาก Tact ความแนบเนียนเช่นการยกย่องผู้ได้บังคับบัญชาก็ควรจะยกย่องให้เหมาะสม
2.2.6.ทฤษฎีว่าด้วยการยอมรับ
1.ผู้ใต้บังคับบัญชามีความสามารถที่จะเข้าใจคำสั่งนั้นได้
2.เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาเชื่อว่าคำสั่งนั้นมีประโยชน์ต่อตัวเขาเอง
3.เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาเชื่อว่าคำสั่งนั้นมีประโยชน์ต่อหน่วยงาน
4.เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชามีความพร้อมที่จะทำตามคำสั่งนั้นได้
2.2.7.ทฤษฎี X ทฤษฎี Y
ทฤษฎี X สรุปว่า
1.คนส่วนมากไม่ชอบทำงานเกียจคร้าน
2.คนส่วมมากไม่มีความทะเยอทะยาน
3. คนส่วนมากมีขีดความสามารถในด้านการสร้างสรรน้อยเกี่ยวกับการแก้ปัญหาต่าง ๆ
4.คนจะทำงานเพื่อตอบสนองทางด้านร่างกายและความปลอดภัยเท่านั้น
5.คนส่วนมากต้องการได้รับการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดและชอบที่จะให้ใช้อำนาจบังคับบ่อยๆ
ทฤษฎี Y สรุปว่า
1.การกระทำของมนุษย์มิใช่ผลของการบังคับ
2.ทุกคนมีความรับผิดชอบรู้จักควบคุมตนเอง
3.ทุกคนมีความรู้สึกอยากสร้างสรรค์เกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ขององค์กร
4.ทุกคนจะทำงานเมื่อได้รับการยกย่องนับถือ
5.ทุกคนสามารถที่จะบังคับและควบคุมตนเองได้
2.2.8.หลักความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลของโรเจอร์
1.ความจริงใจทั้งกาย วาจา ใจ
2.ความเข้าใจบุคคลอื่นในสภาพที่ตรงต่อความจริง
3.การยอมรับค่าของตน
2.2.9.กฎทองคำ "จงปฏิบัติต่อคนอื่นเหมือนกับที่ท่านต้องการให้คนอื่นปฏิบัติต่อท่าน"
2.2.10.กฎทองคำขาว คาร์จ จุง กล่าวว่า "จงปฏิบัติต่อเขาตามที่เขาต้องการให้เราปฏิบัติต่อเขา"
2.2.11.ทฤษฎีความสมดุลของไฮเดอร์ "หากทราบว่าบุคคลใดชอบสิ่งไร เราก็ชอบสิ่งนั้นด้วยโอกาสที่เราและเขาจะผูกมิตรกันก็จะมีมากขึ้น"
2.2.12.ทฤษฎีลิง3ตัวของขงจือ มีลักษณะเอามือปิดหู ปิดตา ปิดปาก
2.2.13.หลักธรรมของพระพุทธเจ้า ได้แก่ พรหมวิหาร 4 สังคหวัตถุ 4
2.2.14.หลักการสัมพันธภาพที่ดีของเดลคาร์เนกี้
1.ผู้บริหารต้องเป็นคยยิ้มแย้ม แจ่มใส อารมณ์ดี
2.จำชื่อผู้ใต้บังคับบัญชาตลอดทั้งลูกเมียของเขาให้ได้
3.เอาใจใส่ลูกน้องอย่างจริงใจ
4.ยกย่องให้ลูกน้องเป็นพระเอกหรือเป็นคนสำคัญส่วนผู้บริหารถอยหลบไปอยู่เบื้องหลัง
5.เคารพในความคิดของเขาและถ้าท่านผิดจงรับผิดทันที
2.2.15.แนวปฏิบัติทั่วไปในการสร้างสัมพันธภาพที่ดี
1.พูดกับคนอื่นไม่มีอระไรจะวิเศษและดีเท่ากับการทักทายและพูดกับผู้อื่น
2.ยิ้มกับคนอื่น
3.จงเรียกชื่อผู้อื่น
4.มีความจริงใจ
5.เต็มใจรับฟังผู้อื่น
6.รู้จักยกย่องชมเชยผู้อื่น
7.พร้อมที่จะบริการผู้อื่นเสมอ
8.มองผู้อื่นในแง่ดี
9.ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
10.พยายามสนใจบุคคลอื่นอย่างจริงใจ
สรุปหลักเกณฑ์ในการสร้างสัมพันธภาพที่ดีควรมีลักษณะครบ 5 ย ดังนี้
1.ยินดี 2.ยกย่อง 3.ยอมรับ 4.หยิบยื่น 5.ยืดหยุ่น
3.ยุทธวิธีเสริมสร้างมนุษย์สัมพันธ์
3.1.การสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์
3.1.1.กระบวนการสื่อสาร
3.1.2.ประสิทธิภาพของการติดต่อสื่อสาร
2.1.ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ
2.2.การติดต่อสื่อสารประเมินได้จากความชัดเจน
2.3.การวิเคราะห์ปัญหาการติดต่อสื่อสาร
2.4.เทคนิคการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
2.5.การฟังที่ดีประกอบด้วย การใส่ใจ การเข้าใจ การติดตาม
2.6.การฟังที่มีประสิทธิภาพเป็นฟังที่กระตือรื้อร้น
3.1.3.หลักในการติดต่อสื่อสาร
1.ผู้ส่งสารต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์กับผู้รับสาร
2.ผู้ส่งสารต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์กับผู้ส่งสาร
3.ผู้ส่งสารและผู้รับสารต้องคำนึงถึงการใช้สื่อเป็นเชิงวัจนะและเชิงอวัจนะ
3.1.4.ปัญหา อุปสรรคและแนวทางการปรับปรุงการติดต่อสื่อสาร
1.เกิดจากกระบวนการสื่อสาร
2.เกิดจากกระบวนการเลือกทางจิตวิทยา
3.เกิดจากความหมายของภาษา
4.เกิดจากการไม่เปลี่ยนแปลงความคิด
5.เกิดจากการมองข้ามความแตกต่าง
6.เกิดจากความคิดแบบทวินิยม
7.เกิดจากความคิดแบบน้ำชาล้นถ้วย
3.2.การวิเคราะห์การสื่อสารระหว่างบุคคล
3.3.การสร้างความพึงพอใจในงาน
3.4.เรื่อง ศิลปะการฟัง
3.5.การนำถ้อยคำที่ผู้อื่นชื่นชอบมาใช้
การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในครอบครัว
1.การสร้างความสัมพันธ์กับบุตร
2.การสร้างความสัมพันธ์กับบิดา มารดา
3.การสร้างความสัมพันธ์กับภรรยา
4.การสร้างความสัมพันธ์กับสามี
5.การสร้างความสัมพันธ์กับคนรับใช้
6.การสร้างความสัมพันธ์กับเจ้าของบ้าน
การสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลในองค์กร
1.การสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลในองค์การ
2.การสร้างความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชา
3.การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา
4.การสร้างความสัมพันธ์กับครู อาจารย์
5.การสร้างความสัมพันธ์กับนักเรียน นักศึกษา
6.การสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริการ ผู้ให้บริการ
7.การสร้างความสัมพันธ์กับผู้ให้บริการ
8.การสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลที่มีบุคคลิกภาพทางลบ
สวัสดีครับ แวะเข้ามาเยี่ยมครับ
ความสมบูรณ์แบบของมนุษย์จะสมบูรณ์แบบต้องคิดบวกครับ มองอะไรให้เกิดประโยชน์เชิงบวกเสมอ